กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรม, เพื่อประดิษฐ์สร้างดนตรีผ่อนคลายที่เกิดจากฐานคิดของเพลงพื้นบ้านโดยยึดรูปแบบแนวคิดทางดนตรีท้องถิ่นผสมผสานแนวคิดทางดนตรีตะวันตก, เพื่ออรรถาธิบายแนวคิดทางดนตรีต่อการประดิษฐ์สร้างดนตรีเพื่อการ ผ่อนคลาย กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 40 คน ประกอบด้วย 1) กลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ไทย จีน ลาวโซ่ง ญวน มุสลิม มอญ 2) กลุ่มการเมือง 3) กลุ่มองค์กรวัฒนธรรม 4) กลุ่มสถาบันการศึกษา และ 5) กลุ่มนักวิชาการ การดำเนินการวิจัยมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นการสำรวจวิเคราะห์ปัญหา ศึกษาข้อมูลความหลากหลายทางวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านของชุมชน 2) ขั้นตอนการวิเคราะห์อัตลักษณ์ดนตรีพื้นบ้านชุมชน 3) ขั้นตอนการกำหนดสร้างรูปแบบการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านเพื่อการผ่อนคลายเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์รูปแบบการประชุมกลุ่ม แนวคิดทฤษฎีในการอธิบายปรากฏการณ์ ผลการวิจัยพบต้นทุนทางสังคมวัฒนธรรมที่เป็นปัจจัยการนำไปสู่การพัฒนาดนตรีพื้นบ้านเพื่อการผ่อนคลายของกลุ่มชาติพันธุ์จำนวน 6 กลุ่มประกอบด้วย จีน ลาวโซ่ง (ไทดำ) ญวน มอญ มุสลิม และไทยท้องถิ่นปัจจัยความหลากหลายทางวัฒนธรรมในกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหลายพบประเด็นที่สะท้อนความเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านของแต่ละกลุ่มชน เช่น ประวัติศาสตร์ ภาษา ประเพณีพิธีกรรม ศิลปะวัฒนธรรม ศาสนา ความเชื่อ ตลอดจนการแต่งกาย เป็นต้น ยังพบอีกว่า การสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านเพื่อการผ่อนคลายของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้เราเห็นความแตกต่างหลากหลาย ยังพบถึงความเป็นพหุลักษณ์ทางวัฒนธรรมกับการดำรงอย่างผสมผสาน ซึ่งมีความแตกต่างกันในหลาย ๆ มิติ อาทิ ความแตกต่างในวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อตลอดจนศาสนา เป็นต้น จากปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพทางสังคมที่บ่งบอกถึงความพยายามในการเชื่อมประสานของกลุ่มชน รวมถึงภาพการปรับตัวของชุมชนในมิติต่าง ๆ ทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เราสามารถเรียกปรากฏการณ์ดังกล่าวที่ส้รางขึ้นนี้ว่า “วัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านเพื่อการผ่อนคลายทางสังคม” ผลการศึกษาในการกำหนดสร้างรูปแบบการการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านเพื่อการผ่อนคลายของชุมชน พบปัจจัยสำคัญในการสร้างรูปแบบ ดังนี้ 1) ปัจจัยความหลากหลายของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ 2) ปัจจัยความหลากหลายทางวัฒนธรรม 3) ปัจจัยอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม 4) ปัจจัยความเป็นพหุลักษณ์ทางวัฒนธรรม บนพื้นที่ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา 5) ปัจจัยการสามารถจัดการกับสิ่งแวดล้อมในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และ 6) ปัจจัยการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่าย 7) ปัจจัยการผสมผสานแนวคิดดนตรีพื้นบ้านดั้งเดิมของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์กับแนวคิดดนตรีตะวันตกที่ส่งผลต่อการประดิษฐ์สร้างบทประพันธ์ดนตรีรูปแบบใหม่ จากการวิจัยมีข้อค้นพบถึงฐานข้อมูลในเชิงพื้นที่ทางกายภาพ และวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการศึกษาเชิงลึกและการต่อยอดทางวัฒนธรรมในมิติ อื่น ๆ โดยเฉพาะการต่อยอดทางวัฒนธรรมดนตรีรูปแบบใหม่ได้ต่อไปในอนาคต