การสร้างเครือข่ายชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างยั่งยืน เพื่อการบูรณาการการเรียนรู้สู่ชุมชนสำหรับรองรับประชาคมอาเซียน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อการจัดการความรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษาของจังหวัดเพชรบูรณ์ 2) เพื่อการวิจัยกระบวนการพัฒนาทักษะการวิจัยของนักศึกษาผ่านความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษาของจังหวัดเพชรบูรณ์ 3) เพื่อการบูรณาการจัดการทุนทางสังคมและวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบูรณ์ผ่านความหลากหลายทางชาติพันธุ์ 4) การสร้างเครือข่ายชุมชนแห่งการเรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษาของจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างยั่งยืนประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ชาวพื้นเมือง ชาวไทยหล่ม ชาวเขา (เผ่าม้ง เผ่าลีซอ เผ่าเย้า เผ่ามูเซอ) ชาวจีน ชาวบน ชาวลาว (ลาวพวน ลาวแง้ว ลาวครั่ง) ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมิน การวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ การสรุปพรรณา และการหาค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัยพบว่า 1)การจัดการความรู้มี 7 ขั้นตอน ได้แก่ การค้นหาความรู้, การสร้างและแสวงหาความรู้, การจัดความรู้ให้เป็นระบบ, การประมวลและกลั่นกรองความรู้, การเข้าถึงความรู้, การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ และการเรียนรู้ 2)กระบวนการพัฒนาทักษะ ได้แก่ ทำการสอนกระบวนการวิจัย การค้นคว้า การถามตอบ และการนำเสนอผลงาน และได้พัฒนาการศึกษา การวิจัย อยู่ในระดับปานกลาง จากแบบประเมินทักษะตามสภาพจริง,วิธีการพัฒนาทักษะมีจำนวน 17 หัวข้อ โดยใช้ระยะเวลาในการพัฒนา 24 สัปดาห์ 3)การบูรณาการจัดการทุนทางวัฒนธรรมหลังการฝึกอบรมการสร้างทุนสามารถนำไปใช้ได้จริง ส่วนเนื้อหากิจกรรมสื่อการเรียนและระยะเวลาในการฝึกอบรมเพื่อสร้างทุนใช้ได้จริง, แนวทางในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนในระดับรากหญ้ามี 7 แนวทาง 4)การสร้างเครือข่ายชุมชนแห่งการเรียนรู้ได้แก่ การจัดฝึกอบรมให้กับชุมชนโดยการศึกษาบริบทชุมชน ส่วนการสร้างเครือข่ายชุมชนไม่สามารถขยายเครือข่าย่ที่ห่างไกลได้เพราะต้องใช้งบประมาณมาก และการติดตามได้เฉพาะกลุ่มที่ดำเนินการเท่านั้น