การพัฒนาแบบฝึกเพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเสียงภาษาไทยมาตรฐานสำหรับนักเรียนไทยเชื้อสายคะฉิ่น ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค?เพื่อ1) ศึกษาระบบเสียงของภาษาคะฉิ่นทั้งโครงสร?างพยางค? (syllable structure), ระบบพยัญชนะ สระและวรรณยุกต? โดยใช?ทฤษฎีภาษาศาสตร?พรรณนา (Descriptive linguistics) 2) เพื่อศึกษาความแตกต?างของระบบเสียงภาษาคะฉิ่นกับภาษาไทย มาตรฐาน 3) เพื่อสร?างแบบฝ?กทักษะการอ?านออกเสียงภาษาไทยมาตรฐานในการสอนซ?อมเสริม สําหรับนักเรียนไทยเชื้อสายคะฉิ่นระดับมัธยมศึกษาตอนต?น โรงเรียนบ?านแม?นะ อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม? และ 4) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอ?านออกเสียง ก?อนและหลังการใช? แบบฝ?กแก?ป?ญหาการอ?านออกเสียงภาษาไทยมาตรฐานในการสอนซ?อมเสริมสําหรับนักเรียนไทยเชื้อ สายคะฉิ่นระดับมัธยมศึกษาตอนต?น ในการศึกษาระบบเสียงของภาษาคะฉิ่นผู?วิจัยใช?ผู?บอกภาษา จํานวน 30 คน เครื่องมือที่ใช?ในการรวบรวมข?อมูลประกอบไปด?วยรายการคํา จํานวน 766 คํา ผู?วิจัย เก็บข?อมูลโดยใช?วิธีอัดเสียงผู?บอกภาษา และนําข?อมูลที่ได?มาวิเคราะห?ตามระเบียบวิธีการทาง ภาษาศาสตร? ผลการวิจัยพบว?า หน?วยเสียงพยัญชนะภาษาคะฉิ่น บ?านใหม?สามัคคี หมู?ที่ 14 ตําบลเมืองนะ อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม?มีทั้งหมด 25 หน?วยเสียง ได?แก? /p, t, k, ?, ph , th , ch , kh , b, d, g, m, n, n?, ?, ?, s, z, ?, ts, ?, w, l, j, r/ หน?วยเสียงพยัญชนะประสม มีทั้งหมด 21 หน?วยเสียง ได?แก? /pr, ph r, br, gr, kr, kh r, th w, dw, gw, tsw, ?w, pj, ph j, bj, tj, kj, kh j, gj, ch j, mj, ?j/ ส?วนเสียงพยัญชนะท?ายมี 9 เสียง ได?แก? /p, t, k, ?, m, n, ?, w, j/ หน?วยเสียงพยัญชนะ ทั้ง 25 หน?วยเสียง สามารถเกิดเป?นพยัญชนะต?นได?ทุกหน?วยเสียงและเกิดเป?นพยัญชนะท?ายได?เพียง 9 หน?วยเสียง นอกจากในภาษาคะฉิ่นยังพบหน?วยเสียงสระเดี่ยว จํานวนทั้งหมด 10 หน?วยเสียง ได?แก? /i, i:, u, u:, e, a, a:, ?, ?:, ?:/ และหน?วยเสียงสระประสม ทั้งหมด 3 หน?วยเสียง ได?แก? /ia, ?a, ua/ ในส?วนของหน?วยเสียงวรรณยุกต? ภาษาคะฉิ่นมีวรรณยุกต?จํานวน 5 หน?วยเสียงได?แก? เสียง กลางระดับ (mid level) เสียงสูงระดับ (high level) เสียงต่ําตก (low falling) เสียงสูงตก (high falling) และเสียงสูงขึ้น (high rising) เมื่อนําระบบเสียงคะฉิ่นดังกล?าวมาเปรียบเทียบกับระบบเสียงภาษาไทยมาตรฐาน พบว?าในระบบเสียงดังต?อไปนี้ หน?วยเสียงพยัญชนะต?นที่ไม?พบในภาษาไทยมาตรฐานสามารถแบ?ง ออกเป?น 2 ชนิด ได?แก?หน?วยเสียงพยัญชนะต?นเดี่ยว จํานวน ๓ หน?วยเสียง ได?แก? c(จ), f(ฟ) และ h( ฮ) ส?วนพยัญชนะต?นควบกล้ํา จํานวน 4 หน?วยเสียง ได?แก? pl(ปล) ph l (พล) kl(กล) และ k h l(คล) นอกจากนั้นหน?วยเสียงสระที่ไม?พบในภาษาไทยมาตรฐานสามารถแบ?งออกเป?น 2 ชนิด ได?แก?หน?วย เสียงสระเดี่ยวจํานวน ๑๐ หน?วยเสียง ได?แก? ? ( - ) ? ( เ-อะ) o ( โ-ะ) ? (เ-าะ) ?: ( - ) e: ( เ-) ?: ( แ- ข ) ?: ( เ-อ) และ o: ( โ-) ส?วนหน?วยเสียงสระประสมจํานวน 3 หน?วยเสียง ได?แก? i? (เ -ย) ?? (เ -อ) และ u? ( -ว) และหน?วยเสียงวรรณยุกต?ที่ไม?พบในภาษาไทยมาตรฐาน ได?แก? หน?วยเสียงวรรณยุกต?ต่ํา ขึ้น (เสียงจัตวา) หลังจากนั้นจึงได?หน?วยเสียงคะฉิ่นที่ไม?ปรากฏในภาษาไทยมาตรฐานมาสร?าง แบบฝ?กแก?ป?ญหาการอ?านออกเสียงภาษาไทยมาตรฐาน สําหรับนักเรียนไทยเชื้อสายคะฉิ่นระดับ มัธยมศึกษาตอนต?น จํานวน 16 บท โดยผู?วิจัยได?นําแบบฝ?กที่สร?างขึ้นไปใช?สอนและทดสอบกับ นักเรียนไทยเชื้อสายคะฉิ่นในระดับมัธยมศึกษาตอนต?น โรงเรียนบ?านแม?นะ ตําบลเมืองนะ อําเภอเชียง ดาว จังหวัดเชียงใหม? จํานวน 83 คน ผลปรากฏว?า แบบฝ?กทักษะการอ?านออกเสียง มีค?า ประสิทธิภาพเท?ากับ 80.1/80 โดยมีประสิทธิภาพเท?ากับเกณฑ?ที่กําหนดไว? และผลสัมฤทธิ์ทางการ อ?านออกเสียงพยัญชนะ สระและวรรณยุกต?หลังเรียนโดยการใช?แบบฝ?กสูงกว?าก?อนเรียน โดยมี ค?าเฉลี่ย 80.0 และ 39.6 ตามลําดับ เมื่อเปรียบเทียบระหว?างคะแนนก?อนและหลังเรียน พบว?า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว?าก?อนเรียนอย?างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01