ศึกษากรรมวิธีการผลิตข้าวกล้องเพาะงอกที่เหมาะสม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษากรรมวิธีการเพาะงอกข้าวกล้องที่เหมาะสม มีความมุ่งหมายเพื่อปรับปรุง คุณลักษณะทางประสาทสัมผัสของข้าวกล้อง 10 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ กข6. กข10, กข15, หอมมะลิแดง, เหนียวต่ำ ขาวดอกมะลิ 105, ปทุมธานี 1, ชัยนาท 1,พิษณุโลก 2 และพันธุ์เหลืองประทิวโตยได้ทำการ เปรียบเทียบระหว่างข้าวกล้องที่ไม่เพาะงอก และข้าวกล้องเพาะงอกที่มีความยาวของยอดอ่อนที่ 1 และ 2 มิลลิเมตร พบว่า ข้าวกล้องพันธุ์ที่งอกเร็วที่สุด คือ พันธุ์ข้าวเหนียวดำ การเปลี่ยนแปลง ทางด้านจุลินทรีย์ในข้าวกล้องที่ผ่านการเพาะอก และนำไป pregelatinization พบว่า ปริมาณ จุลินทรีย์ทั้งหมดจะลดลง เมื่อผ่านการเพาะอก และปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนข้าวกล้องผง จากการทดสอบคุณภาพทางประสาทสัมผัสด้าน ความชอบของข้าวกล้องเพาะงอก ด้วยวิธี 9-points hedonic scale กับผู้ทตสอบจำนวน 50 คน พบว่า ไม่มีความแตกต่างกัน ทั้งข้าวที่ไม่เพาะ และที่เพาะงอกยาว1 และ 2 มิลลิเมตร ในการนึ่ง ข้าวกล้องงอกให้สุกบางส่วนที่เวลาต่าง ๆ กัน 5 ระดับ คือ 3, 6, 9, 12 และ15 นาที แล้วทดสอบ คุณภาพทางด้านประสาทสัมผัส พบว่า จำนวน 8 พันธุ์ ไม่แตกต่างกันทางสถิติด้านความชอบ โดยรวม การพัฒนาข้าวกล้องเพาะงอกผสม พบว่า พันธุ์ข้าวที่ใช้ในการผสมทำผลิตภัณฑ์ข้าว กล้องเพาะงอกผสมนั้นควรประกอบไปด้วย ข้าวกล้องงอกพันธุ์ หอมมะลิแดง, ข้าวขาวดอกมะสิ 105, ข้าวเหนียวดำ (ข้าวต่ำ), ข้าวเหลืองประทิว และข้าวเหนียวขาว กข.6 ที่อัตราส่วนผสม 1 : 1: 0.5 : 1 :1 และ อัตราส่วนของน้ำ ต่อ ข้าว ที่ใช้ในการหุงเท่ากับ 1 : 2.5 ถ้วย ซึ่งจะได้รสชาติ, กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่ดี เหนียวนุ่ม ไม่แข็งมาก มีกลิ่นที่หอม รับประทานง่าย