Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2557

โปรตีนสกัดและโปรตีนไฮโดรไลเสทจากเศษปลาและสมบัติเชิงหน้าที่

ปัญจภรณ์ ทัดพิชญางกูร พรหมโชติ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2557

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ผลการศึกษาการผลิตโปรตีนปลาสกัด (Fish protein isolate, FPI) จากเศษปลาสวายด้วยกระบวนการปรับพีเอช (Isoelectric solubilization/Precipitation , ISP) พบว่า วิธีการผลิตโปรตีนปลาสกัดจากเศษปลาสวายที่เหมาะสมด้วยวิธี ISP คือ การใช้อัตราส่วนเศษปลาบดต่อน้ำ 1:9 (โดยน้ำหนักต่อปริมาตร) จากนั้นปรับพีเอชของส่วนผสมดังกล่าวที่พีเอช 2 และ 12 ซึ่งเป็นพีเอชที่โปรตีนเกิดการละลายได้สูงสุด แล้วทำการตกตะกอนโปรตีนที่พีเอช 5 ซึ่งเป็นจุด Isoelectric point ของโปรตีนเศษปลาสวาย เพื่อเก็บเกี่ยวโปรตีน โปรตีนปลาสกัดที่ผลิตด้วยวิธีการปรับกรด (Acid-extracted fish protein isolate, AcFPI) และวิธีการปรับด่าง (Alkali-extracted fish protein isolate, AlFPI) สามารถเก็บเกี่ยวโปรตีนได้ร้อยละ 64.12 และ 69.85 ตามลำดับ ตัวอย่างโปรตีนปลาสกัด (AcFPI และ AlFPI) มีปริมาณโปรตีนฐานแห้งร้อยละ 68.56-74.63 ซึ่งสูงกว่าในตัวอย่างเศษปลาและปลาป่นทางการค้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) นอกจากนี้กระบวนการ ISP ยังสามารถลดปริมาณไขมันในตัวอย่าง AcFPI และ AlFPI ได้มากกว่าร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับปริมาณไขมันในเศษปลาบดเริ่มต้น แต่ปริมาณเถ้าของตัวอย่าง AcFPI และ AlFPI ต่ำกว่าตัวอย่างเศษปลาบด ซึ่งสอดคล้องกับการลดลงของปริมาณแคลเซียมและฟอสฟอรัส แต่อย่างไรก็ตามตัวอย่าง AlFPl มีปริมาณฟอสฟอรัสสูงกว่าตัวอย่าง AcFPl (P<0.05) นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อนำเศษปลาบดผ่านกระบวนการ ISP ส่งผลให้ตัวอย่าง AcFPI และ AlFPI มีกรดอะมิโนจำเป็นไทโรซีน ไลซีน สูงกว่าเศษปลาบด 1.5 เท่า ผลการผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสทจาก AcFPI และ AlFPI เปรียบเทียบกับเศษปลาบดด้วยเอนไซม์ Alcalase และ Flavourzyme ระยะเวลาการย่อย 180 นาที พบว่า ระดับการย่อยสลายของ AcFPI และ AlFPI สูงกว่าเศษปลาบด ทั้งที่ใช้ระดับเอนไซม์ต่อสารตั้งต้น (E/S) 1:100 และ 1:10 โดยเฉพาะการย่อยตัวอย่าง FPI ด้วยเอนไซม์ Alcalase และ Flavourzyme ที่ E/S 1:100 ระยะเวลาการย่อย 180 นาที มีค่าระดับการย่อยสูงกว่าตัวอย่างเศษปลาบดประมาณ 7 และ 3 เท่า ตามลำดับ ผลการวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการเตรียมตัวอย่าง FPI ด้วยวิธี ISP เป็นแนวทางที่ดีในการเก็บเกี่ยวโปรตีนและลดปริมาณไขมันจากโปรตีนเศษปลาสวาย และใช้ FPI เป็นสารตั้งต้นในการผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสทสามารถช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสทเมื่อเปรียบเทียบกับการย่อยเศษปลาบดที่สภาวะเดียวกัน การศึกษาสมบัติเชิงหน้าที่ของโปรตีนไฮโดรไลเสทจากโปรตีนปลาสกัดด้วยกรดและด่างและย่อยด้วยเอนไซม์ Alcalase พบว่า ค่าพื้นผิวไฮโดรโฟบิกของโปรตีนไฮโดรไลเสทของตัวอย่าง AcFPI มีค่าพื้นผิวเพิ่มขึ้นเมื่อระดับการย่อยเพิ่มขึ้น ในขณะที่ตัวอย่าง AlFPI มีค่าลดลง เมื่อระดับการย่อยเพิ่มขึ้นโปรตีนไฮโดรไลเสทจาก AlFPI มีสมบัติด้านการเกิดและความคงตัวของอิมัลชันสูงกว่าตัวอย่าง AcFPI อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โปรตีนไฮโดรไลเสทจาก AlFPI และ AcFPI มีสมบัติสารต้านอนุมูลอิสระ DPPH และ ABTS radical-scavenging activity และ Metal chelating activity เพิ่มขึ้นเมื่อระดับการย่อยเพิ่มขึ้นและแสดงสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูงสุดที่ระดับการย่อยร้อยละ 15 % โดยเฉพาะตัวอย่าง AlFPI มีสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด การประยุกต์ใช้โปรตีนไฮโดรไลเสทจาก AlFPI ที่ย่อยด้วยเอนไซม์ Alcalase ในการแช่และฉีดสารละลายโปรตีนไฮโดรไลเสทในเนื้อปลาสวายและเก็บรักษาในสภาวะแช่แข็งที่ 20 องศาเซลเซียส นาน 150 วัน ผลการทดลองพบว่า โปรตีนไฮโดรไลเสทสามารถชะลอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพด้านกายภาพ เคมี และด้านจุลินทรีย์ ได้แก่ การสูญเสียน้ำ ปริมาณด่างที่ระเหยได้ และการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดยเฉพาะวิธีการฉีดสารละลายโปรตีนไฮโดรไลเสทเข้าไปในเนื้อปลาก่อนการแช่แข็ง และสามารถเก็บรักษาได้นาน 150 วันโดยที่เชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดไม่เกินมาตรฐาน

คำสำคัญ

โปรตีนปลาสกัด (Fish protein isolate)โปรตีนไฮโดรไลเสท (Fish protein hydrolysate)เศษปลา (Fish by-product)กระบวนการปรับพีเอช (Isoelectric solubilization/precipitation)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การผลิตและการประยุกต์ใช้โปรตีนไฮโดรไลเสทจากเศษปลาสวาย

ปัญจภรณ์ ทัดพิชญางกูร พรหมโชติ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2557

การประยุกต์ใช้โปรตีนไฮโดรไลเซทจากน้ำนึ่งปลาแมคเคอเรล ในการผลิตอาหารต้นทุนต่ำเลี้ยงปลานิล

อุไรวรรณ วัฒนกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2564

การใช้โปรตีนไฮโดรไลเสตที่ได้จากเศษเครื่องในปลานิลเพื่อทดแทนการใช้ปลาป่นในอาหารปลาดุกลูกผสม

นงนุช เลาหะวิสุทธิ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2555

ผลของการใช้น้านึ่งปลาเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนโปรตีนจากปลาป่นในอาหารต่อการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตายของปลาช่อน

อุไรวรรณ วัฒนกุล พ.ศ. 2557

กิจกรรมการต้านออกซิเดชันและสมบัติเชิงหน้าที่ของโปรตีนไฮโดรไลเซทจากเศษเหลือจากปลา

ปวีนา น้อยทัพ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2557

การสร้างมูลค่าเพิ่มของวัสดุเศษเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ : กรณีศึกษาการประยุกต์ใช้น้ำนึ่งปลาในการผลิตอาหารต้นทุนต่ำเลี้ยงปลานิลแดงทะเล

วัฒนา วัฒนกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2564

การพัฒนาฟิล์มต้านจุลินทรีย์จากโปรตีนไอโซเลตจากปลาข้างเหลือง

ธรรมนูญ โปรดปราน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2559

การใช้โปรตีนไฮโดรไลเสตจากเศษทิ้งกุ้งเป็นแหล่งโปรตีนเพื่อทดแทนปลาป่นในอาหารปลากระพงขาว (Lates calcarifer Bloch, 1790) สำเร็จรูป

จีรรัตน์ เกื้อแก้ว สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง พ.ศ. 2555

ผลของความหนาแน่นต่อการแสดงออกของฮีตช็อคโปรตีน 70 ในปลานิลที่เลี้ยงในระบบปิดแบบผสมผสานในแนวดิ่ง

รุ่งตะวัน พนากุลชัยวิทย์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2553

โครงการความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากปลาซัคเกอร์เป็นแหล่งโปรตีนใหม่ในสัตว์น้ำ

ตรีสินธุ์ โพธารส มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2556