โครงการสำรวจความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนขั้นพื้นฐานและวัคซีนในนักเรียน พ.ศ. 2556
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
กรมควบคุมโรคได้เริ่มดำเนินการสำรวจความครอบคลุมวัดชีนขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปีและ หญิงมีครรภ์มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๒๓ ความครอบคลุมของการได้รับวัดขืนของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและความ ครอบคลุมอยู่ในเกณฑ์สูงเกินกว่าร้อยละ ๙๐ มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ผลการสำรวจล่าสุดเมื่อ พ.ศ.ศ. ๒๕๕๓ พบว่า ความครอบคลุมของการได้รับวัคชีนครบชุดแต่ละชนิดอยู่ในเกณฑ์สูง (ร้อยละ ๗๙ - ๙๙) แต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์ ร้อยละ ๙๐ ได้แก่ ความครอบคลุมการได้รับวัดชีนวัดซีนตีทีพี/โอพีวี ครบ ๕ ครั้งในเด็กอายุ ๕-๖ ปี เนื่องจาก ระยะเวลานัดมารับวัดซีนยาวนานทำให้ผู้ปกครองส่วนใหญ่จำวันนัตไม่ได้ และสาเหตุจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติเป็น ปัจจัยสำคัญ เนื่องจากไม่มีการนัดหมายผู้ปกครองให้พาเด็กมารับวัคซีนและเจ้าหน้าที่ไม่ได้เน้นการติดตามการ ได้รับวัดขืนเจอีครบ ๓ เข็ม ในเด็กอายุ ๓-๔ ปี และเจ้าหน้าที่ไม่เข้าไปให้บริการในบางโรงเรียน ... ทำให้เกิดการ พลาตโอกาสการได้รับวัดซีนในนักเรียน อย่างไรก็ตามความครอบคลุมของการได้รับวัดซีนในนักเรียนส่วนใหญ่ มากกว่าร้อยละ ๙๐ ใน พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ กรมควบคุมโรคจึงเห็นควรให้ทำการสำรวจซ้ำ เพื่อประเมินสถานการณ์ ความก้าวหน้าของการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในภาพรวมของประเทศ วัตถุประสงค์เพื่อประเมินความ ครอบคลุมของการได้รับวัคชีนพื้นฐานตามแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ( EPI) และวัดซีนในนักเรียนและศึกษา หาสาเหตุของการไม่ได้รับวัดชีนพื้นฐานและวัคขืนในนักเรียนครบตามเกณฑ์ที่กำหนดโดยตัดเลือกพื้นที่ ๑ จังหวัด ตามเขตตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ๑๘ ๘ เขต (เดิม) รวมทั้งหมด ๑๘ จังหวัด และทำการสำรวจ ๓๐ cluster ในแต่ละจังหวัด ประชากรที่สำรวจแบ่งเป็น ๗ กลุ่มอายุ ประกอบด้วยมารดาของเด็กอายุต่ำกว่า ๑ ปี และเด็กกลุ่มอายุ ๑-๒ ปี, ๒-๓ ปี, ๓-๔, ๕-๖ ปี และนักเรียน ป.๑ และ ป.๖ สุ่มเลือกจังหวัดด้วยวิธีการสุ่มแบบ Simple Random Sampling ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนแบบครบถ้วน พบว่า การได้รับวัดซีนในเด็กกลุ่มอายุ ๑-๒ปี มีดังนี้ : ได้รับวัศซีน BCG ร้อยละ ๑๐๐ได้รับวัดจีน HB ร้อยละ ๙๙.๙ ได้รับ วัดชีน DTP-HB๑/OPV๓ ร้อยละ ๙๙๙..๔ ได้รับวัดซีน measles ร้อยละ ๙๙๘๔๗ ในเด็กกลุ่มอายุ ๒-๓ ปี มีดังนี้ ได้รับวัคซีน DTP&/OPV๕ ร้อยละ ๙๗๒๘ ได้รับวัดซีน JE๑ ร้อยละ ๙๘.๔ ได้รับวัดขืน JE๒ ร้อยละ ๙๖.๑ ในเด็ก กลุ่มอายุ ๓-๔ ปี ได้รับได้รับวัดจีน JE๓ ร้อยละ ๙๑.๙ ในเด็กกลุ่มอายุ ๕-๖ ปี ได้รับวัดชีน DTP๕/OPV๕ ร้อยละ ๙๐.๓ และในมารดาของเด็กอายุต่ำกว่า ๑ ปีได้ความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนบาตทะยักเพื่อป้องกันโรค บาตทะยักในหารกแรกเกิดร้อยละ ๙๘๘.๔ สำหรับความครอบคลุมของการได้รับวัดจีนในนักเรียนพบว่า ในเด็ก นักเรียนชั้น ป.๑ ได้รับวัคซีน MMR ร้อยละ ๙๕.๓ และในเด็กนักเรียนชั้น ป.๖ ได้รับวัคชีน dT ร้อยละ ๙๖.๔๖.๙๙ ความครอบคลุมของการได้รับวัดชีนแบบครบถ้วนเพิ่มขึ้นทั้งหมดทุกวัดขืน เมื่อเปรียบเทียบกับผลความครอบคลุม ที่สำรวจในพ.ศ. ๒๕๕๕๑ ส่วนสาเหตุที่เด็กกลุ่มเป้าหมายไม่ได้รับวัดซีน ส่วนใหญ่ คือ ผู้ปกครองจำวันนัตรับวัดซีน ไม่ได้ เมื่อพ้นกำหนดนัด ผู้ปกครองไม่ว่าง ไม่มีเวลาพาไป และเด็ก ไม่สบายในช่วงวันนัดรับวัคชีนจึงไม่พาไปรับ วัคชีน และอีกสาเหตุที่สำคัญคือผู้ปกตรองย้ายไปย้ายมา จึงทำให้เด็กพลาดการได้รับวัดชีนตามกำหนด สำหรับการ ไม่ได้รับวัคซีนในนักเรียน พบว่าส่วนใหญ่ คือ เด็กขาดเรียนในวันที่เห้บริการ หรือเพิ่งย้ายมาหลังที่ให้บริการวัคซีน และเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตรวจสอบประวัติการได้รับวัดชีนและไม่ได้ให้บริการวัคซีนเก็บตกเพิ่มเติมแก่เด็กกลุ่มเป้าหมาย ใน แต่ละช่วงอายุให้ครบถ้วนตามเกณฑ์ตั้งนั้นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในระดับพื้นที่ต้อง เร่งทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการวัคซีนถึงเหตุผลความจำเป็นในการป้องกันและควบคมไม่ให้เกิตระบาด โรคติตต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัดซีน รวมถึงความสำคัญของการตรวจสอบความครอบคลุมของการได้รับวัดจีนให้เด็ก กลุ่มเป้าหมายได้รับวัคชีนครบถ้วนตามเกณฑ์ในทุกพื้นที่