การประเมินนโยบายการป้องกันโรคเอดส์กลุ่มเยาวชนของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินผลระดับความสาเร็จ และปัจจัยที่มีผลต่อระดับ <br />ความสาเร็จของการนานโยบายการป้องกันและควบคุมโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชนของประเทศไทยไปปฏิบัติ เพื่ออธิบายกระบวนการนานโยบายการป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชน ไปปฏิบัติ ตั้งแต่ระดับกระทรวงและในระดับปฏิบัติในพื้นที่ และ เพื่ออธิบายปัญหาอุปสรรคจากการการนานโยบายการป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชนไปปฏิบัติในพื้นที่และแนวทางแก้ไข ทาการศึกษาในพื้นที่ 8 จังหวัด โดยเลือกตัวแทนภาคละสองจังหวัด กลุ่มตัวอย่างเก็บข้อมูลด้วยการใช้แบบสอบถามกลุ่มเยาวชนในสถานศึกษาและในชุมชน 1,600 คน สัมภาษณ์กลุ่มเยาวชน 32 กลุ่ม และสัมภาษณ์เจาะลึกในกลุ่มผู้นานโยบายไปปฏิบัติจานวน 88 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่มีผลต่อระดับความสาเร็จในการนานโยบายป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชน ไปปฏิบัติการ ด้วยสถิติ Mann-witney U Test และ Path Analysis Category with M-Plus และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการใช้โปรแกรมช่วยในการจัดกลุ่มข้อมูล หลังจากนั้นผู้วิจัยนาข้อมูลมาวิเคราะห์หาความเชื่อมโยงข้อมูลตามประเด็นที่ศึกษา <br />ผลการศึกษา <br />ระดับความสาเร็จ พบว่า กลุ่มเยาวชนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ยังมีพฤติกรรมที่อยู่ในระดับที่ไม่ประสบความสาเร็จ คือ ไม่มีการเตรียมพกถุงยางอนามัยเมื่อไปเที่ยวกับเพื่อนถึงร้อยละ 75.8 ส่วนกลุ่มเยาวชนที่เคยมีเพศสัมพันธ์มีพฤติกรรมในระดับที่ไม่ประสบความสาเร็จต่ากว่า คือ ร้อยละ 36.7 ปัจจัยที่มีผลต่อโดยตรงต่อระดับความสาเร็จของการนานโยบายฯ ไปปฏิบัติ ในกลุ่มเยาวชนทั้งที่เคยและไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ คือปัจจัยด้านเพศ การรับรู้ผลการดาเนินงานตามมาตรการป้องกันโรคเอดส์ และความสามารถในการป้องกันตนเอง ส่วนปัจจัยที่มีผลโดยอ้อมคือ ความรู้ และทัศนคติต่อโรคเอดส์และการป้องกันโรคเอดส์ <br />การนานโยบายไปปฏิบัติในระดับส่วนกลาง มีการถ่ายทอดนโยบายจากคณะกรรมการเอดส์ชาติลงสู่กรมควบคุมโรค ระดับจังหวัด และระดับพื้นที่ แต่ขาดงบประมาณสนับสนุน ในระดับพื้นที่และผู้ปฏิบัติงาน โดยคณะอนุกรรมการเอดส์จังหวัด โดยมีสานักงานสาธารณสุขจังหวัดทาหน้าที่เป็นเลขานุการถือเป็นองค์กรหลักในการเชื่อมต่อกับหน่วยงานส่วนกลาง ที่จะส่งผ่านนโยบายให้กับ สานักงานการศึกษาเขตพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด ส่วนองค์กรพัฒนาเอกชน เป็นหน่วยงานที่ทางานด้านการป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชน ที่รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนโลกเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ส่วนราชการเน้นงบประมาณภายในจังหวัด ซึ่งแต่ละแห่งจะมีแหล่งงบประมาณแตกต่างกันทั้ง <br />โครงการวิจัยประเมินนโยบายการป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชนของประเทศไทย ค <br />งบประมาณจากภายในจังหวัดและงบประมาณจากกองทุนโลกและจากแหล่งอื่นๆภายนอกจังหวัดโดยเฉพาะการดาเนินงานในสถานศึกษา ส่วนการดาเนินงานในชุมชนมีกิจกรรมหลักเน้นที่การให้ความรู้ สร้างแกนนาเยาวชนในชุมชน และสนับสนุนให้แกนนามีเครือข่ายการดาเนินงานด้านการป้องกันโรคเอดส์ การดาเนินงานส่วนใหญ่จะลงตรงไปยังพื้นที่เป้าหมายโดยตรง อาจจะมีผ่านสานักงานสาธารณสุขจังหวัดในบางพื้นที่ <br />ปัญหาอุปสรรคในระดับส่วนกลางคือ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการส่งผ่านนโยบายจากที่เคยมีงบ ประมาณลงพื้นที่เปลี่ยนเป็นการส่งผ่านนโยบายให้ระดับพื้นที่รับทราบเพื่อพิจารณานาไปปฏิบัติ ส่วนปัญหาในระดับพื้นที่ พบว่า หน่วยงานทั้งเทศบาล/อบต.และโรงเรียน ให้ความสาคัญน้อยต่อปัญหาและผลกระทบโรคเอดส์และความเสี่ยงทางพฤติกรรมทางเพศในกลุ่มเยาวชน ผนวกกับการมีปัญหาการสอนหลักสูตรเอดส์และเพศศึกษาทั้งเรื่องเทคนิคและกระบวนการสอน และการจัดสรรเวลาในการสอนในโรงเรียนส่วนใหญ่ <br />ข้อเสนอแนะต่อการกาหนดยุทธศาสตร์เอดส์ชาติ <br />1. การสร้างความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวง ศึกษาธิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรพัฒนาเอกชน ในการพัฒนาหลักสูตรเอดส์เพศศึกษา และทักษะชีวิต กระบวนการพัฒนาครู/วิทยากรในชุมชน และเทคนิคการเรียนการสอน และทาเป็น Pilot Project เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมในการนาไปใช้จริงในแต่ละภาคของประเทศ เพื่อเป็นรูปแบบให้แต่ละพื้นที่นาไปปรับใช้ <br />2. ออกแบบกลไกในการพัฒนาการทางานของคณะอนุกรรมการเอดส์ในระดับต่างๆให้มีการทางานด้านเอดส์แบบบูรณาการ ในด้านหน่วยงาน เนื้องาน กากับติดตามประเมินผล และนาข้อมูลกลับมาใช้พัฒนางานต่อเนื่อง <br />ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย <br />1. ควรมีการกาหนดให้งานด้านเอดส์ในกลุ่มเยาวชนเป็นตัวชี้วัดในการตรวจราชการแบบบูรณาการ <br />เพื่อให้บทบาทของสานักงานป้องกันควบคุมโรค ร่วมกับจังหวัดในพื้นที่มีการตรวจประเมินร่วมกันกับทีมตรวจราชการแบบบูรณาการ <br />2.บทบาทหลักของกรมควบคุมโรค ควรจะเน้นในเรื่องการสนับสนุนด้านวิชาการ <br />และการพัฒนารูปแบบและเทคนิคการทางานด้านการป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชน ที่สนับสนุนให้ระดับจังหวัดนาไปดาเนินการ <br />3. กระทรวงศึกษาธิการในระดับสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขตในจังหวัด <br />ต้องเน้นย้าในเรื่องบทบาทของโรงเรียนที่สามารถพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องเอดส์และเพศศึกษาในโรงเรียน โดยพิจารณาจากสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ของแต่ละโรงเรียนเป็นหลัก <br />4. ควรมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลความเสี่ยงและปัญหาโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชนทั้งใน <br />ระดับประเทศ ระดับเขต ระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ เพื่อให้พื้นที่ในระดับต่างๆนาข้อมูลไปใช้ในการ วางแผนงานโครงการ เพื่อจัดการปัญหาในพื้นที่แบบบูรณาการ <br />โครงการวิจัยประเมินนโยบายการป้องกันโรคเอดส์ในกลุ่มเยาวชนของประเทศไทย ง <br />5. การกาหนดนโยบายและแนวทางการเสริมสร้างความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการป้องกันโรคเอดส์จึงควรมีความแตกต่างกันตามบริบทของโรงเรียน และชุมชน แต่ทั้งนี้สามารถผสมผสานวิธีการต่าง ๆ ให้เหมาะสมและนามาใช้ร่วมกันได้ เช่น นาเยาวชนในชุมชนมาเล่าถึงการป้องกันและควบคุมโรคเอดส์ในวิถีชีวิต เป็นต้น <br />ข้อเสนอแนะระดับปฏิบัติ <br />1. การให้ความรู้ด้านสถานการณ์ปัญหา แนวโน้มปัญหาด้านเอดส์และปัญหาพฤติกรรม <br />เสี่ยงทางเพศในกลุ่มเยาวชนในระดับต่างๆ ให้ผู้บริหารโรงเรียนและผู้นาชุมชนรับทราบเพื่อทาความเข้าใจและมีมุมมองที่กว้างในการเห็นผลกระทบจากปัญหาด้านพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศในกลุ่มเยาวชนที่มีผลกระทบต่อสังคม และยอมรับปัญหาและวางแผนงานโครงการในการจัดการปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง <br />2. คณะอนุกรรมการเอดส์จังหวัด จะต้องวางแนวทางการดาเนินงานด้านเอดส์ในรูป <br />ของแผนงานโครงการระดับจังหวัดเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางให้ระดับพื้นที่หมายถึง เทศบาล/อบต. และโรงเรียน นาไปประยุกต์ใช้ในการจัดการปัญหา ทั้งนี้ต้องมีการสื่อสารให้พื้นที่ได้รับทราบอย่างชัดเจน <br />3. ควรส่งเสริมให้เยาวชนเห็นความสาคัญต่อการเรียนรู้เรื่องเอดส์และเพศศึกษา ด้วยการหารูปแบบที่เหมาะสมที่จะให้เยาวชนมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติและสามารถกระทาได้โดยไม่เขินอายทั้งชายและหญิง <br />ให้ความสาคัญในประเด็นการเสริมสร้างทัศนคติ และการเสริมสร้างความสามารถในการป้องกันตนเองให้เหมาะสม รวมทั้งการเสริมสร้างการรับรู้ถึงมาตรการและกระบวนการที่เหมาะสม มากกว่าที่จะมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความรู้ที่เป็นไปในเชิงภาพกว้างที่ดาเนินการทุกอย่างเหมือนหรือคล้ายกันหมดทั้งประเทศ <br />4. ชุมชนที่มีการดาเนินงานด้านเอดส์มาก ควรเน้นเรื่องการรับรู้ในการป้องกันโรคเอดส์ที่เข้มข้นให้เหมาะสมกับลักษณะของความเป็นชายและหญิงของเยาวชน เป็นต้น ส่วนชุมชนที่มีการดาเนินงานด้านเอดส์น้อย ควรเน้นเรื่องการรับรู้ในการป้องกันโรคเอดส์ และความความสามารถในการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคเอดส์ที่เข้มข้นให้เหมาะสมกับลักษณะของความเป็นชายและหญิง