ต้นแบบการสร้างเครื่องมือป้องกันปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ต้นแบบการสร้างเครื่องมือป้องกันปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครื่องมือในการป้องกันปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน และศึกษาการพัฒนากฎหมายการข่มขืนกระทำชำเราในประเทศไทย และเปรียบเทียบกฎหมายการข่มขืนกระทำชำเราในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยแยกการศึกษาออกเป็น 2 โครงการวิจัยย่อย ได้แก่ 1) การสร้างเครื่องมือการป้องกันการข่มขืนกระทำชำเราในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน และ 2) การศึกษาเปรียบเทียบและพัฒนากฎหมายการข่มขืนกระทำชำเรา การวิจัยนี้เป็นศึกษาทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โครงการวิจัยย่อยที่ 1 เก็บข้อมูลเชิงปริมาณกับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย 3 กลุ่ม คือ (1) ครอบครัว ได้แก่ พ่อ แม่ และ/หรือผู้ปกครอง (2) โรงเรียน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย และ (3) ชุมชน ได้แก่ ผู้นำชุมชน และประชาชนในชุมชน จำนวนรวมทั้งสิ้น 2,420 แห่ง การจัดสนทนากลุ่มจำนวน 3 ครั้ง ผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 30 คน ส่วนโครงการวิจัยย่อยที่ 2 เป็นการวิจัยเอกสารการพัฒนากฎหมายการข่มขืนกระทำชำเราในประเทศไทย และการเปรียบเทียบกฎหมายการข่มขืนกระทำชำเราในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเครือรัฐออสเตรเลีย การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวนรวมทั้งสิ้น 120 คน และการสนทนากลุ่มจำนวน 5 ครั้ง ๆ ละ 10 คน รวมทั้งสิ้น 50 คน โดยมีพื้นที่ในการศึกษาทั่วประเทศรวมจำนวน 8 เขตพื้นที่ ผลการศึกษาพบว่า 1. เครื่องมือในการป้องกันปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน มีจุดร่วมที่เน้น การสร้างความรู้ ความเข้าใจ ผ่านกิจกรรมและ/หรือโครงการให้กับครอบครัว เพื่อให้พ่อแม่และผู้ปกครอง เป็นแบบอย่างที่ดีและไม่มีพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงกับการล่วงละเมิดทางเพศ ในส่วนโรงเรียนการมีส่วนร่วมของครู และนักเรียน เพื่อสอดส่องการมีพฤติกรรมลามกอนาจารหรือมีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสมของเพื่อนนักเรียน ครูอาจารย์ และบุคลากรในโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และประชาชนในชุมชนต้องช่วยกันสอดส่องดูแล การทำกิจกรรมของบุตรหลานและสมาชิกในชุมชน เพื่อป้องกันการมั่วสุมทำกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม การสร้างสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย มีไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อลดจุดเปลี่ยวในชุมชนไม่มีสถานที่อับทึบในชุมชน ลดพื้นที่เสี่ยงต่อการรวมกลุ่มมั่วสุมเสพสุราหรือยาเสพติด 2. การพัฒนากฎหมายการข่มขืนกระทำชำเราในประเทศไทยมีการกำหนดให้การกระทำที่เป็นการข่มขืนกระทำชำเราเป็นความผิดและมีโทษทางอาญาไว้ตั้งแต่มีกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 และมีการปรับปรุงบทบัญญัติต่าง ๆ โดยพบว่า ปัญหาของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเพศนั้น ควรมีความชัดเจน ในประเด็น 1) การกำหนดฐานความผิด 2) การกำหนดบทที่ต้องทำให้รับโทษหนักขึ้น และ 3) การกำหนดมาตรการดำเนินการกับกรณีผู้กระทำความผิดฐานกระทำชำเรา นอกจากนี้ บทบัญญัติของกฎหมายในต่างประเทศต้องนำมาปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญาของในส่วนที่ยังเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการบังคับใช้ในประเทศไทย คำสำคัญ : ข่มขืนกระทำชำเรา กฎหมายอาญา ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน