โครงการวิจัยการพิสูจน์เอกลักษณ์ของกระเทียมจากแหล่งปลูกต่างๆ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยการพิสูจน์เอกลักษณ์ของกระเทียมจากแหล่งปลูกต่างๆ ดาเนินการเดือนตุลาคม 2554 ถึง กันยายน 2556 ระยะเวลา 2 ปี ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน จากการศึกษาลักษณะทางกายภาพของกระเทียมจากแหล่งปลูกต่างๆ พบว่า อายุการเก็บรักษากระเทียมนานที่สุด 180 วัน คุณภาพยังคงดีและสามารถจาหน่ายได้ จากการจาแนกลักษณะของกระเทียม พบความแตกต่างกัน 3 ลักษณะ คือ ลักษณะที่ 1 กระเทียมต้นใหญ่ ใบกว้าง กว่า 1.5 เซนติเมตร คอใบซ้อนเป็นกาบแน่น หัวกระเทียมมีสีขาว กลีบกระเทียมใหญ่ ตัวอย่างที่เด่นชัด คือ GA55011 ลักษณะที่ 2 กระเทียมต้นใหญ่ ใบกว้างกว่า 1.5 เซนติเมตร คอใบยืด ไม่ซ้อนกันเป็นกาบ หัวกระเทียมมีสีขาวและขาวปนม่วง รูปทรงหัวมีทั้งทรงรีกว้างและทรงรีแคบ กลีบกระเทียมเล็ก ตัวอย่างที่เด่นชัด คือ GA55012 และลักษณะที่ 3 กระเทียมต้นเล็ก ใบแคบกว่า 1.5 เซนติเมตร คอใบซ้อนเป็นกาบแน่น หัวกระเทียมมีสีขาว กลีบกระเทียมมีทั้งใหญ่และเล็ก ตัวอย่างที่เด่นชัด คือ GA55010 จากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของกระเทียมจากแหล่งปลูกต่างๆ โดยทาการสกัดน้ามันหอมระเหยจากตัวอย่างกระเทียม 2 วิธีการ คือ การสกัดด้วยวิธี Hot solvent extraction และการสกัดด้วยวิธี Cold solvent extraction โดยใช้ตัวทาละลาย 2 ชนิด คือ Ethyl alcohol และ Hexane พบสารที่แตกต่างกัน และมีปริมาณที่แตกต่างกัน ตัวอย่าง GA55018 พบองค์ประกอบทางเคมี 5 ชนิดและ พบTrisulfide,di-2-propenyl มากที่สุดในการสกัดด้วยตัวทาละลายร้อน ขณะที่การสกัดด้วยตัวทาละลายเย็น พบองค์ประกอบทางเคมีมากกว่า 10 ชนิด และพบ Phthalic acid, di-iso-octylester มากที่สุด ดังนั้น จาเป็นต้องใช้วิธีการสกัดทั้ง 2 วิธีการ และใช้ตัวทาละลาย Hexane ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีในกระเทียมน้ามันกระเทียมที่ได้จากการสกัดร้อนด้วย Hexane จานวน 18 ตัวอย่าง สามารถแบ่งกลุ่มของสารประกอบและอนุพันธ์ของสารประกอบ ได้ 11 กลุ่มตามโครงสร้างทางเคมี ตัวอย่างกระเทียมมีปริมาณสารอาหารและแร่ธาตุไม่แตกต่างกัน แต่กระเทียมจากศรีสะเกษ มีปริมาณแคลเซียม และโซเดียมสูงกว่ากระเทียมจากทางภาคเหนือ จากศึกษาลายพิมพ์ดีเอ็นเอของกระเทียมในแหล่งปลูกที่สาคัญ โดยเก็บตัวอย่างกระเทียมนามาสกัดดีเอ็นเอและเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอด้วยเทคนิค Random amplified polymorphism DNA (RAPD) ผลการศึกษา สามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอได้ทุกไพรเมอร์ และมีไพรเมอร์ที่ให้ความแตกต่างทางพันธุกรรม 76 ไพรเมอร์ จากการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของกระเทียม พบว่า สามารถจัดกลุ่มของกระเทียมได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยกระเทียมจากจังหวัดศรีสะเกษ และสายพันธุ์ GACHI เป็นกระเทียมจีน จึงมีค่าความใกล้ชิดทางพันธุกรรมที่น้อยกับสายพันธุ์อื่นๆ ภายในกลุ่ม กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยกระเทียมจากจังหวัดลาพูน พะเยา เชียงราย และลาปาง และการศึกษาการใช้เครื่องหมายโมเลกุล Microsatellite พบว่า สามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอของกระเทียมได้จานวน 13 ไพรเมอร์ จากการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ สามารถจัดกลุ่มของกระเทียมได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยกระเทียม 6 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ GA55002, GA55005, GA55007, GA55008 และ GA55009 ทั้ง 5 สายพันธุ์ไม่มีความแตกต่างของสายพันธุ์ และมีแหล่งปลูกจากจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนอีก 1 สายพันธุ์คือ GACHI เป็นกระเทียมจีน มีแหล่งที่มาจากประเทศจีน จึงมีค่าความใกล้ชิดทางพันธุกรรมที่น้อยกว่าสายพันธุ์อื่นๆ กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยกระเทียมจากลาพูน เชียงราย และพะเยา โดยกระเทียมทั้ง 4 สายพันธุ์ไม่มีความแตกต่างของสายพันธุ์ แต่มีความแตกต่างจากสายพันธุ์ GA55012 ซึ่งมีแหล่งที่มาจากลาปาง ดังนั้นการศึกษาในครั้งนี้จึงสามารถแยกสายพันธุ์กระเทียมศรีสะเกษออกจากสายพันธุ์กระเทียมจากแหล่งปลูกในภาคเหนือได้