การขยายพันธุ์และการอนุรักษ์นอกถิ่นกำเนิดกระเทียมน้ำ (Isoetes coromandelina L.f.):ไลโคไฟท์หายากของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เก็บตัวอย่างกระเทียมน้ําจากแหล่งธรรมชาติสี่ประชากร คือ ประชากรกระเทียมน้ำจากจังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดสกลนคร และจังหวัดอุบลราชธานี ศึกษาการขยายพันธุ์ของกระเทียมน้ำโดยวิธีผ่าส่วนคล้ายคอร่ม และชําลงในวัสดุปลูกที่แตกต่างกัน 8 ชนิด พบว่ากระเทียมน้ำสามารถพัฒนาเป็นต้นที่สมบูรณ์ได้ในทุกวัสดุปลูก โดยเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตและการเจริญเติบโตไม่แตกต่างกันทางสถิติ เมื่อนํากระเทียมน้ำมาขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พบว่าการฟอกกําจัดเชื้อด้วยยาปฏิชีวนะเตตระไซคลิน 250 ppm นาน 20 นาที ตามด้วยโซเดียมไฮเปอร์คลอไรท์ 0.6 เปอร์เซ็นต์ นาน 15 นาที และเมอร์คิวริกคลอไรด์ 0.2 เปอร์เซ็นต์ นาน 10 นาที ทําให้ส่วนคล้ายคอร์มมีเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตสูงที่สุด เมื่อนําชิ้นส่วนคล้ายคอร์มที่ปลอดเชื้อเพาะเลี้ยงบนอาหาร ?MS ที่เติม BA ความเข้มข้น 0, 0.5 และ 1 มิลลิกรัมต่อลิตร ร่วมกับ NAA ความเข้มข้น 0, 0.5 และ 1 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าส่วนคล้ายคอร์มที่เพาะเลี้ยงบนอาหารที่ไม่เติม BA มีความยาวใบมากที่สุด ในขณะที่ส่วนคล้ายคอร์มที่เพาะเลี้ยงบนอาหารที่เติม NAA ความเข้มข้น 1 มิลลิกรัมต่อลิตร มีจํานวนรากมากที่สุด การศึกษาจํานวนโครโมโซมร่างกายจากเนื้อเยื่อปลายรากของกระเทียมน้ำจากประชากรจังหวัดสระแก้ว และสกลนคร ด้วยเทคนิคสควอชพบรูปแบบจํานวนชุดโครโมโซม 3 รูปแบบ คือ สองชุด สามชุด และสี่ชุด เมื่อศึกษารูปแบบทางเคมีของสารสกัดใบกระเทียมน้ำที่ได้จากจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว และอุบลราชธานี ด้วยเมทานอลและคลอโรฟอร์ม และศึกษารูปแบบลายพิมพ์โครมาโตแกรมด้วยเทคนิคทินเลเยอร์โครมาโทกราฟ์ พบว่ากระเทียมน้ำทั้งสามแหล่งมีการเรืองแสงในตําแหน่งที่เหมือนกัน 6 ตําแหน่ง โดยเรืองแสงสีฟ้าตําแหน่งเดียวกัน 5 ตําแหน่ง และสีฟ้าอมเขียวที่ตําแหน่งเดียวกัน 1 ตําแหน่งการทดสอบฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียของสารสกัดใบกระเทียมน้ำที่ได้จากจังหวัดปราจีนบุรีด้วยเมทานอล พบว่าสามารถยับยั้งแบคทีเรียแกรมบวก 4 ชนิด ได้แก่ Staphylococcus aureus ATCC 25923, S. aureus MRSA, S. epidermidis และ Bacillus cereus และแกรมลบหนึ่งชนิด คือ Acinetobacter baumannii และเมื่อนําสารสกัดใบ ส่วนคล้ายคอร์ม และกาบใบของกระเทียมน้ำที่ได้จากจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว และอุบลราชธานี ด้วยเอทานอล มาเปรียบเทียบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH scavenging assay โดยวิเคราะห์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากความเข้มข้นที่ทําให้ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระละลงครึ่งหนึ่งพบว่าสารสกัดใบกระเทียมน้ํามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยใบ กระเทียมน้ำที่ได้จากจังหวัดสระแก้วมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด