โภชนพันธุกรรมและสมดุลระบบภูมิคุ้มกันของผลิตภัณฑ์อาหารซินไบโอติกส์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ เพื่อศึกษาคุณสมบัตการยึดเกาะผนังลำไส้ใหญ่และการยับยั้งมะเร็งลำไส้ใหญ่ Caco-2 ของ Lactobacillus sp. 21C2-10 ซึ่งแยกได้จากกากมันสำปะหลัง และศึกษาผลของการห่อหุ้ม Lactobacillus sp. 21C2-10 ต่อคุณสมบัติทางเคมีกายภาพ จุลินทรีย์ ประสาทสัมผัสและความคงตัวต่อกระบวนการย่อยไอศครีม จากการศึกษาพบว่า Lactobacillus sp. 21C2-10 แสดงความสามารถในการเกาะติดผนังลำไส้ได้ดี อยู่ที่ 14.44?0.58% ยิ่งไปกว่านั้นสารเมทาบอไลท์ที่ Lactobacillus sp. 21C2-10 สร้างขึ้นเป็นพิษต่อเซลล์ไลน์ Caco-2 จากการทดสอบด้วยวิธี MTT assay โดยพบว่าความเป็นพิษต่อเซลล์ไลน์ Caco-2 ที่ก่อให้เกิดการตายนั้น เป็นผลมาจากการเหนี่ยวนำให้เซลล์เกิดการตายแบบอะพอพโตซิส โดยยืนยันจากผลการทดสอบด้วยวิธี Tali imaged base cytrometry และการย้อมสีเซลล์ด้วยวิธี DAPI staining ยิ่งไปกว่านั้นจากการตรวจสอบการแสดงออกของยีนด้วยวิธี RT-PCR พบว่าการเหนี่ยวนำให้เกิดการตายแบบอะพอพโทซิส เกิดจากการเพิ่มการแสดงออกของยีน BAX, P53, Caspase-3, Caspase-8 และ Caspase-9 และการยับยั้งการแสดงออกของยีน BCL-2 ของเซลล์ไลน์ Caco-2 แสดงให้เห็นว่า Lactobacillus sp. 21C2-10 มีคุณสมบัติในการยึดเกาะเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ และผลิตสารเมตาโบไลท์ที่สามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกลไกการเหนี่ยวนำให้เกิดการตายแบบอะพอพโทซิส จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ไอศครีม จากผลการศึกษาคุณลักษณะของไอศครีมที่ประกอบด้วย Lactobacillus sp. 21C2-10 รูปเซลล์อิสระ และเซลล์ที่ได้รับการห่อหุ้มระหว่างการเก็บรักษาด้วยการแช่แข็งที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 180 วัน โดยทำการห่อหุ้ม Lactobacillus sp. 21C2-10 ด้วยเทคนิคอิมัลชั่นใช้มอลโตเดกซ์ตรินและเจลาตินเป็นวัสดุที่ใช้ในการห่อหุ้มเซลล์ อัตราการรอดชีวิต (%) ของ Lactobacillus sp. 21C2-10 หลังผ่านระบบทางเดินอาหารจำลองของไอศครีมที่ประกอบด้วย Lactobacillus sp. 21C2-10 ในรูปแบบเซลล์อิสระ และเซลล์ที่ได้รับการห่อหุ้มทำการตรวจสอบวันที่ 1 และ 180 ของการเก็บรักษา การประเมินทางประสามสัมผัสของไอศครีมทำการตรวจสอบวันที่ 1 และ 180 ของการเก็บรักษา จากผลการศึกษาพบว่าไอศครีมที่ประกอบด้วยเซลล์ที่ได้รับการห่อหุ้ม แสดงอัตราการรอดชีวิต (%) และค่าพีเอชสูงกว่าไอศครีมที่ประกอบด้วยเซลล์อิสระอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) หลังจากการเก็บรักษาเป็นเวลา 180 วัน และไอศครีมที่ประกอบด้วยเซลล์ที่ได้รับการห่อหุ้มมีปริมาณกรดที่ไทเทรตได้ (%) ต่ำกว่าไอศครีมที่ประกอบด้วยเซลล์อิสระอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) หลังจากเก็บรักษาเป็นเวลา 180 วัน ยิ่งไปกว่านั้นเซลล์ที่ได้รับการห่อหุ้มไม่มีผลต่อคุณสมบัติทางประสาทสัมผัสของไอศครีมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) และหลังจากผ่านสภาวะเลียนแบบกระเพาะอาหารเป็นเวลา 1 ชั่วโมง และลำไส้เล็กเป็นเวลา 4 ชั่วโมง พบว่า ไอศครีมที่ประกอบด้วยเซลล์ที่ได้รับการห่อหุ้ม มีอัตราการรอดชีวิต (%) ของ Lactobacillus sp. 21C2-10 สูงกว่าไอศครีมที่ประกอบด้วยเซลล์อิสระอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) จากผลการศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า Lactobacillus sp. 21C2-10 มีคุณสมบัติในการยึดเกาะเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกลไกการเหนี่ยวนำให้เซลล์เกิดการตายแบบอะพอพโทซิส ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อทำการห่อหุ้ม Lactobacillus sp. 21C2-10 สามารถปกป้องเซลล์โพรไบโอติกในผลิตภัณฑ์ไอศครีม ระหว่างการเก็บรักษาด้วยการแช่แข็ง หลังผ่านระบบทางเดินอาหารจำลอง ส่งผลให้ Lactobacillus sp. 21C2-10 มีอัตราการรอดชีวิตในปริมาณสูงที่สามารถเพิ่มโอกาสในการแสดงคุณสมบัติการยึดเกาะ และการเหนี่ยวนำให้เกิดการยับยั้งเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เพิ่มขึ้น