Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

โครงการศึกษาและพัฒนาภูมิปัญญานวดพื้นบ้านไทยในการผสมผสานเข้าสู่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ

ธนิดา ขุนบุญจันทร์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ 1 (ภาคใต้) การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเตรียมพร้อมกระบวนการอบรมและประเมินหลักสูตรตามแนวทางการนวดแบบพื้นบ้านภาคใต้รวมทั้งพัฒนาแนวทางการนวดให้เป็นตำรานวดที่ได้มาตรฐาน วิธีการศึกษา เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ช่วยการแพทย์แผนไทย จำนวน 45 คน โดยความสมัครใจจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐในจังหวัดชุมพร โดยการสัมภาษณ์เจาะลึกและสนทนากลุ่ม เป็นการรวบรวมข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ในลักษณะเชิงพรรณนาด้วยเชิงเหตุและผล ผลการศึกษา1) การเตรียมความพร้อมก่อนการอบรมหลักสูตร พบว่า ส่วนใหญ่เป็นการเตรียมหลักสูตร แผนการสอน เอกสารเนื้อหาประกอบการอบรม สถานที่อบรม แบบฟอร์มการประเมิน การประชาสัมพันธ์ในการรับสมัครผู้เข้ารับการอบรม รวมทั้งประสานความร่วมมือในการเชิญผู้บริหารจังหวัดมากล่าวเปิด2) กระบวนการอบรมตามหลักสูตร พบว่า กระบวนการอบรมส่วนใหญ่เป็นการกล่าวเปิดการอบรมชี้แจงความเป็ฯมาและเหตุผลในการนำร่องการอบรมทดสอบความรู้เกี่ยวกับองค์ความรู้การนวดแบบพื้นบ้านก่อนการอบรม ฝึกปฏิบัติ การนวดแบบพื้นฐาน 4 ท่า ประกอบด้วย ท่านอนหงาย ท่านอนตะแคง ท่านอนคว่ำ และท่านั่ง หลังจากนั้น จะให้ผู้รับการอบรมฝึกปฏิบัติการนวดในท่าพื้นฐานใน 4 ท่า อย่างต่อเนื่อง3) ประเมินผลหลักสูตรการอบรม3.1 ประเมินก่อนการอบรม พบว่า ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เกี่ยวกับการนวดแบบพื้นบ้านเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการอบรม และเมื่อพิจารณาในแต่ละคน พบว่า ทุกคนมีความรู้หลังการอบรมดีกว่าก่อนการอบรม3.2 การประเมินระหว่างการอบรม พบว่า ผู้เข้ารับการอบรมได้ฝึกการนวดในท่าพื้นฐาน 4 ท่า ประกอบด้วย ท่านอนหงาย ท่านอนตะแคง ท่านอนคว่ำ และท่านั่ง สามารถนวดได้อยู่ในเกณฑ์ดีทั้งหมด คือมีคะแนนอยู่ระหว่าง 86-98 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน3.3 การประเมินหลังการอบรม เป็นการประเมินความเหมาะสมเนื้อหาตามแผนการสอน พบว่า ผู้เข้ารับการอบรมเห็นว่า เนื้อหาภาคทฤษฎีให้คงจำนวนชั่วโมงในการเรียนไว้เท่าเดิม คือ 55 ชั่วโมง เพียงปรับเพิ่มเนื้อหาบางวิชาเท่านั้น ส่วนภาคปฏิบัติให้ปรับเวลาในการเรียนลดลงจากเดิม 320 ชั่วโมง เหลือเพียง 312 ชั่วโมง รวมทั้งหลักสูตร คือ 367 ชั่วโมง3.4 การประเมินเมื่อสิ้นสุดโครงการฯ พบว่า ผู้เข้ารับการอบรมส่วนใหญ่มีการซักประวัติจากโรค/อาการ ที่เป็น มีบางส่วนเท่านั้นที่มีการตรวจร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่สรุปการตรวจวินิจฉัยยังไม่ค่อยถูกต้อง ส่วนกระบวนการนวดรักษา พบว่า ส่วนใหญ่นวดตำแหน่งได้ถูกต้อง มีเพียงบางส่วนยังไม่ค่อยชัดเจนในตำแหน่งที่นวดแก้อาการ ข้อเสนอแนะ1) การประเมินหลักสูตรการนวดแบบพื้นบ้านภาคใต้ควรเป็นต้นแบบในการประเมินของภาคอื่นๆ ทั้งยังไม่มีการนำร่องในการจัดอบรมการนวด2) ผู้บริหารควรให้ความสำคัญของการนวดแบบพื้นบ้าน เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกกำหนดใน พ.ร.บ. การแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 โดยการผลักดันให้การนวดแบบพื้นบ้านเป็นหลักสูตรหนึ่งในการประกอบเป็นวิชาชีพการแพทย์แผนไทยบทคัดย่อ 2 (ภาคเหนือ) หลักสูตรการนวดล้านนาขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ช่วยแพทย์แผนไทย จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรวบรวมและสังเคราะห์องค์ความรู้ในการนวดของหมอพื้นบ้านภาคเหนือ เป็นการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาให้คงอยู่ต่อไป โดยดำเนินการจัดทำเป็นหลักสูตรการเรียนรู้สำหรับผู้ช่วยนวดแผนไทยในระบบการศึกษา โดยสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เป็นแนวทางในการจัดอบรมให้ความรู้กับผู้ช่วยนวดในการดูแลสุขภาพผู้ป่วยและเพื่อเป็นมาตรฐานการนวดพื้นบ้านในภาคเหนือตอนบน หลักสูตรนี้ประกอบด้วยหน่วยการเรียนรู้ 4 หน่วย ประกอบด้วย หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การมอบตัวศิษย์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการนวดล้านนา หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การตรวจวินิจฉัย หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 วิธีการนวดเพื่อรักษา โดยแต่ละหน่วยการเรียนรู้ จะมีหัวข้อการเรียนรู้ที่เป็นหัวใจสำคัญของหมอพื้นบ้านบ้านล้านนา เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านภาคเหนือซึ่งเป็นครูหมอพื้นบ้านจำนวน 6 ท่าน ประกอบด้วยครูหมอพื้นบ้านจังหวัดเชียงใหม่ 3 ท่าน จังหวัดเชียงราย 2 ท่าน และจังหวัดลำพูน 1 ท่าน โดยมีคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นผู้รวบรวมและสังเคราะห์องค์ความรู้ออกมาเป็นรูปเล่ม ด้วยกระบวนการสัมภาษณ์แบบมีส่วนร่วม(PAR) แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างหมอนวดล้านนาทั้ง 6 ท่าน และทำการสัมภาษณ์เชิงลึกเพิ่มเติมในรายละเอียดของหมอแต่ละท่าน นำมาจัดทำเป็นหลักสูตรขั้นพื้นฐานของการนวดล้านนาสำหรับผู้ช่วยแพทย์แผนไทยที่ผ่านการอบรมการนวดไทยอย่างน้อย 150 ชั่วโมงมาแล้ว ดังนั้นหลักสูตรนี้จึงเป็นการเพิ่มเติมความรู้พื้นฐานในส่วนของการนวดล้านนาที่หมอนวดทุกคนต้องเรียนรู้และถือปฏิบัติตามหลักแนวคิด ความเชื่อของการแพทย์พื้นบ้านล้านนา ซึ่งมีระบบความคิด ความเชื่อที่เชื่อมโยงกับทุกสรรพสิ่งในโลกทั้งที่เป็นสิ่งธรรมชาติและเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่ส่งผลต่อการเจ็บป่วยและเป็นแนวทางในการเยียวยารักษา ผู้ที่ศึกษาจะต้องมีความเคารพ ศรัทธาในองค์ความรู้ภูมิปัญญาที่มีพื้นฐานความรู้มาจากคัมภีร์พระไตรปิฏก ยึดความสมดุลของคนกับธรรมชาติและสิ่งเหนือธรรมชาติ ได้แก่ความสมดุลของธาตุ และความผิดปกติของธาตุในร่างกายที่เป็นสาเหตุของความเจ็บป่วย หมอนวดล้านนาจะมีวิธีการตรวจ วินิจฉัย สภาพการเจ็บป่วย หลากหลายวิธีการ ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการที่ปรากฏนำไปสู่สาเหตุที่แท้จริงและทำการแก้ไขสาเหตุนั้นๆ ส่วนการนวดหรือเทคนิควิธีการที่ใช้นวด เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาอาจใช้การนวดอย่างเดียวหรือใช้สมุนไพรหรือวิธีการอื่นๆร่วมด้วย สรุปได้ว่า หลักสูตรนี้จะทำให้เกิดการสืบทอดวิชาการจะเป็นหมอนวดล้านนา ซึ่งผู้ที่เข้ารับการอบรมจะต้องมีความศรัทธา และตั้งมั่นอยู่ใน ครู ผู้สืบทอดองค์ความรู้ ดังนั้นชาวล้านนาจะมีการบูชาพระคุณของผู้เป็นครูหรือบูชาขันตั้งก่อนทุกครั้งก่อนจะมีการประกอบพิธีกรรมใดๆ เพื่อเป็นการแสดงถึงการคารวะแก่ครูบาอาจารย์ การรำลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ที่ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ ครูในที่นี้นอกจากจะเป็นครูที่ถ่ายทอดสรรพวิชาแล้ว ชาวล้านนายังรวมไปถึงครูผู้ที่ล่วงลับไปแล้วก่อนหน้านี้ รวมทั้งบรมครูซึ่งเป็นครูของครูแต่ละรุ่นที่สืบต่อๆ กัน โดย ที่ขันตั้งหรือขันครูนั้น คือ เครื่องบูชาครูบรรจุอยู่ในพานเป็นเครื่องประกอบพิธีไหว้ครูหรือบูชาครูของคนโบราณล้านนา เป็นเสมือนตัวแทนครู มักมีพานครูตั้งบูชาไว้ อัญเชิญครูบาอาจารย์มาสถิตอยู่ เพื่อจะใช้เพิ่มพลังวิชาอาคมและรักษาวิชาอาคม ทั้งยังปกป้องรักษาตัวผู้เป็นศิษย์อีกด้วย หมอนวดล้านนา ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในศีลในธรรม ตั้งมั่นศีล 5 เพื่อปกป้องตัวหมอไม่ให้โรคเข้าตัว และป้องกันไม่ให้หมอไปเรียกร้องค่ารักษาเกินจริง ป้องกันการคุยโวโอ้อวด และยังต้องยึดหลักพรหมวิหาร 4 เพื่อให้มีเมตตา กรุณา มุทิตา กับคนไข้ที่มารักษา และมีอุเบกขา คือ หมอต้องไม่ติดยึดอยู่กับการรักษา ไม่รอให้คนไข้กลับมาตอบแทนหรือสมนาคุณ และต้องเรียนรู้หลักพื้นฐานการวินิจฉัย การรักษา เส้น แนว จุด ตามศาสตร์ของการนวดล้านนา ที่ถูกกต้องเพื่อเป็นหมอนวดล้านนาที่มีศักยภาพ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้การนวดพื้นบ้านล้านนาให้ยังคงดำรงอยู่สืบต่อไป

คำสำคัญ

โรคไม่ติดต่อเรื้อรังการผสมผสานการนวดพื้นบ้านไทยสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการซิปปา โมเดลในรายวิชาปฏิบัติการการนวดไทย 1 สำหรับนักศึกษาหลักสูตรการแพทย์แผนไทยบัณฑิต วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก

กาญจนา นิ่มสุนทร พ.ศ. 2563

การศึกษาองค์ประกอบของสมรรถนะการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสำหรับพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในภาคใต้

มณฑิรา จารุเพ็ง พ.ศ. 2559

การประเมินผลโครงการอบรมการนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ และการผ่อนคลายของนักศึกษาสาขาธุรกิจสุขภาพ สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตลำปาง

อุมาภรณ์ คงอุไร สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2556

การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวกับการนวดเพื่อรักษาปัญหาสุขภาพ

ธนวันต์ ศรีอมรรัตนกุล มหาวิทยาลัยปทุมธานี พ.ศ. 2561

ระบบแนะนำการนวดไทยเพื่อการบำบัดรักษา

วิไรวรรณ แสนชะนะ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา พ.ศ. 2559

แนวทางการพัฒนาผู้ให้บริการนวดแผนไทยใน สถานบริการสุขภาพของสมาคมแพทย์แผนไทย แห่งประเทศไทย

ทรงคุณ จันทจร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2561

การพัฒนาทักษะการนวดแผนไทยของนักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม่

วนิดา โนรา สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2557

การพัฒนารูปแบบเตรียมความพร้อมการฝึกประสบการณ์ให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ณ บ้านเกิด ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา

อรรณพ สนธิไชย พ.ศ. 2559

การพัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษสำหรับงานบริการนวดแผนไทยในเขตอำเภอเมือง จังหวัดน่าน

มินตรา ไชยชนะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2556

การบริหารจัดการศูนย์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นนวดแผนไทยเชิงธุรกิจ

รัตติกาญจน์ ภูษิต มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2560