การศึกษาองค์ความรู้และสถานภาพทางสังคมของการแพทย์พื้นบ้าน : กรณีศึกษา บทบาทของพระสงฆ์ในการส่งเสริมภูมิปัญญาการนวด ของชุมชน ในจังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ๑.เพื่อศึกษาบทบาทของพระสงฆ์ในการส่งเสริมภูมิปัญญาการนวดของชุมชนในจังหวัดเชียงราย ๒. เพื่อศึกษาสถานะขององค์ความรู้ในฐานะทุนทางสังคมของภูมิปัญญาการนวดของชุมชนในจังหวัดเชียงราย ๓. เพื่อวิเคราะห์คุณค่าเชิงจริยธรรมของภูมิปัญญาที่มีต่อสังคมของชุมชนในจังหวัดเชียงราย โดยเก็บข้อมูลจากประชากร กลุ่มตัวอย่าง คือ ๑) พระสงฆ์ จำนวน ๔ รูป ๒) คณะกรรมการวัด จำนวน ๘ คน ๓) หมอนวด จำนวน ๓๐ คน ๔) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวน ๑ คน ๕) ผู้ใช้บริการนวดในชุมชนเทศบาลนครเชียงราย จำนวน ๑๐๐ คน รวมทั้งสิ้น ๑๔๓ รูป/คน โดยนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาแปรเป็นค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Quantitative Statistic) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการศึกษาองค์ความรู้และสถานภาพทางสังคมของการแพทย์พื้นบ้าน: กรณีศึกษา บทบาทของพระสงฆ์ในการส่งเสริมภูมิปัญญาการนวดของชุมชน ในจังหวัดเชียงราย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ ๖๖.๐๐ ส่วนใหญ่อายุระหว่าง ๑๕ – ๓๐ ปี ร้อยละ ๓๕.๐๐ รองลงมามีอายุระหว่าง ๓๑ – ๔๐ ปี ร้อยละ ๒๘.๐๐ และมีอายุระหว่าง ๔๑ – ๕๐ ปีร้อยละ ๑๙.๐๐ ระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ ๗๒.๐๐ มีระดับการศึกษาปริญญาตรี ร้อยละ ๑๖.๐๐ มีระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ร้อยละ ๑๒.๐๐ สมรสร้อยละ ๔๔.๐๐ และโสดร้อยละ ๓๕.๐๐ ระดับความคิดเห็นต่อบทบาทของพระสงฆ์ในการส่งเสริมภูมิปัญญาการนวดของชุมชนนั้น ภาพรวมมีความคิดเห็นในระดับมาก ( = ๔.๑๔) ค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ข้อ บทบาทของพระสงฆ์ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ส่งเสริม และพัฒนาภูมิปัญญาการนวด สู่ชุมชนมากน้อย อยู่ในระดับมากที่สุด ( = ๔.๔๕) รองลงมาได้แก่มีคุณธรรมจริยธรรมประการใดที่แผงอยู่ในภูมิปัญญาการนวด ( = ๔.๓๐) และบทบาทของพระสงฆ์ในการส่งเสริมภูมิปัญญาการนวด เป็นเรื่องที่เหมาะสม ( = ๔.๑๔) ระดับความคิดเห็นต่อสถานะขององค์ความรู้ในฐานะทุนทางสังคมและจริยธรรมของภูมิปัญญาการนวดของชุมชน มีความคิดเห็นในระดับมาก ( = ๓.๙๘) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่การประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญาการนวด ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นที่ยอมรับจากสังคม มีการจัดเก็บข้อมูลด้านภูมิปัญญาการนวด ในรูปแบบเชิงวรรณกรรม หนังสือ บทความ/สื่อ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = ๔.๓๓) รองลงมาได้แก่ภาครัฐมีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาภูมิปัญญาการนวดมากน้อย ( = ๔.๑๐) และการถ่ายทอดองค์ความรู้ ส่งเสริม และพัฒนาภูมิปัญญาการนวด สู่ชุมชนมากน้อย ( = ๓.๗๘) บทบาทของพระสงฆ์ในการส่งเสริมภูมิปัญญาการนวดของชุมชนในจังหวัดเชียงราย พบว่า มีเพียง ๒ แห่ง จากจำนวนที่สัมภาษณ์ ที่ส่งเสริมภูมิปัญญาการนวดของชุมชน แต่บทบาทของคณะสงฆ์ ระดับตำบล อำเภอและจังหวัด ไม่มีวาระส่งเสริมภูมิปัญญาการนวดของชุมชน พระสงฆ์ไม่มีภูมิความด้านภูมิปัญญาการนวดแผนไทย พระสงฆ์มีบทบาทในการส่งเสริมภูมิปัญญาการนวดของชุมชนรอบ ๆ วัด ในฐานะผู้สนับสนุนสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น อาคารในการให้บริการการนวด น้ำ ไฟฟ้า และสิ่งสนับสนุนอื่น ๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน เป็นการส่งเสริมและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ซึ่งการบริหารจัดการทางวัดหรือคณะสงฆ์ เปิดโอกาสให้ชุมชนบริหารจักการอย่างโปร่งใส โดยวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง วัดเป็นเพียงสถานที่ส่งเสริมและสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง สำหรับข้อแตกต่างในประเด็นบทบาทของพระสงฆ์ในการส่งเสริมภูมิปัญญาการนวดของชุมชนในจังหวัดเชียงราย พบว่า การสนับสนุนและส่งเสริมภูมิปัญญาการนวดของพระสงฆ์นั้นยังมีกลุ่มคนบางกลุ่มมองว่าไม่เหมาะสม ผิดจารีตประเพณีอันไม่เป็นการสมควรที่จะดำเนินการภายในวัด จะทำให้ภาพลักษณ์ของวัดเสื่อมเสีย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภาพลบต่อวัดและคณะสงฆ์โดยตรง การวิเคราะห์คุณค่าเชิงจริยธรรมภูมิปัญญาการนวด พบว่า ภูมิปัญญาการนวดของท้องถิ่น มีฐานความคิดและแบบแผนการปฏิบัติที่ผสมผสานระหว่างอำนาจเหนือธรรมชาติ ศาสนา และประสบการณ์จาการปฏิบัติจริงที่สะสม สืบทอด และใช้ประโยชน์ในท้องถิ่น องค์ความรู้ และวิถีปฏิบัติเพื่อการดูแลสุขภาพและรักษาความเจ็บป่วย มีอัตลักษณ์ สัมพันธ์กับวัฒนธรรม เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงและผสมผสานกับการแพทย์แบบอื่น ถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ตรง นับเป็นความรู้เชิงประสบการณ์ ภายใต้บริบทสังคมวัฒนธรรมและระบบนิเวศน์ เป็นการพัฒนาภูมิปัญญาความรู้ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น หรือเก็บภูมิปัญญาด้านนี้ไว้สืบต่อให้ลูกหลาน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชุมชนสืบต่อไป เป็นการอนุรักษ์ไว้ซึ่งภูมิปัญญาการนวด ก่อให้เกิดการปฏิบัติที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งแผงอยู่ในภูมิปัญญาการนวด อันประกอบไปด้วย อคติ ๔ ฆราวาสธรรม ๔ ประการ โลกธรรม ๘ การรักษาศีล