Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2562

การเพิ่มมูลค่าข้าวเพื่อเป็นส่วนประกอบอาหารที่มีสมบัติเชิงหน้าที่

วิริยา อ่อนสอาด มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2562

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

จากการศึกษาพบว่า การดัดแปรสภาพแป้งข้าวด้วยการเกิดรีโทรเกรเดชันแบบสลับอุณหภูมิขึ้นลงเป็นรอบ (Temperature -Cycled Retrogradration) ในรูปแบบการเตรียมตัวอย่างในรูปข้าวเปลือกสามารถผลิตแป้งข้าวที่ย่อยได้อย่างช้าและสามารถทดแทนการเตรียมตัวอย่างในรูปของสารละลายแป้งข้าวได้ และพบว่าเวลาในการทำให้แป้งในข้าวเปลือกเกิดเจลาติไนเซชันคือ 10 นาที ก่อนนำตัวอย่างไปเก็บที่อุณหภูมิ 4oC ด้วยเวลา 12 ชั่วโมง (สำหรับพันธุ์ธัญสิรินระยะเม่า) หรือ 24 ชั่วโมง (สำหรับพันธุ์ธัญสิรินระยะแก่ และพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ทั้งระยะเม่าและระยะแก่) และเพิ่มอุณหภูมิเป็นอุณหภูมิบรรยากาศทั่วไป (35-38oC) เป็นเวลา 12 ชั่วโมง (สำหรับพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ระยะเม่า) หรือ 24 ชั่วโมง (สำหรับสำหรับพันธุ์ธัญสิรินระยะเม่า และระยะแก่ และพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ระยะแก่) เพื่อให้เกิดรีโทรเกรเดชัน (Temperature -Cycled Retrogradration) ที่ระยะเวลาในการเก็บตัวอย่างเป็นเวลา 7 วัน เพื่อทำให้เกิดเป็นผลึกที่ไม่สมบูรณ์ โดยจะมีกลไกการเกิดผลึกเพียง 2 กระบวนการเท่านั้นคือเจริญเติบโตของผลึก (nucleation) และเกิดการเติบโตของผลึก (Propagation) ซึ่งผลการทกลองยืนยันได้จากผลการวิเคราะห์สมบัติการเคมีกายภาพ และสมบัติทางความร้อนของสตาร์ชที่ผ่านการดัดแปรสภาพแล้ว เช่น ลักษณะโครางสร้างระดับจุลภาค การเปลี่ยนแปลงค่าความหนืดของแป้ง อุณหภูมิและพลังงานในการเกิดเจลาติไนเซชัน และรูปร่างของผลึกและปริมาณโครงร่างของผลึกที่ได้ นั่นแสดงให้เห็นว่าแป้งข้าวระยะเม่าและระยะแก่ของข้าวพันธุ์ธัญสิรินและพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 มีสมบัติในการปลดปล่อยน้ำตาลได้อย่างช้า ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลให้เลือดให้คงที่ได้ แต่อย่างไรก็ตามยังต้องมีการศึกษาเชิงลึกลงไปในประเด็นทางการคลีนิค นอกจากนี้พบว่าแป้งที่ผ่านการดัดแปรสภาพมีโครงสร้างที่แข็งแรงโดยพิจารณาจากสมบัติการในพองตัวและการละลายที่ลดลง และข้อดีที่พบในแป้งข้าวที่ผ่านการดัดแปรสภาพด้วยวิธีการเกิดเกิดรีโทรเกรเดชัน (Temperature -Cycled Retrogradration) คือแป้งมีสมบัติในการอุ้มน้ำและอุ้มน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถนำแป้งที่ดัดแปรสภาพนี้ไปประยุกต์ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่มีสมบัติเชิงหน้าที่ต่อไปได้

คำสำคัญ

Riceข้าวGlucosefunctional ingredientน้ำตาลกลูโคสProduct prototypeSlowly digestible starchUtility for commercializationแป้งย่อยได้อย่างช้าผลิตภัณฑ์ต้นแบบการใช้ประโยชน์เชิงพานิชย์ส่วนประกอบอาหารเชิงหน้าที่

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ผลของเวลาในการนึ่งต่อคุณภาพของข้าวเกรียบจากแป้งมันสำปะหลัง

สยุมพร รัตนพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2561

การปรับปรุงกระบวนการผลิตข้าวสำเร็จรูปพร้อมรับประทานบรรจุในภาชนะปิดสนิท

สิริชัย ส่งเสริมพงษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2558

การผลิตข้าวเหนียวหุงสุกเร็วจากข้าวนึ่งข้าวเหนียวกล้องเพื่ออุตสาหกรรมข้าวแปรรูป

วิภา สุโรจนะเมธากุล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559

ผลของการเก็บรักษาข้าวเปลือกในบรรจุภัณฑ์ อุณหภูมิ และระยะเวลา ต่อคุณภาพของข้าวฮางงอก

วีรเวทย์ อุทโธ พ.ศ. 2559

การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้าวสารเพื่อการผลิตข้าวแต๋นสู่การพัฒนานวัตกรรมต้นแบบเครื่องบ่มข้าวระบบอัตโนมัติ และเครื่องนึ่งข้าวแบบรวมศูนย์ ในระดับโรงงานนำร่อง

ณัฐฌา เหล่ากุลดิลก มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2564

กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ข้าวนึ่งกึ่งสำเร็จรูป

นํ้าฝน ศีตะจิตต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2553

การสร้างแบบจําลองเพื่อทํานายการเปลี่ยนแปลงข้าวใหม่เป็ นข้าวเก่า

จิรารัตน์ อนันตกูล สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2555

การศึกษากระบวนการผลิตข้าวหุงสุกเร็วเสริมแคลเซียม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรทิพย์ ศิริสุนทราลักษณ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2551

การวัดความยาวข้าวโพดฝักอ่อนด้วยการเข้ารหัสแบบรันเลนท์และวิธีถดถอยแบบทำซ้ำ

อมรฤทธิ์ พุทธิพิพัฒน์ขจร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2557

ผลของอุณหภูมิและเวลาพัฟฟิงต่อคุณภาพของข้าวพองที่ผลิตจาก ข้าวเหนียวกล้อง กข 6

chonlada raikham มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2561