การเลี้ยงไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่สายพันธุ์ไข่ดกในระบบปล่อยอิสระเพื่อผลิตไข่ไก่คุณภาพสูง สำหรับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่สายพันธุ์ไข่ดก ได้รับการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2559 ให้มีผลผลิต ไข่เพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ จากไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ฝูงเดิม เพื่อนำไปเลี้ยงบริโภคไข่และเนื้อไก่ในชุมชนเพิ่ม สูงขึ้น โดยมีลักษณะเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ พ่อพันธุ์ 3,137.29 กรัม แม่พันธุ์ 2,454.64 กรัม อายุเมื่อให้ไข่ฟองแรก 174.03 วัน และให้ผลผลิตไข่เฉลี่ย 174.63 ฟอง/แม่/ปีการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ เชียงใหม่สายพันธุ์ไข่ดกให้มีผลผลิตที่ดี จำเป็นต้องได้รับอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอ ซึ่งคิด เป็นต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่ ดังนั้นการใช้หนอนแมลงวันลายที่ได้จากการเพาะเลี้ยง ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนะสูง ประกอบด้วย วัตถุแห้ง (Dry matter) 44% โปรตีน 42% ไขมัน 35% พลังงาน 2,900 กิโลแคลอรี่/กิโลกรัม และอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นและกรดไขมัน มาใช้ในทดแทนอาหารสำเร็จรูปหรือทดแทนวัตถุดิบที่เป็น แหล่งโปรตีนในสูตรอาหารไก่ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ การศึกษาครั้งนี้ เป็นการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ โดยนำไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดกไปเลี้ยงที่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อการบริโภคไข่และเนื้อในโครงการอาหารกลางวันของเด็ก นักเรียน ซึ่งสามารถผลิตพ่อแม่พันธุ์ทดแทนได้เองอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องจัดซื้อพันธุ์ไก่เข้ามาเลี้ยงใหม่ ลดความเสี่ยงการเกิดโรค ทำให้การเลี้ยงไก่ของโรงเรียนมีความยั่งยืน โดยดำเนินการ จำนวน 10 โรงเรียน ในพื้นที่จังหวัดตาก และจังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมดำเนินการประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมของโรงเรียน ในถิ่นทุรกันดาร การเตรียมความพร้อมพันธุ์ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่สายพันธุ์ไข่ดก การดำเนินการเลี้ยงไก่ของ โรงเรียน และการติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ผลการดำเนินงานพบว่า ทุกโรงเรียนได้รับการปรับปรุงโรงเรือนเลี้ยงไก่ไปสู่ระบบการเลี้ยงแบบปล่อยอิสระ โดยมีพื้นที่แปลงหญ้าสำหรับปล่อยไก่ออกนอกโรงเรือนพื้นที่ 50 ตารางเมตร การสร้างโรงเพาะเลี้ยงหนอน แมลงวันลาย จำนวน 1 หลัง สำหรับเพาะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์หนอนแมลงวันลาย เพื่อผลิตไข่หนอนนำไปเลี้ยง ใช้เป็นอาหารไก่ นอกจากนี้ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรมการเลี้ยงไก่ของโรงเรียนยังได้รับการฝึกอบรมเพิ่มความรู้ ในการจัดการเลี้ยงไก่ หลังจากนั้นจึงส่งมอบพันธุ์ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่สายพันธุ์ไข่ดกอายุ 20 สัปดาห์ ให้แก่ ทุกโรงเรียนๆ ละ 55 ตัว (เพศผู้ 5 ตัว เพศเมีย 50 ตัว) โดยผลผลิตไข่เฉลี่ย 6 เดือน พบว่า โรงเรียนตำรวจ ตระเวนชายแดนจาตุรจินดา และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านใหม่พัฒนาสันติ มีผลผลิตไข่เฉลี่ย 13.16 และ 12.42 ฟอง/ตัว ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3 ฟอง/ตัว/สัปดาห์ หรือประมาณ 12 ฟอง/ตัว/เดือน แสดงให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ในการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่สายพันธุ์ไข่ดก 1 ตัว สำหรับให้ นักเรียน 1 คน ได้บริโภคไข่สัปดาห์ละ 3 ฟอง โดยเน้นการจัดการพฤติกรรมการฟักไข่ของแม่ไก่ ร่วมกับการให้ อาหารที่มีคุณภาพจากวัตถุดิบพลังงานในท้องถิ่น เช่น ข้าวโพด รำ ปลายข้าว และจัดหาแหล่งโปรตีนคุณภาพดี เช่น หนอนแมลงวันลาย เป็นต้น ซึ่งจะทำให้โรงเรียนสามารถพึ่งตนเองได้มากที่สุด และก่อให้เกิดความยั่งยืนใน การเลี้ยงไก่สำหรับผลิตไข่ที่มีคุณภาพสูงให้เด็กนักเรียนบริโภค