สมรรถภาพการให้ไข่และการสืบพันธุ์ของไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่สายพันธุ์ไข่ดกในฟาร์มเครือข่ายปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์สัตว์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถภาพการให้ไข่และการสืบพันธุ์ของไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่สายพันธุ์ไข่ดก ในสภาพการเลี้ยงของฟาร์มเครือข่ายปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์สัตว์ โดยใช้ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่สายพันธุ์ไข่ดก อายุ 18 สัปดาห์ นำไปเลี้ยงในฟาร์มเครือข่ายฯ 4 ฟาร์มๆ ละ 240 ตัว (เพศผู้ 40 ตัว เพศเมีย 200 ตัว) โดยเลี้ยงในระบบปล่อยฝูงผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ 2 ฟาร์ม (T1) และเลี้ยงในระบบกรงตับผสมพันธุ์ด้วยวิธีผสมเทียม จำนวน 2 ฟาร์ม (T2) เปรียบเทียบกับการเลี้ยงในระบบกรงตับผสมพันธุ์ด้วยวิธีผสมเทียมในฟาร์มของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ (T3) เก็บข้อมูลสมรรถภาพการให้ไข่ ได้แก่ ลักษณะเมื่อให้ไข่ฟองแรก ผลผลิตไข่สะสม 6 เดือน และน้ำหนักไข่เฉลี่ย ข้อมูลสมรรถภาพการสืบพันธุ์ ได้แก่ อัตราการผสมติด และอัตราการฟักออก ผลการทดลอง พบว่า ทั้ง 3 กลุ่มทดลอง มีลักษณะเมื่อให้ไข่ฟองแรก ทั้งอายุเมื่อให้ไข่ฟองแรก (155.50 162.50 และ 164.56 วัน) น้ำหนักตัวเมื่อให้ไข่ฟองแรก (1,805.00 2,180.00 และ 2,113 กรัม) และน้ำหนักไข่ฟองแรก (37.17 39.86 และ 36.70 กรัม) ไม่แตกต่างกันทางสถิติ ด้านผลผลิตไข่สะสม 6 เดือน ของกลุ่ม T3 (117.80 ฟอง/ตัว) สูงกว่าทุกกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) และกลุ่ม T2 (86.08 ฟอง/ตัว) สูงกว่ากลุ่ม T1 (53.70 ฟอง/ตัว) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ส่วนน้ำหนักไข่เฉลี่ย พบว่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ มีค่าเท่ากับ 44.38 43.69 และ 43.60 กรัม/ฟอง ด้านสมรรถภาพการสืบพันธุ์ พบว่ามีอัตราการผสมติด (84.34 78.52 และ 79.20 เปอร์เซ็นต์) อัตราการฟักของจากไข่มีเชื้อ (66.89 65.17 และ 74.28 เปอร์เซ็นต์) และอัตราการฟักของจากไข่เข้าฟักทั้งหมด (59.64 52.16 และ 66.35 เปอร์เซ็นต์) ไม่แตกต่างกันทางสถิติ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่สายพันธุ์ไข่ดกสามารถเลี้ยงได้ในระบบฟาร์มของเกษตรกรเครือข่ายฯ ทั้งการเลี้ยงในระบบปล่อยฝูงและกรงตับ โดยไม่กระทบต่อลักษณะเมื่อให้ไข่ฟองแรก น้ำหนักไข่เฉลี่ย และสมรรถภาพการสืบพันธุ์ ยกเว้นผลผลิตไข่สะสม 6 เดือน ดังนั้นจึงต้องหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงการจัดการ เพื่อให้มีผลผลิตไข่ที่เพิ่มขึ้น