กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางเกษตรกรรมแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะพืช ผลไม้มากมายหลายชนิด โดยพืชผลเหล่านี้ สามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโพรไบติกส์เพื่อประยุกต์ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในผู้สูงวัย งานวิจัยนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งยุคอนาคต ที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ส่งเสริมจำนวน microbiome ในลำไส้ เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรคโดยเฉพาะในผู้สูงวัย โดยนำมะม่วงหาวมะนาวโห่มาผลิตเป็นไซเดอร์จากยีสต์และจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ นำมาพัฒนาเป็นไซเดอร์เยลลี่โพรไบโอติกส์ ผลิตข้าวหมากจากลูกแป้ง นำมาพัฒนาเป็นพุดดิ้งข้าวหมากโพรไบโอติกส์ เมื่อนำผลิตภัณฑ์ที่ได้ไปทดสอบการยอมรับของผู้บริโภค พบว่าผู้บริโภคให้การยอมรับผลิตภัณฑ์พุดดิ้งข้าวหมากร้อยละ 55 และเยลลี่ไซเดอร์ร้อยละ 85 และคัดเลือกสูตรที่ได้รับการยอมรับเพื่อศึกษาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ โดยพุดดิ้งข้าวหมากและเยลลี่ไซเดอร์มีค่า Hardness เท่ากับ 1,233?12.02 g forcec และ 1,424?62.93 g force ตามลำดับ แสดงถึงผลิตภัณฑ์มีความง่ายต่อการบดเคี้ยว เหมาะสมต่อผู้คนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงวัย ผลิตภัณฑ์ทั้งสองให้พลังงานค่อนข้างต่ำ มีความปลอดภัยจากจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค เมื่อคัดแยกจุลินทรีย์จากผลิตภัณฑ์ สามารถแยกจุลินทรีย์ได้ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ Lactiplantibacillus plantarum P1-1 และ Levilactobacillus brevis P2-1 จากเยลลี่ไซเดอร์ และแยกได้ 1 สายพันธุ์ ได้แก่ Pediococcus pentosaceus P3-8 จากพุดดิ้งข้าวหมาก โดยทั้ง 3 สายพันธุ์มีคุณสมบัติของโพรไบโอติกส์ คือ สามารถอยู่รอดได้ในทางเดินอาหาร มีความสามารถในการยึดเกาะมิวซิน และมีความสามารถในการยับยั้งเชื้อก่อโรค เทียบเท่ากับโพรไบโอติกส์ทางการค้า Lactobacillus rhamnosus GG โดยมีปริมาณจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ? 1 x 106/g ตลอดอายุการเก็บของอาหาร โดยจุลินทรีย์โพรโบโอติกส์ที่คัดแยกได้จากงานวิจัยนี้นั้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอาหารหมักอื่นๆ ได้ เช่น โยเกิร์ต น้ำผักและผลไม้หมัก ผักดอง แหนม เป็นต้น จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน (SWOT) และการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์ พบว่า ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขนาดตลาด microbiome ในร่างกายมนุษย์ก็มีอัตราการเติบโตเช่นกัน เมื่อพิจารณาตลาดของเยลลี่ไซเดอร์และพุดดิ้งข้าวหมาก พบว่ามีความเป็นไปได้ทางการตลาด เนื่องจากตลาดเยลลี่ไซเดอร์และพุดดิ้งข้าวหมากในประเทศยังมีค่อนข้างน้อย งานวิจัยนี้จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มมูลค่าพืชผลไม้พื้นบ้าน เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ จากวัตถุดิบที่ราคาไม่สูง หาได้ง่าย
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
การศึกษาและวิจัยของโครงการนี้จะพัฒนาจนได้สูตรที่เหมาะสมของเยลลี่ไซเดอร์ และพุดดิ้งข้าวหมาก รวมถึงการตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ค่าความเป็นกรด-เบส ปริมาณกรดทั้งหมด ปริมาณของแข็งละลายน้ำได้ทั้งหมด ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ปริมาณความชื้นอิสระ สี และลักษณะเนื้อสัมผัส และวิเคราะห์สารอาหารเพื่อจัดทำฉลากโภชนาการไทย ซึ่งสามารถพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ได้
คณะผู้วิจัยมีประสบการณ์ในการผลิตผลิตไซเดอร์ผลไม้ และข้าวหมาก อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ รวมทั้งพรีไบโอติก ซึ่งจะกระตุ้นการทำงานและส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์โปรไบโอติก (probiotic) มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จัดเป็นอาหารในกลุ่ม functional food มีประโยชน์มากมาย เช่นเสริมสร้างการดูดซึมแร่ธาตุ ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในทางเดินอาหารดีขึ้น เพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ลดโอกาสการติดเชื้อในลำไส้ ช่วยดูดซับสารพิษในทางเดินอาหาร ไม่ให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และทำให้อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายง่าย ปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ จึงมีความเป็นไปได้ในการนำไซเดอร์และข้าวหมากมาพัฒนาเป็นอาหารฟังก์ชันเสริมสุขภาพ โดยมีองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พร้อมดำเนินการจากงานวิจัยที่ได้ทำสำเร็จคือ "ไวน์วิตามินซีสูงจากมะม่วงหาวมะนาวโห่" (2564) โดย อารยา ศิลปปวีณ และ นันทวุฒิ นิยมวงษ์ งานประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ครั้งที่ 3 NTSC2021 ในวันที่ 26 มีนาคม 2564 ณ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และจากงาน Value-Added Dairy Products From Low Price Local Corn. By Gatesuda F., T. Namnood, A.Boondaeng, P. Vaithanomsat, W. Apiwatanapiwat, P.Janchai, and N.Niyomvong (2020) Value-Added Dairy Products From Low Price Local Corn. The Proceedings of ASEAN Bioenergy and Bioeconomy 2020 (ABB2020) : 133-138 ทำให้สามารถดำเนินการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาอาหารในกลุ่ม functional food ได้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.
การศึกษาวิจัยของโครงการนี้ เป็นการเพิ่มมูลค่าของพืชผลไม้พืชบ้าน โดยการนำมาพัฒนาเป็นอาหารฟังก์ชันเสริมสุขภาพ เสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้สูงอายุ ให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และลดอุบัติการเกิดโรค เมื่อสิ้นสุดงานวิจัย สามารถพัฒนาสู่ระดับเชิงพาณิชย์ได้
ประเทศไทยเป็นได้ก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ การเตรียมรับมือกับสังคมสูงวัยจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรให้ความสำคัญ โดยผู้สูงอายุไทย 95% มีความเจ็บป่วยด้วยโรคปัญหาสุขภาพต่างๆ รวมทั้งโรคอุบัติใหม่ เช่น โควิด-19 หากมีการติดเชื้อในผู้ที่ร่างกายไม่แข็งแรงรวมถึงผู้สูงอายุ จะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนทั่วไปเนื่องด้วยสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว งานวิจัยนี้จึงเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการหมักในการพัฒนาอาหารฟังก์ชันเสริมสุขภาพและเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับผู้สูงอายุ