การพัฒนาระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูของเยาวชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูสู่การมีเป้าหมายชีวิตของเยาวชนกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ เด็กและเยาวชนที่มีอายุ ระหว่าง 12-25 ปี และผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป โดยศึกษาใน 2 บริบท ได้แก่ ชุมชนริมทางรถไฟ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และปอเนาะญาลันนันบารู อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา กระบวนการพัฒนาระบบฯ ประกอบด้วย 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาปรากฏการณ์การรับรู้ความกตัญญู และปัจจัยที่เกี่ยวข้องของเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง และระยะที่ 2 การพัฒนาองค์ประกอบของระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูสู่การมีเป้าหมายชีวิตของเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ตามวงจรของการวิจัยเชิงการปฏิบัติการ ระยะที่ 2 ประกอบด้วย 3 กระบวนการย่อย ได้แก่ 1) การออกแบบองค์ประกอบของระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยฯ 2) การนำร่างระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยฯ สู่การปฏิบัติ และ 3) การประเมินผลระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยฯ โดยใช้ระยะเวลาในการศึกษา ทั้งสิ้น 2 ปี ระหว่างเดือนเมษายน 2565 ถึงเดือนมีนาคม 2567 สำหรับระยะเวลาในการเข้าถึงเยาวชนและชุมชน การดำเนินกิจกรรม และการสรุปผลการศึกษา ใช้เวลา 1 ปี 6 เดือน หลังได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรม หลังได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรม ระหว่างเดือนสิงหาคม 2565 ถึงเดือนมกราคม 2567 เก็บรวบรวมข้อมูลการสัมภาษณ์เจาะลึก การสนทนากลุ่ม และการสังเกตทั้งแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยดัดแปลงแนวทางของสเตราท์และคอร์บิน ผลการศึกษา พบว่า การพัฒนาระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยผ่านการสร้างเสริมความกตัญญูสู่การมีเป้าหมายชีวิตของเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ได้พัฒนานวัตกรรมเชิงกระบวนการที่เรียกว่า “การบ่มเพาะความกตัญญูและเป้าหมายชีวิตของเยาวชนนำสู่การอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรของบุคคลทุกวัย” โดยสามารถสรุปผลการศึกษาได้ดังนี้ ระยะที่ 1 การทำความเข้าใจการให้ความหมายของความกตัญญูของเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ผลการศึกษาพบว่า เด็กและเยาวชน จากชุมชนริมทางรถไฟ ได้ให้ความหมายของความกตัญญูไว้ 6 ประการ ได้แก่ การรักตัวเองและไม่ทำร้ายตัวเอง การไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจ การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่และผู้มีพระคุณ การมีความรักและความห่วงใยต่อพี่และน้อง การมีสัมมาคารวะและการระลึกถึงพระคุณผู้อื่น และการมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม สำหรับเด็กและเยาวชน จากปอเนาะญาลันนันบารู ได้ให้ความหมายของความกตัญญูไว้ 3 ประการ ได้แก่ การรักตัวเองและไม่ทำร้ายตัวเอง การไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจ และการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่และผู้มีพระคุณ ระยะที่ 2 การพัฒนาองค์ประกอบของระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยฯ ประกอบด้วยการ การออกแบบและการทดสอบระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยฯ ด้วยการสร้างเสริมความกตัญญูเพื่อการมีเป้าหมายชีวิต ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ (1) การสนับสนุนให้เยาวชนค้นหาเป้าหมายชีวิต และ (2) การฝึกปฏิบัติความกตัญญู 4 ประการ ได้แก่ ความกตัญญูต่อตนเอง ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ความกตัญญูต่อเพื่อน และความกตัญญูต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป้าหมายชีวิต บนพื้นฐานของทฤษฎีรากฐานของการสร้างเสริมเป้าหมายชีวิตสำหรับวัยรุ่นไทย “การมีชีวิตเพื่อตนเองและผู้อื่นอย่างมีปัญญา” ที่ได้ถูกพัฒนาบนพื้นฐานของ “หลักการถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่ 1” และ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” สำหรับกลยุทธ์ที่ใช้ในการขับเคลื่อนระบบฯ ประกอบด้วย 4 ประการ ได้แก่ การให้เกียรติผู้นำและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้นำ การนำบุคคลมาสร้างแรงบันดาลใจ การพัฒนาจิตและปัญญา และการติดตามเยี่ยมเยียน สำหรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ชุมชน แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับเด็กและเยาวชน และระดับชุมชน โดยบริบทของชุมชนริมทางรถไฟ ผลลัพธ์ระดับเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่ การได้รับการบ่มเพาะคุณลักษณะของการเป็นคนดี การดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย และการสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน และผลลัพธ์ในระดับชุมชน ประกอบด้วย 2 ประการ ได้แก่ การมีแนวทางในการสร้างกติกาของชุมชน และการสร้างวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร สำหรับบริบทของปอเนาะญาลันนันบารู ผลลัพธ์ระดับเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่ การเห็นเส้นทางเดินชีวิตเส้นใหม่ การรับรู้ถึงความมีคุณค่าในตนเอง และการมีไมตรีจิตและเพิ่มความรู้สึกปลอดภัย และผลลัพธ์ในระดับชุมชน ประกอบด้วย 2 ประการ ได้แก่ ปอเนาะมีแนวทางในการสร้างคนดี และการได้เด็กและเยาวชนที่มีความกตัญญูกลับสู่ครอบครัวและสังคม ผลการศึกษาครั้งนี้ได้พัฒนานวัตกรรมเชิงกระบวนการที่สะท้อนให้เห็นถึง กระบวนการสร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทร ด้วยกลไกสำคัญ คือ การสร้างเสริมความกตัญญูที่นำสู่การมีเป้าหมายชีวิตของเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้นำชุมชน และผู้บริหาร สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการสร้างระบบนิเวศของการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรในสังคมสูงวัยได้