Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การวิเคราะห์อภิมานงานวิจัยด้านการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน

ฤตินันท์ สมุทร์ทัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะของงานวิจัยด้านการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน 2) สังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน และ 3) เปรียบเทียบค่าขนาดอิทธิพลของผลการวิจัยระหว่างประเภทนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน ตัวอย่างในการศึกษา ได้แก่ ปริญญานิพนธ์ วิทยานิพนธ์ หรือรายงานการค้นคว้าอิสระ ของนิสิต/นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่วิจัยด้านการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นงานวิจัยเชิงทดลองที่พิมพ์เผยแพร่ฉบับสมบูรณ์ (Full Text) ในช่วงปีพ.ศ.2536 – 2564 และมีคุณภาพของงานวิจัยอยู่ในระดับดี จำนวน 175 เรื่อง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบประเมินคุณภาพงานวิจัยและแบบบันทึกลักษณะงานวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย คำนวณค่าขนาดอิทธิพลของงานวิจัยด้วยวิธีการของกลาส (Glass) และวิเคราะห์ลักษณะงานวิจัยและค่าขนาดอิทธิพลโดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยอภิมานแบบอิทธิพลสุ่ม (Random Effect) และแบบอิทธิพลกำหนด (Fixed Effect) ผลการวิจัยพบว่า 1) ลักษณะของงานวิจัยที่เป็นตัวแปรจัดประเภทด้านผู้วิจัยและการตีพิมพ์ พบว่า งานวิจัยตีพิมพ์เผยแพร่ในพ.ศ.2552-2564 มากที่สุด ผู้วิจัยส่วนใหญ่ศึกษาในระดับปริญญาโท สถาบันที่ผลิตงานวิจัยมากที่สุด คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สาขาที่ผลิตงานวิจัยส่วนใหญ่ คือ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน งานวิจัยมีจำนวนหน้าทั้งหมดน้อยกว่า 200 หน้ามากที่สุด ด้านเนื้อหาและวิธีวิทยาการวิจัย พบว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบมากที่สุด มีสมมติฐานแบบมีทิศทางเป็นส่วนใหญ่ ศึกษาตัวอย่างแบบเจาะจงและอยู่ในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมากที่สุด จำนวนตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 21 ถึง 30 คน ใช้แบบแผนการวิจัยทดลองเบื้องต้นมากที่สุด เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบฝึก แบบทดสอบและแบบวัดมากที่สุด มีการหาคุณภาพของเครื่องมือในด้านความเที่ยงตรง ความเชื่อมั่น อำนาจจำแนกและความเป็นปรนัยมากที่สุด สถิติที่ใช้ในการใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานมากที่สุด ด้านนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ พบว่า มีการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ 4 ประเภท ได้แก่ 1) รูปแบบการสอนที่ใช้แนวคิด/ทฤษฎีการเรียนรู้ (ร้อยละ 29.71) 2) เทคนิคการจัดการเรียนรู้ (ร้อยละ 47.43) 3) กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (ร้อยละ 12.00) และ 4) สื่อการสอนการจัดการเรียนรู้ (ร้อยละ 10.86) มีการใช้แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 6 ถึง 10 แผน มากที่สุด มีระยะเวลาในการวิจัย 1 ถึง 15 ชั่วโมง มากที่สุด ค่าขนาดอิทธิพลจากงานวิจัยทั้งหมด 175 เรื่อง คำนวณค่าขนาดอิทธิพลได้ 175 ค่า มีค่าขนาดอิทธิพลระหว่าง 0.030 ถึง 9.410 และค่าเฉลี่ยขนาดอิทธิพลเท่ากับ 3.704 2) องค์ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ในการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน สรุปได้ว่า (1) มีการใช้แนวคิดผสมผสานนวัตกรรม/การจัดการเรียนการสอนแบบยุคหลังระเบียบแบบแผนการสอน 2 นวัตกรรมขึ้นไป (Post-method Pedagogy) มากที่สุด (2) มีการใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบ KWL Plus มากที่สุด (3) มีการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ใช้แผนผังความคิด/ผังการโยงความสัมพันธ์/แผนผังกราฟิก/แผนที่ความคิดมากที่สุด และ (4) มีการใช้สื่อการสอนการจัดการเรียนรู้เป็นชุดเสริมความรู้/ชุดกิจกรรม/ชุดฝึกทักษะ/แบบฝึกทักษะ/ชุดฝึกอบรม/เอกสารประกอบการเรียนรู้/เอกสารประกอบการเรียนการสอน/แผนการจัดการเรียนการสอนมากที่สุด โดยมีการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มากที่สุด แต่ไม่พบการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 3) ค่าเฉลี่ยขนาดอิทธิพลระหว่างประเภทนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนของงานวิจัยทั้งหมดแตกต่างจากศูนย์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อทดสอบความแตกต่างค่าขนาดอิทธิพลของรูปแบบการสอนตามประเภทนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ พบว่า นวัตกรรมประเภทรูปแบบการสอนที่ใช้แนวคิด/ทฤษฎีการเรียนรู้กับนวัตกรรมประเภทเทคนิคการจัดการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อีกทั้งยังพบว่า เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบ STAD (Student Teams Achievement Divisions) มีค่าขนาดอิทธิพลมากที่สุดเท่ากับ 6.136 รองลงมา คือ รูปแบบการสอนที่ใช้แนวคิด/ทฤษฎีใช้โครงสร้างระดับยอด (Top Level Structure) มีค่าขนาดอิทธิพลเท่ากับ 4.847

คำสำคัญ

การวิเคราะห์อภิมานLearning Innovationนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้meta analysisค่าขนาดอิทธิพลทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจAttribute of ResearchEnglish Reading Comprehension Skillลักษณะของงานวิจัย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสังเคราะห์งานวิจัยผลการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียน

สุรีพร อนุศาสนนันท์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2563

การพัฒนาชุดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษสำหรับกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้

นทีธร นาคพรหม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2560

การพัฒนาสมรรถนะทางการสอนและสมรรถนะทางภาษาของผู้สอนภาษาอังกฤษในสถาบันการพลศึกษา

สุรวุฒิ เพ็งแก่นท้าว สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุโขทัย พ.ศ. 2553

ผลของการใช้เทคนิคการสอนด้วยผังมโนทัศน์ในการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเชิงวิเคราะห์ ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต

สรณบดินทร์ ประสารทรัพย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2562

ผลการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการของเมอร์ดอกช์ ต่อการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

เกตน์สิรี เทียนประเสริฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2564

การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษเน้นภาระงานเพื่อเสริมสร้างทักษะ การคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา

มาเรียม นิลพันธุ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2558

การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษาสาขาพลศึกษาด้วยกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ

ชวนิดา สุวานิช มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พ.ศ. 2559

นวัตกรรมการสอนเพื่อกระตุ้นให้เกิดความเต็มใจในการพูดภาษาอังกฤษของนักศึกษาไทย ระดับปริญญาตรี

นางสาวกำไลทิพย์ ปัตตะพงศ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2556

การสำรวจปัญหาการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

นทีธร นาคพรหม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนการอ่านภาษาอังกฤษ โดยบูรณาการยุทธวิธีส่งเสริมการคิดขั้นสูงเพื่อส่งเสริมความสามารถ ในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและทักษะการคิดวิเคราะห์ ของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาอังกฤษชั้นปีที่ 2

ภัทร์ธีรา เทียนเพิ่มพูล มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560