การประยุกต์ใช้อัตราส่วนของไอโซโทปเสถียรร่วมกับเคโมเมตริกในการตรวจสอบการปลอมปนของน้ำมะพร้าว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
น้ำมะพร้าวเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่มีการบริโภคอย่างกว้างขวางเนื่องด้วยคุณประโยชน์นานาประการ อย่างไรก็ดีปริมาณมะพร้าวที่สามารถนำมาผลิตน้ำมะพร้าวได้นั้นมีค่อนข้างจำกัด ปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยครั้งในผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวบรรจุขวดคือการเจือปนของน้ำตาลและน้ำโดยมิได้มีการระบุข้อความบ่งบอกการเจือปนลงบนฉลากแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าน้ำมะพร้าวจะเป็นที่นิยมในตลาดโลกแต่ในปัจจุบันยังไม่มีข้อกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพ และฉลากในผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวแท้บรรจุขวดในประเทศใดๆ ยกเว้นประเทศบราซิล การหาวิธีตรวจสอบการเจือปนของน้ำตาลและน้ำในผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวธรรมชาติบรรจุชวดจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อรักษาภาพลักษณ์เชิงบวกของน้ำมะพร้าวไทยในตลาดน้ำมะพร้าวส่งออกให้คงอยู่ ในอดีตที่ผ่านมามีการการนำการตรวจสอบอัตราส่วนของไอโซโทปเสถียรมาใช้อย่างแพร่หลายเพื่อช่วยค้นหาสารเจือปนในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม เช่น น้ำผึ้ง และน้ำผลไม้ เนื่องจากน้ำตาลที่นิยมใช้เติมลงให้อาหารส่วนใหญ่มักผลิตจากพืชกลุ่ม C4 เช่นน้ำตาลซูโครสจากอ้อย ซึ่งอยู่คนละกลุ่มกับน้ำผึ้งและน้ำมะพร้าวที่เป็นผลิตผลของพืชกลุ่ม C3 พืชต่างกลุ่มมีค่าอัตราส่วนของไอโซโทปเสถียรที่ต่างกัน จึงทำให้การค้นหาสารเจือปนในผลิตภัณฑ์อาหารสามารถทำได้งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษา เรื่องการนำค่าอัตราส่วนของไอโซโทปเสถียรที่ได้จากการวิเคราะห์โดย Elemental analysis isotope ratio mass spectrometry (EA-IRMS) มาใช้ร่วมกับวิธีทางสถิติที่ชื่อว่าเคโมเมตริกซ์ เพื่อช่วยในการจำแนกความแตกต่างระหว่างน้ำมะพร้าวแท้ และน้ำมะพร้าวที่มีการเจือปนด้วยน้ำตาลหลากหลายชนิดในปริมาณต่างๆ การศึกษานี้ได้วิเคราะห์อัตราส่วนของไอโซโทปเสถียรของสองธาตุ (รายงานในหน่วย เปอร์มิล (?) หรือ parts per thousand) ได้แก่ คาร์บอน (อัตราส่วนระหว่างคาร์บอน 13 ต่อคาร์บอน 12 (13C/12C) หรือ เดลตาคาร์บอน 13 (?13C)) และไนโตรเจน (อัตราส่วนระหว่างไนโตรเจน 15 ต่อ ไนโตรเจน 14 (15N/14N) หรือที่ เดลตาไนโตรเจน 15 (?15N)) ผลการทดลองพบว่าน้ำมะพร้าวแท้มีค่า ?13C อยู่ระหว่าง -27.7? and -23.0? ในขณะที่ค่า ?15N อยู่ระหว่าง 0.6 to 5.0? การเติมน้ำตาลลงในน้ำมะพร้าวในปริมาณ 1% ทำให้ค่า ?13C เพิ่มขึ้น +1.4 ? 0.1? (ค่าเข้าใกล้ศูนย์มากขึ้น) แต่ไม่ส่งผลให้ค่า ?15N เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ชนิดของน้ำตาล (น้ำตาลทรายจากอ้อย น้ำตาลกลูโครส และน้ำตาลฟรุคโตส) ที่ใช้ไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า ?13Cการนำข้อมูลค่าอัตราส่วนของไอโซโทปเสถียรที่ได้จากทั้งสองไอโซโทป มาวิเคราห์ร่วมกับค่าของแข็งทั้งหมดที่ละลายได้ (total soluble solids) และปริมาณน้ำตาลในน้ำมะพร้าวโดยใช้วิธีเคโมเมตริกซ์ ที่มีชื่อว่า การวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (Principal Component Analysis : PCA) ช่วยให้สามารถแบ่งแยกน้ำมะพร้าวที่มีการเจือปนด้วยน้ำตาลออกจากน้ำมะพร้าวแท้ได้ การศึกษานี้พบว่าน้ำมะพร้าวบรรจุขวดที่จำหน่ายในท้องตลาดจำนวน 4 ยี่ห้อจากทั้งหมด 9 ยี่ห้อ มีการเจือปนด้วยน้ำตาลโดยที่ไม่ได้มีการระบุการเจือปนไว้บนฉลากแต่อย่างใดโดยสรุป การนำค่าอัตราส่วนของไอโซโทปเสถียรมาใช้ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติแบบเคโมเมตริกซ์ช่วยให้สามารถตรวจสอบการเจือปนของน้ำตาลในน้ำมะพร้าวได้เป็นอย่างดี วิธีการทดสอบนี้จึงเป็นวิธีที่เป็นมาตรฐานในการจำแนกความแตกต่างระหว่างน้ำมะพร้าวแท้และน้ำมะพร้าวที่มีการเจือปน และข้อมูลจากการศึกษานี้จึงเป็นประโยชน์สำหรับประกอบการพิจารณาการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรอย่างน้ำมะพร้าวบรรจุขวดเพื่อควบคุมคุณภาพสินค้า