Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์มะพร้าว

ปริญดา หรูนหีม กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการปรับปรุงพันธุ์มะพร้าว ดำเนินการตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2559 สิ้นสุด กันยายน 2564 เพื่อวิจัยและพัฒนาพันธุ์และเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตมะพร้าวให้เพียงพอกับความต้องการ ประกอบด้วย 8 การทดลอง ดังนี้ การทดลองที่ 1.1 รวบรวมและคัดเลือกพันธุ์มะพร้าวเพื่ออุตสาหกรรม รวบรวมและคัดเลือกพันธุ์มะพร้าวเพื่ออุตสาหกรรม ภายใต้โครงการปรับปรุงพันธุ์มะพร้าว คณะผู้วิจัยจัดทำขึ้นเพื่อคัดเลือก และประเมินสายพันธุ์มะพร้าว สำหรับใช้เป็นสายต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ โดยดำเนินการสำรวจ รวบรวม คัดเลือก และประเมินสายพันธุ์มะพร้าวจากแหล่งต่างๆที่มีลักษณะดีเด่นทางด้านการเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์มะพร้าวที่ให้ผลผลิตสูงไม่ต่ำกว่า 70-95 ผล/ต้น/ปี อายุการให้ผลผลิตเร็วไม่เกิน 4 ปี ขนาดผลไม่ต่ำกว่า 1,300-1,600 กรัม/ผล น้ำหนักเนื้อมะพร้าวแห้งสูงไม่น้อยกว่า 250-350 กรัม/ผล และน้ำมันต่อเนื้อมะพร้าวแห้งสูงไม่ต่ำกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ เริ่มดำเนินในปี 2559-2564 ซึ่งปลูกทดสอบที่ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ไม่มีการวางแผนการทดลอง พบว่า ได้สายพันธุ์มะพร้าวทั้งหมด 17 สายพันธุ์ 744 สายต้นได้แก่ พันธุ์สายบัว ตื่นดก หัวลิง ก้นจุก เทิ้งบ้อง เปลือกหวาน ทนาน ซอสมุทรสงคราม ปากจกพระทอง ไทยพะงัน ไทยกะโหลก ทุ่งเคล็ด ไทยท่าศาลา มะแพร้ว คาเมอรูนสีแดงต้นเตี้ย นิวกินีสีน้ำตาลต้นเตี้ย และค่อม ในการคัดเลือก และประเมินพันธุ์เบื้องต้นจากข้อมูลการเจริญเติบโต ผลผลิต องค์ประกอบของผล การตอบสนองปฏิกิริยาต่อโรคและแมลงที่สำคัญ และการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมจากการปลูกทดสอบ พบว่า สายพันธุ์ที่มีลักษณะดีเด่นจำนวน 5 สายพันธุ์ ที่มีการเจริญเติบโตดีอย่างสม่ำเสมอ ให้ผลผลิตเร็ว มีความทนทานต่อการเกิดโรคและการเข้าทำลายของแมลง และสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้ดี ประกอบด้วย 2 ชุดคือ ชุดที่ 1 อายุ 48 เดือน ได้แก่ สายพันธุ์สายบัว ตื่นดก หัวลิง และก้นจุก และชุดที่ 2 อายุ 42 เดือน ได้แก่ สายพันธุ์ทุ่งเคล็ด พบว่า ระยะการเจริญเติบโตด้านลำต้น และทางใบ (vegetative stages) มีความสมบูรณ์ และแข็งแรง ส่วนระยะเจริญพันธุ์ (reproductive stages) พบว่า จำนวนจั่นบานเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนต้นทั้งหมด โดยมีอายุการออกจั่นเฉลี่ย 29, 29, 30, 28 และ26 เดือน ผลผลิตเฉลี่ย 49, 41, 39, 43 และ61 ผล/ต้น/ปี และ/หรือ 1,072, 892, 854, 953 และ1,334 ผล/ไร่/ปี น้ำหนักเนื้อมะพร้าวแห้งเฉลี่ย 125, 111, 199, 194 และ119 กรัม/ผล ขนาดของผลมะพร้าวมีน้ำหนักผลเฉลี่ย 869, 944, 1,338, 1,225 และ832 กรัม/ผล น้ำมันต่อเนื้อมะพร้าวแห้งเฉลี่ย 47, 49, 42, 53 และ45 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ สังเกตได้ว่าผลผลิต และองค์ประกอบของผลเกือบทุกสายพันธุ์ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน หรือวัตถุประสงค์ ที่กำหนด เนื่องจากเป็นช่วงแรกของการให้ผลผลิตของต้นมะพร้าว แต่จากการคำนวณสัดส่วนเกณฑ์มาตรฐานในการคัดเลือกพันธุ์มีค่าเท่ากับ 0.4 ทุกสายพันธุ์ บ่งบอกถึงลักษณะที่ดีสำหรับการคัดเลือกสายพันธุ์ดังกล่าวเพื่อนำไปพัฒนาพันธุ์ ส่วนการเกิดโรคพบว่า เกิดโรคใบจุดในระยะต้นกล้าประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ของต้นกล้าทั้งหมด แต่นับว่าไม่ร้ายแรง และไม่มีผลต่อการเจริญเติบโต และพบการเข้าทำลายของแมลงศัตรูมะพร้าวที่สำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ แมลงดำหนามมะพร้าว และด้วงแรดมะพร้าว จากการประเมินระดับการเข้าทำลายของแมลงศัตรูมะพร้าว พบระยะเริ่มการเข้าทำลายเมื่ออายุ 18 สัปดาห์ โดยจำนวนทางใบที่ถูกทำลายของแมลงทั้ง 2 ชนิด น้อยกว่า 6 ทางใบ จัดอยู่ในระดับความรุนแรงน้อย แต่ไม่พบการเข้าทำลายของหนอนหัวดำมะพร้าว และด้วงงวงมะพร้าว ในช่วงฤดูแล้งในแต่ละปีพบว่า มะพร้าวทั้ง 5 สายพันธุ์ สามารถเจริญเติบโตได้ดี ไม่พบลักษณะอาการของทางใบลู่ลง หรือทางใบหักพับเนื่องจากการขาดน้ำอย่างรุนแรง จะเห็นได้ว่าสายพันธุ์ดังกล่าวค่อนข้างมีความทนทานกับต่อสภาวะอากาศที่แล้งจัด จากการพิจารณาผลเป็นการประเมินพันธุ์เบื้องต้น คาดการณ์สายพันธุ์ที่มีแนวโน้มที่ดี ดังนั้นควรมีการเก็บข้อมูลผลผลิตจนกระทั่งมะพร้าวให้ผลผลิตเต็มศักยภาพ ไม่ต่ำกว่า 5-8 ปี ขึ้นไป สำหรับเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในการสร้างลูกผสมในอนาคต และใช้เป็นฐานข้อมูลพันธุกรรมมะพร้าว เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาพันธุ์สำหรับนักวิจัยปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวต่อไป การทดลองที่ 1.2 การเปรียบเทียบพันธุ์มะพร้าวลูกผสม การเปรียบเทียบพันธุ์มะพร้าวลูกผสม ภายใต้โครงการปรับปรุงพันธุ์มะพร้าว คณะผู้วิจัยจึงได้จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง ผลขนาดกลางถึงใหญ่ ให้ผลผลิตเร็ว และเพิ่มความหลากหลายของพันธุ์ลูกผสม สำหรับเป็นพันธุ์ทางเลือกแก่เกษตรกร โดยดำเนินการเปรียบเทียบพันธุ์มะพร้าวลูกผสม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกพันธุ์มะพร้าวลูกผสมที่ให้ผลผลิตสูงไม่ต่ำกว่า 110 ผล/ต้น/ปี อายุการให้ผลผลิตเร็วไม่เกิน 3 ปี 6 เดือน ต้นเตี้ย ขนาดผลไม่ต่ำกว่า 1,500 กรัม/ผล น้ำหนักเนื้อมะพร้าวแห้งสูงไม่น้อยกว่า 330 กรัม/ผล และน้ำมันต่อเนื้อมะพร้าวแห้งสูงไม่ต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เริ่มดำเนินในปี 2559-2564 ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร อำเภอสวี จังหวัดชุมพร และสวนผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี วางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสมบูรณ์ (Randomized Complete Block Design ; RCBD) มี 3 ซ้ำ 6 กรรมวิธี ประกอบด้วย กรรมวิธีที่ 1 เวสท์อัฟริกันต้นสูง x ไทยต้นสูง กรรมวิธีที่ 2 มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x ไทยต้นสูง กรรมวิธีที่ 3 มลายูสีแดงต้นเตี้ย x ไทยกะโหลก กรรมวิธีที่ 4 มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x ไทยกะโหลก กรรมวิธีที่ 5 มลายูสีแดงต้นเตี้ย x เรนเนลล์ต้นสูง และกรรมวิธีที่ 6 มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x เรนเนลล์ต้นสูง โดยการปลูกทดสอบรุ่นลูก (progeny test) คัดเลือก (selection) และประเมินพันธุ์ (evaluation) ผลการดำเนินการ พบว่า ได้พันธุ์ที่มีแนวโน้มลักษณะดีเด่น จำนวน 4 พันธุ์ได้แก่ พันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x เรนเนลล์ต้นสูง มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x ไทยกะโหลก มลายูสีแดงต้นเตี้ย x ไทยกะโหลก และมลายูสีแดงต้นเตี้ย x เรนเนลล์ต้นสูง ซึ่งพันธุ์ลูกผสมดังกล่าวมีการเจริญเติบโตดีอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการเกิดโรค แต่พบการเข้าทำลายของแมลงดำหนามมะพร้าว และด้วงแรดมะพร้าวจัดอยู่ในระดับความรุนแรงน้อย และสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้ดีในช่วงแล้งของฤดูกาล อย่างไรก็ตามผลการดำเนินการเป็นการประเมินพันธุ์เบื้องต้น เนื่องจากพันธุ์ลูกผสมดังกล่าว มีอายุการเจริญเติบโตเพียง 2 ปี ซึ่งยังไม่ให้ผลผลิต จึงเป็นการคาดการณ์พันธุ์ลูกผสมที่มีแนวโน้มเป็นพันธุ์ดี และมีศักยภาพในด้านการเจริญเติบโต สำหรับเป็นพันธุ์ลูกผสมพันธุ์ใหม่ในอนาคต และเป็นพันธุ์ทางเลือกให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ประกอบกับได้ข้อมูลเชิงวิชาการด้านพันธุ์มะพร้าวลูกผสม เพื่อนำไปต่อยอดในงานวิจัยการปรับปรุงพันธุ์สำหรับนักวิจัยปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวต่อไป การทดลองที่ 1.3 การเปรียบเทียบพันธุ์มะพร้าวสวีลูกผสม 1 เพื่อผลิตน้ำตาลมะพร้าว ความนิยมพันธุ์มะพร้าวสวีลูกผสม 1 ลดลงเพราะผลผลิตเล็ก เกษตรกรจำหน่ายได้ราคาต่ำกว่ามะพร้าวพันธุ์ไทยซึ่งมีผลใหญ่กว่า แต่มีการนำพันธุ์นี้ไปผลิตน้ำตาลมะพร้าวและเกษตรกรพอใจในการให้ผลผลิตน้ำตาลสด และเกษตรกรยังต้องการมะพร้าวพันธุ์ดีในการผลิตน้ำตาลมะพร้าว จึงได้ศึกษาเปรียบเทียบการให้ปริมาณน้ำตาลสดของมะพร้าวพันธุ์ลูกผสมสวี 1 กับพันธุ์ต้นเตี้ยที่คัดเลือกอีก 3 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ค่อม พันธุ์สายบัว และพันธุ์น้ำหอม โดยวางแผนการทดลองแบบ RCB 5 ซ้ำ 4 กรรมวิธี (พันธุ์) ดำเนินการวิจัยในแปลงทดลองของศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร เมื่อปี 2560-2564 ปลูก ดูแลรักษาต้น และบันทึกข้อมูลการเจริญเติบโต และผลผลิตน้ำตาลสด จากการเปรียบเทียบการเจริญเติบโตระหว่างมะพร้าวอายุต้นครบ 2 ปี และ อายุต้นครบ 4 ปี พบว่า มะพร้าวพันธุ์สวีลูกผสม 1 มีการเจริญเติบโตแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากมะพร้าวอีก 3 พันธุ์ ในด้านการให้ผลผลิต พบว่า พันธุ์สวีลูกผสม 1 มีขนาดและความยาวจั่นเฉลี่ยมากที่สุด (84.6 เซนติเมตร) แต่ขนาดจั่นของพันธุ์นี้ไม่แตกต่างกับพันธุ์ค่อม การปาดจั่นเก็บน้ำตาลสดเป็นเวลา 14 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 จนถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2564 พบว่า จั่นที่ออกมาในช่วงแรก ๆ ของแต่ละพันธุ์ยังไม่สมบูรณ์เพียงพอต่อการปาดจั่น โดยที่มะพร้าวพันธุ์สวีลูกผสม 1 พันธุ์น้ำหอม พันธุ์สายบัว และพันธุ์ค่อมจะเริ่มปาดจั่นเก็บน้ำตาลสดได้ในจั่นที่ 4, 4, 5 และ 6 ตามลำดับ ปริมาณผลผลิตของทั้ง 4 พันธุ์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมะพร้าวพันธุ์สวีลูกผสม 1 มี ผลผลิตรวมของ 14 เดือน เท่ากับ 105.83 ลิตรต่อต้น โดยต้นที่ให้ผลผลิตสูงสุด คือ 443.13 ลิตร และผลผลิตที่เก็บได้รายวันสูงสุด 635.73 มล./ต้น/วัน ส่วนพันธุ์สายบัวให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อต้น ในระยะเวลา 14 เดือน มากที่สุด คือ 114.40 ลิตรต่อต้น โดยต้นที่ให้ผลผลิตสูงสุด คือ 226.18 ลิตร และผลผลิตที่เก็บได้รายวันสูงสุด 452.88 มล./ต้น/วัน แต่เมื่อคำนวณรายได้จากการจำหน่ายน้ำตาลสดในราคาลิตรละ 10 บาท พบว่า หลังจากปลูกมะพร้าวมา 5 ปี รายได้จากการปลูกจำนวน 20 ต้น พันธุ์สวีลูกผสม 1 เท่ากับ 20,621.20 บาท และพันธุ์ค่อม 16,614.30 บาท ทั้งนี้ผลผลิตรวมของพันธุ์สวีลูกผสม1 และพันธุ์ค่อม เป็น 2,062.12 ลิตร และ 1,661.43 ลิตร ตามลำดับ การทดลองที่ 1.4 การคัดเลือกพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิน้ำหอม การคัดเลือกพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิน้ำหอม เพื่อให้ได้มะพร้าวลูกผสมกะทิน้ำหอมที่ให้ผลผลิตและคุณภาพดี สำหรับเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร เริ่มดำเนินการ (ระยะที่ 1) ในปี 2554-2558 (ระยะที่ 2) ในปี 2559 - 2564 จากข้อมูลการให้ผลผลิต พบว่า มะพร้าวลูกผสมกะทิน้ำหอมที่ปลูกในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร มีอายุออกจั่นเฉลี่ย 51 เดือน จำนวนดอกตัวเมียเฉลี่ย 15.34 ดอก จำนวนผลผลิตเฉลี่ย 5.28 ผล/ทะลาย และจำนวนผลมะพร้าวกะทิเฉลี่ย 1.65 ผล/ทะลายจากการทดสอบความเป็นกะทิ พบต้นที่เกิดมะพร้าวกะทิ จำนวน 164 ต้น เพื่อลดระยะเวลาและเพิ่มความแม่นยำในการทดสอบความเป็นกะทิ มีการส่งตัวอย่างใบวิเคราะห์ DNA หายีนความเป็นกะทิและยีนความหอม โดยสามารถคัดเลือกต้นพ่อพันธุ์กะทิน้ำหอมที่สมบูรณ์ มียีนบ่งบอกความเป็นลูกผสมมะพร้าวกะทิ (C/T) และมียีนหอมแท้ (C/C) จำนวน 28 ต้น จากนั้นทำการคัดเลือกต้นพ่อพันธุ์ ที่มีอายุการออกจั่นแรกเฉลี่ย 50- 54 เดือน จำนวนผลผลิตเฉลี่ย 6.8 - 7.4 ผล/ทะลาย และจำนวนผลมะพร้าวกะทิเฉลี่ย 1.4 – 1.9 ผล/ทะลาย จำนวน 10 ต้น เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ต่อไป สำหรับแปลงปลูกของศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง พบว่า อายุต้นมะพร้าวลูกผสมกะทิน้ำหอมหลังจากปลูกเริ่มมีการทยอยออกจั่น โดยมีอายุออกจั่นเฉลี่ย 50.18 เดือน จำนวนดอกตัวเมียเฉลี่ย 13.89 ดอก จำนวนผลผลิตเฉลี่ย 5.20 ผล/ทะลาย จำนวนผลมะพร้าวกะทิเฉลี่ย 1.37 ผล/ทะลาย จากการทดสอบความเป็นกะทิของมะพร้าวลูกผสมกะทิน้ำหอม ได้ต้นที่เกิดมะพร้าวกะทิ จำนวน 90 ต้น ให้ผลเป็นกะทิและมีความหอม จากการวิเคราะห์ DNA จากตัวอย่างใบ จำนวน 158 ต้น พบว่า มียีนบ่งบอกความเป็นลูกผสมมะพร้าวกะทิ (C/T) จำนวน 112 ต้น ในจำนวนนี้มีต้นที่มียีนน้ำหอมแท้ (C/C) จำนวน 37 ต้น การทดลองที่ 1.5 การเปรียบเทียบความหลากหลายในพันธุ์มะพร้าวกะทิ มะพร้าวกะทิเป็นมะพร้าวที่เป็นที่ต้องการของตลาดขนมหวาน และตลาดคนรักสุขภาพ โดยปกติในธรรมชาติไม่มีต้นมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ การเปรียบเทียบความหลากหลายในสายพันธุ์มะพร้าวกะทิ เพื่อผลิตมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้สู่มือเกษตรกร ดำเนินการที่สวนผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมคันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างเดือนตุลาคม 2559 ถึงเดือนกันยายน 2564 โดยการเปรียบเทียบพันธุ์มะพร้าวกะทิลูกผสมที่มีศักยภาพ 5 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์เวสท์อัฟริกันต้นสูงกะทิ (F1 WAK), ทุ่งเคล็ดกะทิ (F1 TKK), มลายูสีแดงต้นเตี้ยกะทิ (F1 RDK), มลายูสีเหลืองต้นเตี้ยกะทิ (F1 YDK) และพันธุ์น้ำหอมกะทิ (F1 NHK) จากการเพาะเลี้ยงคัพภะมะพร้าวกะทิลูกผสม พบว่า มีอัตราการรอดของต้นกล้าในสภาพปลอดเชื้อ เฉลี่ย 86 % โดยมะพร้าวกะทิพันธุ์ F1 NHK มีอัตราการรอดสูงที่สุด ส่วนการเจริญเติบโตของมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ในแปลงปลูกที่อายุ 9 ปี พบว่า สายพันธุ์ WAK มีการเจริญเติบโตและจำนวนผลผลิตสูงที่สุดจำนวน 2,475 ผล/ไร่/ปี สำหรับองค์ประกอบและคุณภาพผลิตมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ สายพันธุ์ TKK มีน้ำหนักผลปอกเปลือกและน้ำหนักเนื้อสูงที่สุด สำหรับคุณภาพมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ พบว่า สายพันธุ์ WAK มีลักษณะเนื้อฟูเต็มกะลา น้ำข้นเหนียวสูงที่สุด การทดลองที่ 1.6 การศึกษาเปรียบเทียบมะพร้าวกะทิน้ำหอมโดยการเพาะเลี้ยงคัพภะ การปลูกเปรียบเทียบมะพร้าวกะทิน้ำหอมพันธุ์แท้ ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงคัพภะมะพร้าวกะทิน้ำหอมลูกผสม ที่สวนผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมคันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างปี 2559 – 2564 พบว่า อัตราการรอดของต้นกล้าในโรงเรือนจากการศึกษาผลของวัสดุปลูกและปุ๋ยแคลเซียมไนเตรทต่อการเจริญเติบโตของต้นกล้า พบว่า การใช้ทรายหยาบ : ขุยมะพร้าว (1:1) + ปุ๋ยแคลเซียมไนเตรท 5 กรัม/กิโลกรัมวัสดุปลูก มีอัตราการรอดสูงที่สุด 87.5 % และมีระยะเวลาในการอนุบาลต้นกล้าสั้นที่สุด ส่งผลให้การเจริญเติบโตสูงที่สุด ส่วนการเจริญเติบโต ในปี 2563 ที่อายุ 7 ปี หลังย้ายปลูก สามารถใช้ลักษณะสะโพกที่โคนต้น และความสูง แบ่งมะพร้าวออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มมะพร้าวต้นเตี้ย 2.กลุ่มมะพร้าวกึ่งสูง และ 3.กลุ่มมะพร้าวต้นสูง พบว่าเป็นมะพร้าวกึ่งสูงมากที่สุด คือ 58 ต้น คิดเป็น 64 % ซึ่งกลุ่มต้นสูงมีการเจริญเติบโตมากที่สุด ส่วนผลผลิตและองค์ประกอบผลผลิต ในปี 2564 พบว่า มีจำนวนผลผลิต 7 ผล/ทะลาย ข้อมูลองค์ประกอบผลผลิต พบว่า มีน้ำหนักผลทั้งเปลือกเฉลี่ย 2,226 กรัม น้ำหนักผลปอกเปลือกเฉลี่ย 1,275 กรัม น้ำหนักเปลือกเฉลี่ย 951 กรัม น้ำหนักเนื้อเฉลี่ย 678 กรัม น้ำหนักน้ำเฉลี่ย 314 กรัม น้ำหนักกะลาเฉลี่ย 283 กรัม ความหนาเนื้อเฉลี่ย 24.52 มม. ความหนากะลาเฉลี่ย 3.96 มม. ความหวานของน้ำเฉลี่ย (% Brix) 5.3 % และลักษณะเนื้อ พบว่า เนื้อฟูปานกลางน้ำข้น สูงที่สุด คือ 37 % รองลงมา คือ เนื้อนิ่มไม่ฟูน้ำใส 35 % และ มีเนื้อฟูเต็มกะลาน้ำข้นเหนียว มีต่ำที่สุด คือ 28 % และอัตราการรอดของต้นกล้าในสภาพปลอดเชื้อ พบว่า อัตราการรอดจากคัพภะมะพร้าวพันธุ์น้ำหอมกะทิ (F1 NHK) มีเปอร์เซ็นต์การรอดของต้นกล้าสูงกว่าคัพภะมะพร้าวสายพันธุ์น้ำหอมกะทิพันธุ์แท้ (NHK 100%) คือ 75.8 และ 70.2 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ การทดลองที่ 1.7 ประเมินศักยภาพการผลิตมะพร้าวกะทิน้ำหอมในเขตภาคใต้ตอนล่าง การประเมินศักยภาพการผลิตมะพร้าวกะทิน้ำหอมในจังหวัดตรัง ปัตตานี และนราธิวาส มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพในการผลิตมะพร้าวกะทิน้ำหอมในภาคใต้ตอนล่าง ได้ทำการทดลองที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรปัตตานี และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรรือเสาะ ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2558 ถึงเดือนกันยายน 2564 ไม่มีการวางแผนการทดลอง ปลูกมะพร้าวกะทิน้ำหอมจำนวน 125 ต้น ใน 3 สถานที่ เปรียบเทียบการเจริญเติบโต การให้ผลผลิต และข้อมูลการเข้าทำลายของโรคและแมลง ผลการประเมินศักยภาพในการผลิตมะพร้าวกะทิน้ำหอมในจังหวัดตรัง ปัตตานี และนราธิวาส พบว่า มะพร้าวกะทิน้ำหอมที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดตรังมีการเจริญเติบโตและมีปริมาณผลผลิตมากกว่ามะพร้าวที่ปลูกในจังหวัดปัตตานี และนราธิวาส โดยมีขนาดรอบโคนที่อายุ 8 ปี หลังปลูก เท่ากับ 137.23 130.25 และ 113.58 เซนติเมตร ตามลำดับ ความสูง เท่ากับ 350.84 174.27 และ 190.43 เซนติเมตร ตามลำดับ สำหรับแปลงมะพร้าวที่ปลูกในจังหวัดตรังมีความสูงมากทำให้ไม่สามารถเก็บข้อมูลความยาวก้านทาง ทางยาวใบ และจำนวนใบย่อยได้ ความยาวก้านทางมะพร้าวที่ปลูกในจังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส เท่ากับ 126.90 และ 100.64 เซนติเมตร ตามลำดับ ทางยาวใบ เท่ากับ 413.73 และ 368.89 เซนติเมตร ตามลำดับ และ ข้อมูลจำนวนทางใบของจังหวัดตรัง ปัตตานี และนราธิวาส เท่ากับ 27, 26 และ 29 ใบ ตามลำดับและข้อมูลจำนวนทางเพิ่ม เท่ากับ 8, 8 และ 7 ทาง ตามลำดับ และจำนวนใบย่อยของจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส เท่ากับ 224 และ 208 ใบ ตามลำดับ ข้อมูลผลผลิตมะพร้าวในจังหวัดตรังให้ผลผลิตรวมมากที่สุด รองลงมาเป็นมะพร้าวที่ปลูกในจังหวัดปัตตานี และนราธิวาส จำนวนผลผลิต 4,125, 2,984 และ 724 ตามลำดับ แปลงปลูกมะพร้าวที่จังหวัดตรังให้ผลผลิตมะพร้าวกะทิมากที่สุด รองลงมาเป็นแปลงปลูกมะพร้าวที่จังหวัดปัตตานี และแปลงปลูกมะพร้าวที่จังหวัดนราธิวาส โดยให้ผลผลิตมะพร้าวกะทิ 513, 402 และ 140 ตามลำดับ การทดลองที่ 1.8 การเพิ่มศักยภาพในการจัดการการผลิตมะพร้าวพันธุ์ลูกผสม จากการศึกษาผลของอุณหภูมิต่อความมีชีวิตและความงอกของละอองเกสรมะพร้าวพันธุ์ไทยต้นสูง ในเดือนตุลาคม 2563 ถึงเดือนสิงหาคม 2564 โดยวางแผนการทดลองแบบ 4x5 Factorial in CRD จำนวน 3 ซ้ำ ประกอบด้วย ปัจจัยที่ 1) อุณหภูมิ 4 ระดับ คือ 25 30 35 และ 40 องศาเซลเซียส และปัจจัยที่ 2) ระยะเวลา คือ 5 ระดับ คือ 12 24 36 48 และ 60 ชั่วโมง พบว่า ความมีชีวิตและความงอกของละอองเกสรมะพร้าวมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเมื่อละอองเกสรได้รับอุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลให้เปอร์เซ็นต์ความมีชีวิตและความงอกของละอองเกสรลดลง โดยอุณหภูมิที่ 40 องศาเซลเซียส มีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (น้อยกว่า 35 %) ทุกช่วงระยะเวลาการเก็บรักษา และที่อุณภูมิ 25 องศาเซลเซียส ทุกช่วงระยะเวลาการเก็บรักษามีเปอร์เซ็นต์ความมีชีวิต และความงอกของละอองเกสรสูงกว่าเกณฑ์มาตราฐาน เมื่อพิจารณาอันตรกิริยา (interaction) ระหว่างอุณภูมิกับระยะเวลา พบว่า มีความเป็นปฏิสัมพันธ์กันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ โดยอุณหภูมิที่สูงขึ้นร่วมกับระยะเวลาในการเก็บรักษาที่นานขึ้น มีผลให้ความงอกและความมีชีวิตของละอองเกสรมะพร้าวลดลง และการศึกษาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผสมเกสรมะพร้าวพันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย ในเดือนตุลาคม 2563 ถึงเดือนสิงหาคม 2564 วางแผนการทดลอง RCBD มี 7 กรรมวิธี 5 ซ้ำ ได้แก่ การผสมเกสรในช่วงเวลา 7.00 - 8.00 น. (T1) เวลา 8.00 - 9.00 น. (T2) เวลา 9.00 - 10.00 น. (T3) เวลา 10.00 - 11.00 น. (T4) เวลา 11.00 - 12.00 น. (T5) เวลา 13.00 - 14.00 น. (T6) และ เวลา 14.00 - 15.00 น. (T7) พบว่า การผสมเกสรในช่วงที่ต่างกันส่งผลให้การผสมติดและการติดผลมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ โดยการผสมเกสรในช่วงเวลา 9.00 – 11.00 น. มีเปอร์เซ็นต์การผสมติด และเปอร์เซ็นต์การติดผลสูงที่สุด คือ และช่วงเวลา 13.00 - 14.00 น. เป็นช่วงที่มีเปอร์เซ็นต์การผสมติด และเปอร์เซ็นต์การติดผลต่ำที่สุด

คำสำคัญ

Growth rateอัตราการเจริญเติบโตCoconutมะพร้าวการคัดเลือกพันธุ์cross pollinationมะพร้าวกะทิมะพร้าวกะทิน้ำหอมDwarf coconut varietieshybrid coconut varietiesMaphraoKathi/MakapunoMaphraoKathinamhomRare coconut varietiesselection varietiessib pollinationTall coconut varietiesกลุ่มมะพร้าวพันธุ์ต้นเตี้ยกลุ่มมะพร้าวพันธุ์ต้นสูงกลุ่มมะพร้าวพันธุ์ต่างประเทศกลุ่มมะพร้าวพันธุ์ลูกผสมกลุ่มมะพร้าวพันธุ์หายากผสมข้ามพันธุ์การผสมพันธุ์แบบใกล้ชิด

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์และเทคโนโลยีมะพร้าวเพื่ออุตสาหกรรม

ทิพยา ไกรทอง กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2560

โครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์มะพร้าว

ปริญดา หรูนหีม กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558

โครงการวิจัยมะพร้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าทางการเกษตรและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

ทิพยา ไกรทอง กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

วิจัยและพัฒนามะขามเปรี้ยว

สมพงษ์ สุขเขตต์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558

การสำรวจข้อมูลเบื้องต้นในการผลิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของมะพร้าวอ่อนเพื่อส่งออก

กฤษณา กฤษณพุกต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2555

โครงการวิจัยการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ส้มเปลือกล่อน

นายทรงพล สมศรี กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558

ศึกษาวัสดุปลูกที่มีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของมะเขือเทศเชอรี่โดยไม่ใช้ดิน

ภาวิณี ท้าวเพชร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2562

โครงการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์มะคาเดเมีย

นายพิจิตร ศรีปินตา กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558

การคัดเลือกต้นตอมะเขือเพื่อใช้ในการผลิตมะเขือเทศสีดาช่วงนอกฤดู

ภาวิณี ท้าวเพชร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2561

โครงการวิจัยทดสอบและพัฒนาการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกระเจ้า

นัทธ์ชลันทร ฐาน์กาญจน์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2564