Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

พยาธิสรีรวิทยาทางประสาทและแนวทางการรักษาแบบใหม่ในภาวะสูงอายุร่วมกับภาวะอ้วน: จากไมโตคอนเดรียถึงผู้ป่วย

สิริพร ฉัตรทิพากร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ในปัจจุบันประชากรผู้สูงอายุจากทั่วโลกได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาวะสูงอายุนั้นมีการเสื่อมถอยของการทำงานในอวัยวะต่างๆของร่างกายรวมทั้งสมอง ซึ่งจะนำไปสู่ ภาวะเสื่อมของการเรียนรู้และจดจำ ความหลงลืม และความเสื่อมของระบบประสาท นอกจากจำนวนคนสูงอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว คนสูงอายุมักจะมีโรคอ้วนลงพุงร่วมด้วย โรคอ้วนลงพุงนั้นจัดเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก สาเหตุหลักของการเกิดโรคอ้วนลงพุงนั้นมีสาเหตุ อาทิเช่น การรับประทานอาหารไขมันสูง การขาดการออกกำลังกาย ความผิดปกติทางพันธุกรรม และปัจจัยอื่นๆ จากภาวะแวดล้อม ผลการศึกษาก่อนหน้าจากทีมผู้วิจัยเอง และจากทีมวิจัยอื่น ได้แสดงให้เห็นว่า โรคอ้วนลงพุงนั้นไม่เพียงแต่จะนำไปสู่ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ยังส่งผลทำให้เกิดพยาธิสภาพในสมองอีกด้วย โดยพบว่าโรคอ้วนลงพุงทำให้มีการเพิ่มขึ้นของความเครียดออกซิเดชั่นในสมอง เกิดการอักเสบของสมอง ไมโครเกลียทำงานมากขึ้น การส่งสัญญาณประสาทลดลง ทั้งหมดนี้นำไปสู่ความเสื่อมของการเรียนรู้และจดจำ จากที่กล่าวมาในข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ทั้งภาวะสูงอายุและโรคอ้วนลงพุงล้วนทำให้เกิดผลเสียต่อสมอง ดังนั้นการที่มีจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นและประชากรกลุ่มนี้ก็มีโรคอ้วนลงพุงร่วมด้วยยิ่งทำให้เราต้องเพิ่มความตระหนักต่อปัญหาทางสุขภาพสมองในประชากรกลุ่มนี้มากขึ้น การเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในสมองของภาวะสูงวัยร่วมกับอ้วนลงพุงจะนำไปสู่การป้องกันและรักษาการเสื่อมของสมองในคนกลุ่มนี้ได้ในอนาคต ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ได้มีการศึกษาถึงบทบาทของสมดุลของไมโทคอนเดรีย ซึ่งหมายถึงความสมดุลระหว่างกระบวนการแยกตัวของไมโทคอนเดรีย (mitochondrial fission) และการรวมตัวของไมโทคอนเดรีย (mitochondrial fusion) ซึ่งพบว่าทั้งสองกระบวนการนี้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการทำงานของสมองด้วย หากเกิดการรบกวนความสมดุลไมโทคอนเดรีย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของกระบวนการแยกตัวของไมโทคอนเดรีย หรือการลดลงของกระบวนการรวมตัวของไมโทคอนเดรีย จะนำไปสู่การทำงานที่ผิดปกติของไมโทคอนเดรียในหลายๆอวัยวะ รวมถึงในสมองด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีการศึกษาพบว่าการแตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆของไมโทคอนเดรีย (mitochondrial fragmentation) จากการรบกวนสมดุลของไมโทคอนเดรียนั้น จะทำให้การทำงานที่ผิดปกติของไมโทคอนเดรียในสมอง และทำให้เกิดการตายของเซลล์สมองตามมา ซึ่งนำไปสู่ความเสื่อมของระบบประสาท โดยพบได้ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ กระบวนการแยกตัวของไมโทคอนเดรียจะถูกควบคุมโดย โปรตีนไดนามิน รีเลท โปรตีน 1 (Dynamin-related protein 1; Drp1) ในขณะที่กระบวนการรวมตัวของไมโทคอนเดรียจะถูกควบคุมโดยโปรตีนไมโตฟิวซิน (Mitofusin 2; Mfn2) ล่าสุดได้มีการศึกษาที่มีรายงานว่าการให้ยาบางชนิดสามารถยับยั้งกระบวนการแยกตัวของไมโทคอนเดรียได้ นำไปสู่การป้องกันความเสื่อมของสมองในโมเดลของหนูขาวที่ได้รับการบาดเจ็บบริเวณสมอง (Traumatic brain injury) นอกจากนั้นการรบกวนกระบวนการรวมตัวของไมโทคอนเดรียก็นำไปสู่โรคทางสมองได้เช่นกัน หากแต่การศึกษาถึงสมดุลของไมโทคอนเดรียต่อการเรียนรู้และจดจำในภาวะสูงอายุ และในโรคอ้วนลงพุงนั้นยังมีน้อยมาก ดังนั้นความเข้าใจถึงพยาธิสภาพและบทบาทของสมดุลของไมโทคอนเดรียในภาวะสูงอายุและในโรคอ้วนลงพุงจึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก รวมถึงการให้การรักษาโดยการปรับสมดุลของไมโทคอนเดรียต่อการเรียนรู้และจดจำในสมองในภาวะดังกล่าว ยังไม่เคยมีการทำการศึกษาวิจัยมาก่อน ซึ่งการเพิ่มขึ้นของกระบวนการแยกตัวของไมโทคอนเดรีย และการลดลงของกระบวนการรวมตัวของไมโทคอนเดรียนำไปสู่การเกิดพยาธิสภาพในสมอง ดังนั้นการลดกระบวนการแยกตัวของไมโทคอนเดรีย และเพิ่มกระบวนการรวมตัวของไมโทคอนเดรีย ด้วยยาที่ออกฤทธิ์ในการปรับสมดุลของไมโทคอนเดรียน่าจะส่งผลดีต่อสมองในภาวะสูงอายุ ในโรคอ้วนลงพุง และในภาวะสูงอายุร่วมกับการมีโรคอ้วนลงพุง มีการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้รายงานถึงรูปแบบการตายของเซลล์แบบเนครอปโทซิส ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการตายของเซลล์ที่มีกลไก และรูปแบบการตายที่เหมือนกับทั้งการตายแบบเนโครซิส และการตายแบบอะพอพโทซิส และการตายแบบเนครอปโทซิสนี้ก็มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเกิดพยาธิสภาพในอวัยวะต่างๆ รวมถึงในสมองด้วย รูปแบบการตายแบบ เนครอปโทซิสนั้นจะมีการแสดงออกโดยมีการกระตุ้นโปรตีน รีเซพเตอร์ อินเทอแรคติ้ง เซอรีน/ทรีโอนีน โปรตีน ไคเนส 1 และ 3 (receptor-interacting serine/threonine-protein kinase; RIP1,3) ร่วมกับการสูญเสียการทำงานของไมโทคอนเดรียอย่างรวดเร็ว การแตกออกของเยื่อหุ้มเซลล์ และมีการหลั่งส่วนประกอบภายในเซลล์ออกมาภายนอกเซลล์ โดยมีการศึกษาถึงการยับยั้ง RIP1 เพื่อลดการตายแบบเนครอปโทซิสแล้ว พบว่าช่วยลดการอักเสบของสมอง และช่วยเพิ่มการเรียนรู้และความจำได้ในโมเดลของสัตว์ทดลองที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่อย่างไรก็ตามบทบาทของกระบวนการเนครอปโทซิสต่อสมอง ในภาวะสูงอายุ ในโรคอ้วนลงพุง และภาวะสูงอายุที่มีโรคอ้วนลงพุงร่วมด้วยนั้นยังไม่เป็นที่ทราบ และการให้การยับยั้งกระบวนการเนครอปโทซิสต่อการเรียนรู้และความจำภายใต้ภาวะดังที่กล่าวมานั้นยังไม่มีผู้ทำการศึกษามาก่อนเลย ดังนั้นในโครงการวิจัยนี้ ทีมวิจัยจะดำเนินการศึกษาวิจัยทั้งในโมเดลของสัตว์ทดลองและในผู้ป่วยจริงเพื่อตอบคำถามที่ยังไม่มีคำตอบถึงการเปลี่ยนแปลงในสมองที่เกิดขึ้นในภาวะสูงอายุ โรคอ้วนลงพุง และภาวะสูงอายุที่มีโรคอ้วนลงพุง โดยเน้นไปที่เรื่องบทบาทของสมดุลของไมโทคอนเดรียและการตายของเซลล์แบบเนครอปโทซิสต่อการเสื่อมของสมองในภาวะดังกล่าวข้างต้น ซึ่งการศึกษาจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ในการศึกษาส่วนที่ 1 ทีมผู้วิจัยจะทำการศึกษาถึงบทบาทของสมดุลของไมโทคอนเดรีย และกระบวนการเนครอปโทซิสต่อการเกิดพยาธิสภาพในสมองภายใต้ 3 ภาวะที่แตกต่างกัน (ในภาวะสูงอายุ ในโรคอ้วนลงพุง และในภาวะสูงอายุที่มีโรคอ้วนลงพุงร่วมด้วย) ในการศึกษาส่วนที่ 2 ทีมผู้วิจัยจะทำการศึกษาถึงการรักษาด้วยการใช้ยา และไม่ใช้ยา ในการปรับสมดุลของไมโทคอนเดรีย และการยับยั้งกระบวนการเนครอปโทซิส ต่อการเปลี่ยนแปลงของสมองภายใต้ 3 ภาวะดังกล่าว และในการศึกษาส่วนที่ 3 ทีมผู้วิจัยจะนำองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาที่ 1 และ 2 มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาทางคลินิก โดยจะทำการศึกษาในคน โดยจะศึกษาถึงบทบาทของสมดุลของไมโทคอนเดรีย และกระบวนการเนครอปโทซิสต่อภาวะสมองเสื่อมในคนสูงอายุที่มี และ ไม่มีโรคอ้วนลงพุง ในวัตถุประสงค์การวิจัยที่ 1 ทีมผู้วิจัยจะทำการศึกษาถึงกลไกการเกิดการเปลี่ยนแปลงในสมองของภาวะสูงอายุ โดยใช้โมเดลของสัตว์ทดลองที่ไม่มีโรคอ้วนลงพุง และมีโรคอ้วนลงพุง หนูขาวจะถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะสูงอายุด้วยการให้ D-galactose และเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง ด้วยการให้รับประทานอาหารไขมันสูงเป็นระยะเวลานาน จากนั้นจะทำการศึกษาถึงบทบาทของสมดุลของไมโทคอนเดรีย ทั้งกระบวนการแยกตัวของไมโทคอนเดรีย และกระบวนการรวมตัวของไมโทคอนเดรีย รวมถึงการเกิดกระบวนการเนครอปโทซิสในสมองของหนูขาวที่มีภาวะสูงอายุเพียงอย่างเดียว หนูขาวที่มีโรคอ้วนลงพุงเพียงอย่างเดียว และในหนูขาวที่มีภาวะสูงอายุร่วมกับโรคอ้วนลงพุง ในการศึกษานี้ผู้วิจัยได้ตั้งสมมติฐานว่า ภาวะสูงอายุจากการเหนี่ยวนำด้วย D-galactose ในหนูที่เป็นโรคอ้วนลงพุง ทำให้พยาธิสภาพของสมองแย่ลง ผ่านการมีภาวะดื้อต่ออินซูลินในสมองเพิ่มมากขึ้น การมีความเครียดออกซิเดชั่นในสมองเพิ่มมากขึ้น การเกิดกระบวนการอักเสบในสมองเพิ่มมากขึ้น การทำงานของไมโครเกลียในสมองเพิ่มมากขึ้น การส่งสัญญาณประสาทลดลงมากขึ้น การทำงานของไมโทคอนเดรียในสมองแย่ลง การสูญเสียสมดุลของไมโทคอนเดรียมากขึ้น การเกิดกระบวนการเนครอปโทซิสมากขึ้น ส่งผลให้มีการเสื่อมของเรียนรู้และจดจำมากขึ้น องค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการศึกษาในวัตถุประสงค์การวิจัยนี้จะทำให้เพิ่มความเข้าใจในบทบาทของสมดุลของไมโทคอนเดรีย และบทบาทของกลไกเนครอปโทซิสต่อการเกิดพยาธิสภาพในสมองที่มีความเสื่อมของการเรียนรู้และจดจำจากภาวะสูงอายุ โรคอ้วนลงพุง และภาวะสูงอายุร่วมกับโรคอ้วนลงพุง โดยความเข้าใจนี้จะนำไปสู่การพัฒนาวิธีการป้องกันและรักษาความเสื่อมของการเรียนรู้และจดจำ ในภาวะสูงอายุทั้งที่มีและไม่มีโรคอ้วนลงพุงร่วมด้วย ในวัตถุประสงค์การวิจัยที่ 2 ทีมผู้วิจัยจะทำการศึกษาถึงวิธีการรักษาเพื่อลดความเสื่อมของการเรียนรู้และจดจำ โดยเน้นในการปรับปรุงสมดุลของไมโทคอนเดรีย และลดการเกิดกระบวนการเนครอปโทซิส ในวัตถุประสงค์นี้การให้การรักษาจะกระทำทั้งวิธีที่ใช้ยา และวิธีที่ไม่ใช้ยาจะนำมาประยุกต์ใช้ สำหรับวิธีการรักษาด้วยการใช้ยา สารที่ใช้ในการปรับสมดุลของไมโทคอนเดรีย (mitochondrial dynamics modulators) และสารที่ใช้ยับยั้งกระบวนการเนครอปโทซิสจะถูกนำมาใช้ศึกษาอย่างเป็นระบบ สำหรับการปรับสมดุลของไมโทคอนเดรียนั้น ตัวยับยั้งกระบวนการแยกตัวของไมโทคอนเดรีย และตัวกระตุ้นการรวมตัวของไมโทคอนเดรียจะถูกนำมาใช้เพื่อทดสอบบทบาทของสารทั้งสองชนิดต่อการเปลี่ยนแปลงของการเรียนรู้และจดจำในภาวะสูงอายุเพียงอย่างเดียว ในโรคอ้วนลงพุงเพียงอย่างเดียว และในภาวะสูงอายุร่วมกับการมีโรคอ้วนลงพุงร่วมด้วย สมมติฐานของการศึกษานี้คือ การปรับสมดุลไมโทคอนเดรียด้วย ตัวยับยั้งกระบวนการแยกตัวของไมโทคอนเดรีย (Mdivi-1) และตัวกระตุ้นการรวมการรวมตัวของไมโทคอนเดรีย (M1) สามารถทำให้การทำงานของระบบเมตาบอลิสมดีขึ้น ทำให้การทำงานของสมองดีขึ้น และลดความเสื่อมของการเรียนรู้และจดจำได้ ในโมเดลของหนูขาวที่มีภาวะสูงอายุจากการเหนี่ยวนำด้วย D-galactose ร่วมกับการมี และ ไม่มีภาวะอ้วนลงพุงร่วมด้วย องค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการศึกษาในวัตถุประสงค์นี้จะทำให้เกิดการค้นพบวิธีการรักษาในรูปแบบใหม่ ทำให้เกิดการพัฒนาวิธีการป้องกันและรักษาภาวะความบกพร่องของการเรียนรู้และจดจำ นอกจากการปรับสมดุลของไมโทคอนเดรียแล้ว ตัวยับยั้งการตายแบบเนครอปโทซิสจะถูกนำมาศึกษาในวัตถุประสงค์นี้ด้วย เนื่องจากได้มีผู้ทำการศึกษาแล้วพบว่าตัวยับยั้ง RIP1 (Nec-1) ไม่เพียงแต่จะลดกระบวนการเนครอปโทซิส ยังสามารถลดการบาดเจ็บของสมอง ช่วยทำให้การทำงานของร่างกายดีขึ้นภายหลังจากการเกิดภาวะสมองขาดเลือด ดังนั้นในวัตถุประสงค์นี้จึงมีสมมติฐานว่า ตัวยับยั้ง RIP-1 (Nec-1) ลดความเสื่อมของการเรียนรู้และจดจำได้ในโมเดลของหนูขาวที่มีภาวะสูงอายุจากการเหนี่ยวนำด้วย D-galactose ร่วมกับการมี และ ไม่มีภาวะอ้วนลงพุงร่วมด้วย ผ่านการทำให้ระบบเมตาบอลิสมทั้งในร่างกายและในสมองทำงานได้ดีขึ้น ลดการทำงานของไมโครเกลีย ลดความผิดปกติในการทำงานของไมโทคอนเดรีย ทำให้สมดุลของไมโทคอนเดรียดีขึ้น และลดการเกิดกระบวนการเนครอปโทซิสในสมองสำหรับวิธีการรักษาด้วยการไม่ใช้ยา ในการศึกษานี้ทีมผู้วิจัยจะให้การรักษาด้วยออกซิเจนที่ความกดอากาศสูง (Hyperbaric oxygen therapy; HBOT) ในหนูขาวที่มีภาวะสูงอายุเพียงอย่างเดียว ในโรคอ้วนลงพุงเพียงอย่างเดียว และในภาวะสูงอายุที่มีโรคอ้วนลงพุงร่วมด้วย การรักษาด้วยออกซิเจนที่ความกดอากาศสูงนั้นได้มีการใช้ในการรักษาโรคหลอดเลือดตีบในหลายรูปแบบ อาทิเช่น โรคหลอดเลือดตีบในสมอง โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และโรคขาดออกซิเจนในเด็ก ในโมเดลของสัตว์ทดลองพบว่าการรักษาด้วยออกซิเจนที่ความกดอากาศสูงช่วยลดความเสื่อมของการเรียนรู้และจดจำ ผ่านการเพิ่มเอ็นไซม์ต้านอนุมูลอิสระ การลดความเครียดออกซิเดชั่น การลดกระบวนการอักเสบ และการลดการแสดงออกของโปรตีนที่ควบคุมความแก่ นอกจากนั้นการให้ออกซิเจนที่ความกดอากาศสูงยังช่วยให้การทำงานของไมโทคอนเดรียดีขึ้นในขบวนการหายของแผล แต่อย่างไรก็ตามผลของการรักษาด้วยออกซิเจนที่ความกดอากาศสูงต่อพยาธิสภาพของสมองในหนูขาวที่มีภาวะสูงอายุเพียงอย่างเดียว ในโรคอ้วนลงพุงเพียงอย่างเดียว และในภาวะสูงอายุที่มีโรคอ้วนลงพุงร่วมด้วย ยังไม่มีผู้ทำการศึกษามาก่อน ดังนั้นทีมผู้วิจัยจึงตั้งสมมติฐานสำหรับวัตถุประสงค์นี้คือ การรักษาด้วยออกซิเจนที่ความกดอากาศสูงทำให้การทำงานของระบบเมตาบอลิสมดีขึ้น ลดความเสื่อมของสมองและการเรียนรู้และจดจำในหนูขาวที่มีภาวะสูงอายุจากการเหนี่ยวนำด้วย D-galactose ร่วมกับการมี และ ไม่มีภาวะอ้วนลงพุงร่วมด้วย ในวัตถุประสงค์การวิจัยที่ 3 ในวัตถุประสงค์นี้จะนำองค์ความรู้ที่ได้จากวัตถุประสงค์การวิจัยที่ 1 และ 2 นำมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาทางคลินิก เนื่องจากมีรายงานว่าการทำงานของไมโทคอนเดรียจากเม็ดเลือดขาว (Peripheral Blood Mononuclear Cells; PBMCs) สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดผลกระทบทางชีวภาพในการแสดงถึงระดับการเกิดความเสื่อมของระบบประสาท ในการศึกษานี้ทีมผู้วิจัยจะทำการศึกษาถึงการทำงานของไมโทคอนเดรียจากเม็ดเลือดขาว ที่ได้จากผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป) ทั้งที่มี และไม่มีโรคอ้วนลงพุงร่วมด้วย เพื่อศึกษาถึงสมดุลของไมโทคอนเดรีย และกระบวนการเนครอปโทซิส การแสดงออกของโปรตีนที่ควบคุมสมดุลของไมโทคอนเดรียและโปรตีนที่แสดงออกถึงกระบวนการเนครอปโทซิสจะถูกนำมาคำนวณหาค่าความสัมพันธ์กับการแสดงออกทางคลินิกของผู้ป่วย การศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของไมโทคอนเดรียจากเม็ดเลือดขาวกับการเกิดความเสื่อมของการเรียนรู้และจดจำ (Mild cognitive impairment; MCI) ยังมีน้อยมาก ทีมผู้วิจัยจึงทำการศึกษาเพื่อหาตัวชี้วัดผลกระทบทางชีวภาพที่สามารถแสดงออกได้ในระยะแรก สำหรับใช้วัดความเสื่อมของการเรียนรู้และจดจำในผู้สูงอายุ โดยวัดการทำงานของไมโทคอนเดรีย การเปลี่ยนแปลงสมดุลของไมโทคอนเดรีย และการเกิดกระบวนการเนครอปโทซิส ในเม็ดเลือดขาว วัตถุประสงค์ทั้งหมดของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้สรุปได้ดังภาพประกอบข้างล่างนี้ (Figure A)Figure A: แผนผังสรุป วัตถุประสงค์ของครงการวิจัยนี้ โดย ทีมผู้วิจัยจะทำการศึกษาถึงกลไกการเกิดการเปลี่ยนแปลงในสมองของภาวะสูงอายุ ที่ไม่มีโรคอ้วนลงพุง และมีโรคอ้วนลงพุงโดยเน้นที่ mitochondrial dynamic modulation และ necroptosis การศึกษานี้จะทำการศึกษาตั้งแต่ ระดับไมโทคอนเดรีย ถึงคนกล่าวโดยสรุปได้ว่าองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดจากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจในกลไกที่ควบคุมการเกิดภาวะสูงอายุของสมองในโรคอ้วนลงพุงได้ ความเข้าใจในกลไกนี้จะทำให้เกิดการพัฒนาวิธีการป้องกัน วิธีการรักษาภาวะชราภาพของสมองร่วมกับการมี และไม่มีโรคอ้วนลงพุงร่วมด้วย โดยการใช้วิธีการปรับสมดุลของไมโทคอนเดรีย และการยับยั้งกระบวนการเนครอปโทซิสอาจถูกนำมาใช้เป็นวิธีการใหม่ในการป้องกันและรักษาภาวะสูงอายุของสมองได้ นอกจากการใช้ยาดังกล่าวแล้ว การรักษาด้วยออกซิเจนที่ความกดอากาศสูง ซึ่งเป็นที่ทราบแล้วว่าเป็นการรักษาที่ปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง จะถูกนำมาใช้เพื่อเป็นการป้องกันภาวะชราภาพในสมองของผู้สูงอายุโดยเฉพาะ การชราภาพของสมองที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของการเรียนรู้และจดจำในโรคอ้วนลงพุง ในท้ายที่สุดความรู้ที่ได้จากการศึกษาในขั้นพื้นฐานจะถูกนำมาประยุกต์ใช้ทางคลินิกเพื่อให้เกิดการป้องกันและรักษาในรูปแบบใหม่สำหรับภาวะสูงอายุ และในโรคอ้วนลงพุง ที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของระบบประสาทได้ในอนาคตอันใกล้

คำสำคัญ

ObesityDementiaAgingอายุความจำอ้วนไมโตคอนเดรียHyperbaric oxygenmitochondrial dynamicsnecroptosisเนคครอปโทซิสอ๊อกซิเจนความกดบรรยายกาศสูง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

กลไกขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน

ณัฏฐ์ฤทัย อรุณศิโรจน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2565

ปัจจัยทำนายภาวะสุขภาพของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม

วิมลรัตน์ ภู่วราวุฒิพานิช มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2561

การพัฒนาคูณภาพชีวิตผู้สูงอายุสมองเสื่อมตามหลักเบญจสุข

วิมลมาศ ปฐมวณิชกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2560

การพัฒนาแนวปฏิบัติในการจัดการกับภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนในผู้สูงอายุ

ขนิษฐา พิศฉลาด มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2559

ความชุก ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุและการพัฒนาคู่มือการให้ความรู้ : กรณีศึกษาชุมชนเขตบางพลัด

ชุติมา ทองวชิระ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2559

ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม

พัชรินทร์ นินทจันทร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2562

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความว้าเหว่ในผู้สูงอายุ

สมหมาย กุมผัน มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2559

ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง

วรารัตน์ ทิพย์รัตน์ พ.ศ. 2562

โรคอ้วนในผู้สูงอายุ: การประเมินและแนวทางป้องกัน

ธนัช กนกเทศ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2562

<p class="p1">ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายหลายองค์ประกอบต่อสมรรถภาพทางกาย ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ และคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบาง</p>

นางสาวอุรัชชา สัจจาพงศ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2561