กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
รศึกษาในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินมี ความสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และการศึกษาที่ผ่านมายังพบว่า การรับประทานอาหารไขมันสูงไม่เพียงก่อให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินในเนื้อเยื่อส่วน ปลายเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินในระบบประสาท รวมทั้ง ก่อให้เกิดการสูญเสียการทำงานของไมโตครอนเดรียในระบบประสาทและนำไปสู่การ สูญเสียความทรงจำ อย่างไรก็ตามการศึกษาถึงผลของยาเมทฟอร์มินในหนูขาวที่มี ภาวะดื้อต่ออินซูลินจากการเหนี่ยวนำด้วยการรับประทานอาหารไขมันสูง ต่อ ขบวนการเรียนรู้ความทรงจำและการทำงานของไมโตครอนเดรียในสมองยังไม่มีผู้ทำ การศึกษามาก่อนจึงเป็นที่มาของการศึกษาในครั้งนี้ วิธีการศึกษา: หนูขาวเพศผู้สายพันธ์วิสต้าร์จำนวน 48 ตัวจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอาหาร คือ กลุ่มที่ได้รับอาหารสูตรปกติและกลุ่มที่ได้รับอาหารไขมันสูงเป็นเวลา 12 สัปดาห์ จากนั้นหนูแต่ละกลุ่มจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ กลุ่มควบคุมและ กลุ่มที่ได้รับยาเมทฟอร์มิน 30 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 21 วัน จากนั้นทำการทดสอบการเรียนรู้และความจำด้วยแบบทดสอบมอร์ริสวอเทอร์เมซ และทำการเก็บเลือดจากหางเพื่อวิเคราะห์ถึงผลเลือดต่างๆ เมื่อสิ้นสุดการศึกษาหนู ทุกตัวจะถูกทำการุณยฆาต และนำสมองไปศึกษาถึงการทำงานของไมโตคอนเดรียใน ระบบประสาทและระดับความเครียดออกซิเดชั่นในสมอง ผลการศึกษา: พบว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในหนูที่ได้รับประทาน อาหารไขมันสูงร่วมกับการได้รับยาเมทฟอร์มินเป็นระยะเวลา 21 วัน โดยสามารถ ฟื้นฟูภาวะดื้อต่ออินซูลินในเนื้อเยื่อส่วนปลาย, ช่วยลดระดับความเครียดออกซิเดชั่น ทั้งในเลือดและในสมอง, ช่วยฟื้นฟูความบกพร่องของการเรียนรู้และความจำเมื่อ ทดสอบด้วยแบบทดสอบมอร์ริสวอเทอร์เมซ นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูการทำงานของ ไมโตคอนเดรียในสมอง เมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับประทานอาหารไขมันสูงที่ ไม่ได้รับยา สรุปผลการศึกษา: ยาเมทฟอร์มินสามารถช่วยฟื้นฟูภาวะดื้อต่ออินซูลินในเนื้อเยื่อ ส่วนปลาย ฟื้นฟูการทำงานของไมโตครอนเดรียในสมอง รวมทั้งยังมีผลดีในแง่ของ ช่วยฟื้นฟูการเรียนรู้และความจำ