ผลกระทบของความคาดหวังด้านการเรียนของผู้ปกครองที่มีต่อนักเรียน และแนวทางการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตของนักเรียนในจังหวัดตรัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องผลกระทบของความคาดหวังด้านการเรียนของผู้ปกครองที่มีต่อนักเรียน และแนวทางการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตของนักเรียนในจังหวัดตรัง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความคาดหวังและค่านิยมด้านการเรียนของผู้ปกครองที่มีต่อนักเรียน 2) ศึกษาความคาดหวังของผู้ปกครองที่มีต่อนักเรียน (ตามการรับรู้ของนักเรียน) ค่านิยมด้านการเรียน การแข่งขันด้านการเรียนและภาวะสุขภาพจิตของนักเรียน 3) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบสุขภาพจิตของนักเรียนในจังหวัดตรังจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 4) ศึกษาอิทธิพลของความคาดหวังของผู้ปกครอง ค่านิยมด้านการเรียน การแข่งขันด้านการเรียนที่มีต่อภาวะสุขภาพจิตของนักเรียนในจังหวัดตรัง ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือนักเรียนและผู้ปกครองที่อาศัยอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดตรัง จำแนกเป็นนักเรียน 391 ราย และผู้ปกครอง 391 ราย เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t – test, F – test, LSD และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการศึกษาพบว่า 1) ผู้ปกครองของนักเรียนในจังหวัดตรัง มีค่านิยมด้านการเรียนด้านลบ อยู่ในระดับปานกลาง มีความคาดหวังด้านการเรียนต่อบุตรหลานอยู่ในระดับสูง 2) นักเรียนมีการแข่งขันด้านการเรียนโดยรวมในระดับต่ำ มีการรับรู้ว่าผู้ปกครองมีความคาดหวังต่อตนเองอยู่ในระดับสูง มีค่านิยมเชิงลบด้านการเรียนโดยรวมอยู่ในระดับสูง และนักเรียนมีความเครียดอยู่ในระดับสูง 3) นักเรียนที่มีเพศ ระดับชั้นที่ศึกษา ระดับการศึกษาของบิดา ระดับการศึกษาของมารดา อาชีพของบิดา อาชีพของมารดา จำนวนพี่น้อง รายได้เฉลี่ยต่อเดือน การเรียนพิเศษ และงานอดิเรกแตกต่างกัน มีความเครียดแตกต่าง 4) ตัวแปรที่ส่งผลต่อความเครียดของนักเรียน พบว่ามี 9 ตัวแปร ได้แก่ ระดับการศึกษาของบิดา การเรียนพิเศษบางครั้ง การไม่เรียนพิเศษเลย จำนวนชั่วโมงนอนพักผ่อนต่อวัน มีความคาดหวังด้านอาชีพตรงกับความคาดหวังของพ่อแม่ การแข่งขันด้านการเรียน มีมารดาประกอบอาชีพข้าราชการ การรับรู้ความคาดหวังด้านการเรียนของผู้ปกครอง และจำนวนพี่น้อง โดยสามารถพยากรณ์ความเครียดของนักเรียน ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และสามารถอธิบายได้ร้อยละ 33.1 (R2adj = 0.331)