กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ปลากัดไทย (Betta splendens) หรือที่รู้จักทั่วโลกในชื่อ Siamese fighting fish เป็นปลาน้ำจืดพื้นเมืองที่ในปัจจุบันได้รับความนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามกันอย่างแพร่หลายทั้งภายในและต่างประเทศ และสร้างรายได้มหาศาลเข้าสู่ประเทศ อย่างไรก็ตาม การเพาะเลี้ยงปลากัดไทยยังขาดความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีทางด้านการพัฒนาการผลิตอยู่มาก โคพีพอด เป็นครัสเตเชียนขนาดเล็กที่คาดว่าจะเป็นแหล่งอาหารมีชีวิตทางเลือกที่สำคัญในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำวัยอ่อนในอนาคต จากผลงานวิจัยที่ผ่านมา คณะผู้วิจัยประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงโคพีพอด Apocyclops royi แบบปลอดโรคภายในห้องปฏิบัติการ ดังนั้น โครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอดพัฒนาการประยุกต์ใช้โคพีพอดเพื่อเป็นอาหารสัตว์น้ำวัยอ่อนที่มีชีวิตสำหรับการเพาะเลี้ยงลูกปลากัดสวยงามระยะแรกเกิด B. splendens จากการศึกษาวิจัยพบว่าการเพาะเลี้ยงโคพีพอดด้วยสาหร่าย Tetraselmis sp. เป็นเวลา 8 วัน ให้ความหนาแน่นของผลผลิตโคพีพอดระยะนอเพลียสสูงที่สุด ผลจากการวิเคราะห์สัดส่วนของกรดไขมันพบว่าโคพีพอด A. royi ที่เพาะเลี้ยงด้วยสาหร่าย Tetraselmis sp. มีสัดส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนชนิดสายยาว (LC-PUFA) และกรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมกา-3 (DHA และ EPA) และโอเมกา-6 (ARA) สูงกว่าอาร์ทีเมียและไรแดง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อทำการเพาะเลี้ยงลูกปลากัดระยะแรกฟักด้วยโคพีพอด A. royi และติดตามผลต่อการเจริญเติบโต การอยู่รอด และการตอบสนองทางระบบภูมิคุ้มกันของลูกปลากัด ผลจากการทดลองพบว่าลูกปลากัดที่เพาะเลี้ยงด้วยโคพีพอดมีการเจริญเติบโตและอัตรารอดคล้ายกับลูกปลากัดที่เพาะเลี้ยงด้วยอาร์ทีเมีย Artemia sp. และไรแดง Moina sp. อย่างไรก็ตาม พบว่าลูกปลากัดที่เพาะเลี้ยงด้วยโคพีพอด A. royi มีการแสดงออกของยีนในระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ ยีน heat shock protein (BsHSP70) และยีนเพปไทด์ต้านจุลชีพ (BsLEAP2C และ BsBD2) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลจากการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นถึงข้อได้เปรียบของการโคพีพอดซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะข้อได้เปรียบทางด้านการส่งเสริมสุขภาพ ในการเลือกใช้โคพีพอดเป็นแหล่งอาหารมีชีวิตสำหรับการเพาะเลี้ยงลูกปลากัดสวยงามระยะแรกฟัก
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness