แนวทางการผลิตปลาสลิดหินโรลแลนด์ (Chrysiptera rollandi) เพื่อการค้า
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปลาสลิดหินโรลแลนด์ (Rolland’s damselfish Chrysiptera rollandi, Whitley 1961) จัดอยู่ในครอบครัว Pomacentridae พบกระจายทั่วไปในเขตร้อนตามชายฝั่งทะเล แนวปะการัง และพบได้ตามชายฝั่งทะเลของไทย เป็นปลาทะเลสวยงามชนิดหนึ่งที่ตลาดปลาทะเลสวยงามทั่วโลกมีความต้องการ อย่างไรก็ตามการเพาะพันธุ์ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลสวยงาม และยังไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากอัตรารอดตายต่ำ งานวิจัยนี้จึงได้ทำการศึกษาชีววิทยาบางประการและเทคนิคการเพาะเลี้ยงปลาสลิดหินโรลแลนด์ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการผลิตเพื่อการค้า การศึกษาชีววิทยาการสืบพันธุ์ พัฒนาการของเอ็มบริโอและของลูกปลาวัยอ่อนจนถึงระยะลูกปลาขนาดเล็ก พบว่าพ่อแม่พันธุ์ปลาผสมพันธุ์และวางไข่ได้เองตามธรรมชาติ สามารถวางไข่ได้ตลอดทั้งปี การวางไข่ติดกับวัสดุ เช่น กระเบื้องหลังคา แผ่นกระเบื้องปูพื้น ท่อพีวีซีสี พัฒนาการของคัพภะจากระยะแบ่งเซลล์ (cleavage) จนถึงระยะฟักออกเป็นตัว (hatching out) ใช้ระยะเวลาประมาณ 72-78 ชั่วโมง ลูกปลาสลิดหินโรลแลนด์อายุ 1, 15, 31, และ 35 วัน ความยาวของลำตัวเท่ากับ 2.75, 10.69, 15.11, และ 16.06 มิลลิเมตร ตามลำดับ โดยที่ลูกปลาอายุ 35 วัน จะมีสีและลายคล้ายตัวเต็มวัย การศึกษาชนิดอาหารที่เหมาะสมในการอนุบาลลูกปลาระยะวัยอ่อนถึงลูกปลาอายุ 15 วัน พบว่าลูกปลาที่อนุบาลด้วยโรติเฟอร์ตายทั้งหมดในช่วงอายุ 5 วันแรก ในขณะที่ลูกปลาที่อนุบาลด้วยโรติเฟอร์ร่วมกับโคพีพอด มีอัตรารอดตาย 14.22 + 4.34 % ซึ่งไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) กับของลูกปลาที่อนุบาลด้วยนอเพลียสโคพีพอดที่มีอัตรารอดตาย 17.89 + 1.07 % การศึกษาระดับการเสริมกรดไขมันในอาร์ทีเมียที่เหมาะสมในการอนุบาลลูกปลาอายุ 16 วันถึงลูกปลาอายุ 35 วัน พบว่า ชุดการทดลองที่ 1 ซึ่งอนุบาลด้วยอาร์ทีเมียไม่เสริมกรดไขมัน ลูกปลามีอัตรารอดตายเฉลี่ย 80.00 ? 4.95 % โดยไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) กับชุดการทดลองที่ 2 ซึ่งอนุบาลด้วยอาร์ทีเมียเสริมกรดไขมันความเข้มข้น 50 ppm ซึ่งมีอัตรารอดตายเฉลี่ย 86.67 ? 4.36 % และชุดการทดลองที่ 3 ซึ่งอนุบาลด้วยอาร์ทีเมียเสริมกรดไขมันความเข้มข้น 100 ppm ซึ่งมีอัตรารอดตายเฉลี่ย 89.52 ? 1.65 % จากนั้นนำตัวอย่างปลาดังกล่าวผ่านการทดสอบความเครียด พบว่า การทดสอบครั้งที่ 1 ในชุดการทดลองที่ 1 มีจำนวนปลาตายเฉลี่ย 5.00 ? 0.00 ตัว ส่วนชุดการทดลองที่ 2 และ 3 ไม่พบปลาตาย และการทดสอบครั้งที่ 2 ในชุดการทดลองที่ 2 และ 3 มีจำนวนปลาตายเฉลี่ย 0.33 ? 0.58 ตัว เมื่อนับจำนวนปลาที่เหลือรอดและวัดความยาว พบว่า ลูกปลาในชุดการทดลองที่ 1 มีขนาดความยาวเฉลี่ย 1.02 ? 0.07 เซนติเมตร ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) กับของชุดการทดลองที่ 2 และ 3 ที่ลูกปลามีขนาดความยาวเฉลี่ย 0.98 ? 0.06 เซนติเมตร และ 0.97 ? 0.05 เซนติเมตร ตามลำดับ เมื่อทดลองเลี้ยงลูกปลาสลิดหินโรลแลนด์อายุ 36 วัน ถึง 60 วัน พบว่าปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดปลาทะเลสูตรสำเร็จรูปทั่วไปมีขนาดความยาวเฉลี่ยน้อยที่สุด 1.78 ? 0.31 เซนติเมตร แตกต่างกับของชุดที่เลี้ยงด้วยอาร์ทีเมีย และชุดที่เลี้ยงด้วยอาร์ทีเมียและอาหารเม็ดปลาทะเลสูตรสำเร็จรูปทั่วไปอย่างละ 50% มีขนาดความยาวเฉลี่ย 2.08 ? 0.35 และ 2.05 ? 0.36 เซนติเมตรตามลำดับ (p<0.05)