โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดำเนินการในปี 2559-2564 ประกอบด้วย 7 กิจกรรม ประเด็นวิจัยครอบคลุมด้านการศึกษาประสิทธิภาพการใช้ไนโตรเจนและประสิทธิภาพการใช้น้ำของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ดีเด่นอายุยาวและอายุสั้น การจัดการโรคเมล็ดและฝักเน่า การประเมินพันธุ์ต้านทานต่อโรคและแมลงที่สำคัญ การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสม การจัดการระยะปลูกและผลกระทบของการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่อสภาพแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมสำหรับแนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้แก่เกษตรกร จากผลการวิจัยได้ชุดเทคโนโลยีการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดังนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกในกลุ่มดินเหนียว-ร่วนเหนียวสีดำ การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนตามค่าวิเคราะห์ดินทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ดีเด่นอายุยาว มีประสิทธิภาพการใช้ไนโตรเจนเพื่อสร้างผลผลิต 20.15-26.41 กิโลกรัมต่อการใส่ปุ๋ยไนโตรเจน 1 กิโลกรัม คำแนะนำการจัดการธาตุอาหารในการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อายุยาวพันธุ์นครสวรรค์ 4 ในกลุ่มดินร่วน-ร่วนเหนียวสีดำ ควรใส่ปุ๋ยอัตรา 15-10-5 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ ในกลุ่มดินเหนียว-ร่วนเหนียวสีแดง ควรใส่ปุ๋ยอัตรา 20-5-10 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ กลุ่มดินร่วนปนทรายแป้ง ควรใส่ปุ๋ยอัตรา 20-5-10 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ดีเด่นอายุสั้นในพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพการใช้ไนโตรเจนสูง เมื่อใส่ปุ๋ยไนโตรเจนตามค่าวิเคราะห์ดิน ผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 21.0-22.7 กิโลกรัมต่อการใส่ปุ๋ยไนโตรเจน 1 กิโลกรัม คำแนะนำการจัดการธาตุอาหารในการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อายุสั้นพันธุ์นครสวรรค์ 5 ในกลุ่มดินร่วน-ร่วนเหนียวสีดำ ควรใส่ปุ๋ยอัตรา 15-10-10 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ กลุ่มดินเหนียว-ร่วนเหนียวสีแดง ที่มีอินทรียวัตถุต่ำ ควรใส่ปุ๋ยอัตรา 30-10-10 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ กลุ่มดินร่วนปนทรายแป้ง ควรใส่ปุ๋ยอัตรา 10-5-10 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ เมื่อให้น้ำเสริม ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเพิ่มเป็น 20 กิโลกรัม N ต่อไร่ การให้น้ำเสริม 50 และ 100 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการคายระเหยน้ำของข้าวโพด สามารถเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อายุยาวเฉลี่ยร้อยละ 5.9 และ 27.1 และเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อายุสั้นเฉลี่ยร้อยละ 7.8 และ 37.0 เมื่อเทียบกับการปลูกโดยอาศัยน้ำฝน ประสิทธิภาพการใช้น้ำของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แตกต่างกันตามพันธุ์ วันปลูกและอายุเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมเพื่อลดการสูญเสียผลผลิตจากโรคฝักเน่า สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์นครสวรรค์ 3 นครสวรรค์ 4 และนครสวรรค์ 5 สามารถปลูกในช่วงฤดูฝน โดยมีเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคเมล็ดและฝักเน่าและมีการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อราในปริมาณต่ำ พันธุ์นครสวรรค์ 3 และนครสวรรค์ 4 สามารถเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่อายุ 120 วัน ไปจนถึงอายุ 130 วัน ส่วนพันธุ์นครสวรรค์ 5 เก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ 100-110 วัน ไม่ควรเก็บเกี่ยวล่าช้า ระดับความต้านทานต่อโรคใบไหม้แผลใหญ่ของข้าวโพด 96 พันธ์/สายพันธุ์ จัดอยู่ในระดับต้านทาน 50 พันธุ์ ต้านทานปานกลาง 41 พันธุ์/สายพันธุ์ และอ่อนแอปานกลาง 5 พันธุ์/สายพันธุ์ ระดับความต้านทานต่อโรคต้นเน่าแบคทีเรียของข้าวโพด 39 พันธุ์/สายพันธุ์ ทุกพันธุ์จัดอยู่ในระดับอ่อนแอ ระดับความต้านทานของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่อหนอนเจาะลำต้นข้าวโพด จัดอยู่ในระดับต้านทาน 1 สายพันธุ์ ต้านทานปานกลาง 81 พันธุ์/สายพันธุ์ และอ่อนแอ 30 พันธุ์/สายพันธุ์ ในสภาพไร่ หนอนเจาะลำต้นข้าวโพดระบาดค่อนข้างต่ำ เฉลี่ย 0.27 รูทำลายต่อต้น คำแนะนำการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์นครสวรรค์ 4 ให้ปลูกสายพันธุ์แท้แม่ (ตากฟ้า 1) 4 แถว สลับด้วยสายพันธุ์แท้พ่อ (ตากฟ้า 4) 1 แถว โดยปลูกสายพันธุ์แท้แม่และพ่อพร้อมกัน การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์นครสวรรค์ 5 ใช้อัตราแถวสายพันธุ์แท้แม่ 4 แถว ต่อสายพันธุ์แท้พ่อ 1 แถว และควรปลูกข้าวโพดสายพันธุ์แท้พ่อ (ตากฟ้า 5) ก่อนสายพันธุ์แท้แม่ (ตากฟ้า 7) 4 วัน การคลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วยสารไซแอนทรานิลิโพรล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม สามารถลดความเสียหายจากหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดและระยะในการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ได้นาน 2-12 เดือน ขึ้นกับพันธุ์ การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์นครสวรรค์ 5 การเพิ่มอัตราประชากร จาก 8,533 เป็น 15,238 ต้นต่อไร่ ทำให้ผลผลิตและรายได้เพิ่มขึ้น แนะนำระยะปลูก 70x20 เซนติเมตร (14,222 ต้นต่อไร่) หรือ 70x15 เซนติเมตร (15,238 ต้นต่อไร่) ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมี ที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ และเกิดจากการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ไถเตรียมดิน พ่นสารเคมีกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชหลายครั้ง การจัดการเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน การลดการไถพรวน การใช้ปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแนวทางในการปรับเทคโนโลยีการผลิตเพื่อลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม