Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2557

ประวัติศาสตร์การขยายตัวของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเลย ระหว่างปี พ.ศ.2396 - 2556

นพพล แก่งจำปา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2557

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประวัติศาสตร์การขยายตัวของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเลย ระหว่างปี พ.ศ.2396-2556 และ 2) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการขยายตัวของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเลย ระหว่างปี พ.ศ.2396-2556 การดำเนินการวิจัยใช้การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มด้วยวิธีการประวัติศาสตร์บอกเล่าจากประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเลย 20 ชุมชน จำนวน 135 คน ควบคู่กับข้อมูลจากเอกสารชั้นต้นจำพวก จดหมายเหตุทางราชการ บันทึกของชาวต่างชาติ บันทึกของคนท้องถิ่น หนังสืองานศพ และผังเมือง รวมทั้งข้อมูลจากเอกสารชั้นรอง จำพวกวิทยานิพนธ์ วารสารวิชาการ หนังสือ และหนังสือพิมพ์ สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ ประเด็นการสนทนากลุ่ม และการทำแผนที่ชุมชน แล้วนำเสนอรายงานการวิจัยในรูปแบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า ประวัติศาสตร์การขยายตัวของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเลยระหว่างปี พ.ศ.2396-2556 แบ่งช่วงเวลาการขยายตัวของชุมชนออกได้เป็น 5 ช่วงเวลา ได้แก่ 1)การขยายตัวของชุมชนในยุคเจ้าเมืองท้องถิ่น พ.ศ.2396-2450 2)การขยายตัวของชุมชนในยุคราชการสมัยใหม่ พ.ศ.2450-2479 3)การขยายตัวของชุมชนในยุคการจัดตั้งเทศบาล พ.ศ.2479-2498 4)การขยายตัวของชุมชนในยุคพัฒนา พ.ศ.2498-2524 และ5)การขยายตัวของชุมชนภายใต้บริบท การศึกษา การท่องเที่ยวและธุรกิจสมัยใหม่ พ.ศ.2524-2556 โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการขยายตัวของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเลยจะมีความแตกต่างหลากหลายไปตามบริบทเฉพาะของแต่ละช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเวลาแรก การตั้งชุมชนจะกระจายตัวอยู่ตามสองฝั่งลำน้ำหมาน บริเวณชุมชนบ้านแฮ่โดยมีปัจจัยการขยายตัวของชุมชนสัมพันธ์กับสถานที่ตั้งของบ้านเจ้าเมืองและการบุกเบิกพื้นที่เพื่อการเกษตรหาพื้นที่ทำมาหากินใหม่ ช่วงที่สอง การขยายตัวของชุมชนสัมพันธ์กับสถานที่ราชการที่มาพร้อมกับระบบราชการสมัยใหม่ที่พัฒนาขึ้น และศูนย์กลางความเจริญของเมืองได้เริ่มเคลื่อนจากชุมชนบ้านแฮ่มาอยู่ที่บริเวณถนนเจริญรัฐอันเป็นพื้นที่ซึ่งส่วนราชการต่างๆ กระจายตัวอยู่ ช่วงที่สาม การขยายตัวของชุมชนสัมพันธ์กับการกำหนดเขตเทศบาล และการพัฒนาถนนภายในเขตเทศบาล ทั้ง 5 สาย คือ ถนนเจริญรัฐ ถนนพิพัฒน์มงคล ถนนสถลเชียงคาน ถนนสำราญวิถี ถนนคีรีรัฐ ช่วงที่สี่ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการขยายตัวของชุมชนคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการย้ายศาลากลางและส่วนราชการของทางจังหวัดจากกุดป่อง มาตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองบริเวณถนนมะลิวรรณ รวมทั้งการเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำธุรกิจของชาวจีน เช่น โรงหีบฝ้าย และ โรงเลื่อย การขยายตัวของชุมชนในช่วงนี้ทำให้ต้องมีการขยายขอบเขตเทศบาลออกไปให้ครอบคลุมชุมชนที่เติบโตขึ้น จาก 5.06 ตารางกิโลเมตร เป็น 12.41 ตารางกิโลเมตร และช่วงที่ห้า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการขยายตัวของชุมชนนั้นมีหลายประการ ทั้งการเกิดขึ้นของวิทยาลัยครูเลยที่พัฒนาสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏเลยในปัจจุบัน อิทธิพลของการท่องเที่ยว ที่จังหวัดเลยมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น ในช่วงทศวรรษ 2520 เป็นต้นมา มีการจัดหาเอกลักษณ์ของเมืองเลยเพื่อสร้างเป็นคำขวัญจังหวัดที่ว่า เมืองแห่งทะเลภูเขาสุดหนาวในสยาม และการเข้ามาลงทุนทำธุรกิจของกลุ่มคนภายนอกตลอดจนการเข้ามาของโมเดิร์นเทรด ที่ทำให้ชุมชนขยายออกไปนอกเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านทิศใต้บริเวณท้องที่ตำบลนาอาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ จากงานวิจัยนี้ทำให้มีองค์ความรู้เรื่องพัฒนาการความเป็นมาของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเลยและแนวทางในการวางแผนงานพัฒนาเมืองเลยในอนาคต คำสำคัญ : การขยายตัวชุมชน,เมืองเลย,ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น,ความหลากหลาย

คำสำคัญ

พ.ศ.ปีสังคมคือเช่นได้แก่สังคมและวัฒนธรรมหรืออำเภอเมืองเป็นต้นหมู่บ้านทศวรรษสารเจริญวงศ์ด่านซ้ายตำบลนาอ้อนอกจากนี้ราชกิจจานุเบกษาอย่างไรก็ตาม2500เชียงคานตารางกิโลเมตรแบ่งออกเป็นเป็นต้นมา2450-25002479:เล่มที่52524:2525)2543:21-22)2546)4ช่วง5.06(กระทรวงมหาดไทยกลุ่มผู้ปกครองจึงอพยพผู้คนมาอาศัยอยู่บ้านแฮ่การพัฒนาสาธารณูปโภคและการคมนาคมขั้นพื้นฐานได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับการรวบรวมข้อมูลประวัติความเป็นมาของข้าราชการท้องถิ่นขนาดของเมืองผูกพันอยู่กับกลุ่มผู้ปกครองเดิมคือบริเวณบ้านแฮ่ของท้องถิ่นเมืองเลยอย่างรอบด้านเท่าที่ควร(ขอนแก่น-เมืองเลย)“เขตชนบท”หรือ“เขตเทศบาลเมืองเลย”ขึ้นอย่างชัดเจนมีเนื้อที่ทั้งหมด“เขตเมือง”มีความสำคัญในการเป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ“เขตเมือง”ไม่มากนักคณะผู้วิจัยเห็นว่าควรมีการการศึกษาทำความเข้าใจโดยละเอียดเพื่ออธิบายประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองเลยให้มีความชัดเจนมากขึ้นครั้นในปีครั้นเมื่อพระยาท้ายน้ำออกมาสำรวจจึงพบว่าในบริเวณบ้านแฮ่ผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่นเหมาะสมจะตั้งเป็นเมืองมากกว่าจึงอนุญาตให้ตั้งเมืองขึ้นความที่สภาพภูมิประเทศประกอบไปด้วยภูเขาเนื่องจากตั้งอยู่ในแนวเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์คือช่วงที่ระบบราชการเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของเมืองโครงการศึกษาประวัติศาสตร์การขยายตัวของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเลยจึงเกิดขึ้นเพื่อพยายามข้ามพ้นปัญหาการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองเลยดังกล่าวข้างต้นงานเขียนจากมุมมองข้าราชการส่วนกลางอย่างเติมงานศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเลยถูกเขียนขึ้นด้วยข้อจำกัดของหลักฐานจนกระทั่งปีจะได้เป็นประโยชน์ในทางการศึกษาต่อไปในอนาคตจากความเปลี่ยนแปลงของเมืองเลยตามที่กล่าวไว้ข้างต้นช่วงที่สองช่วงที่สามช่วงเมืองในยุคจารีตชุมชนแต่ละแห่งย่อมมีพื้นฐานของจุดกำเนิดและพัฒนาการความเป็นมาที่แตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขทางภูมิศาสตร์ชุมชนโบราณเมืองฝางชุมชนโบราณเมืองเพียงซึ่งความเปลี่ยนแปลงของเมืองเลยในแต่ละช่วงเวลานี้ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงผู้คนเมืองเลยซึ่งเป็นศูนย์ราชการที่ตั้งขึ้นตามระเบียบการปกครองแบบใหม่ดังจะเห็นได้จากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบร่องรอยการอยู่อาศัยของผู้คนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ด้านทิศตะวันออกของเมืองโดยเน้นไปที่ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเลยในช่วงเวลาต่างๆโดยมีโบราณสถานสำคัญคือวัดขั้นบันไดใหญ่โดยให้ขึ้นกับเมืองหล่มสักไปก่อนเนื่องจากยังเป็นเมืองเล็กอยู่ได้กระตุ้นให้เมืองขยายตัวมาทางด้านทิศตะวันตกตลอดแนวถนนได้มีการโอนอำเภอต่างๆได้มีพระราชบัญญัติกำหนดตลอดจนงานเขียนของปราชญ์ท้องถิ่นอย่างเช่นตอนที่41)ต่อมาในช่วงปฏิรูปมณฑลเทศาภิบาลตั้งขึ้นเมื่อตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำเลยในท้องที่บ้านท่าข้ามตามถิ่นที่ตั้งตำบลกกดู่ตำบลชัยพฤกษ์ตำบลทรายขาวตำบลนาดินดำตำบลนาอาน(เติมแต่งตั้งท้าวคำแสนเป็นหลวงศรีสงครามเจ้าเมืองเลยคนแรกแต่ถึงกระนั้นถ้ำผาขามถ้ำพระทว่าทั้งหมดมีปัญหาคล้ายคลึงกันท่าลี่ทำให้มองไม่เห็นมิติความเปลี่ยนแปลงด้านอื่นๆทิพรสที่ได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น“เมือง”เป็นต้นมาที่ตั้งอยู่บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏเลยในปัจจุบันที่บ้านนาอานที่รวมเมืองเลยไว้ในประวัติศาสตร์อีสาน(เติมที่อุดมไปด้วยขุนเขากระทั่งได้รับสมญานามว่าเทศบาลเมืองเลยจึงขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยขยายพื้นที่เทศบาลเป็น12.41นอกจากนี้การศึกษาด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับพื้นที่นั้นเกิดโรคระบาดนับตั้งแต่นับตั้งแต่ปีเนื่องจากเนื่องจากบ้านเซไลเนื่องจากเป็นเมืองเล็กเมืองเลยจึงต้องขึ้นตรงกับมณฑลลาวพวนเนื่องจากเมื่อมีการย้ายศูนย์ราชการจากบ้านแฮ่มาที่กุดป่องในกรณีของในเขตเทศบาลเมืองเลยปัจจุบันเป็นพื้นที่ตั้งเมืองแทนในแถบลุ่มน้ำเลยในบริเวณทิศเหนือของเมืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงพิจารณาเห็นว่าผู้คนในเขตท้องถิ่นนี้สมควรจัดตั้งเป็นเมืองจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯบ้านกกดู่“บ้านเซไล”ขึ้นเป็นเมืองเลย“บ้านเซไล”ตามที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่ได้เลือกเอาพื้นที่บ้านแฮ่“บ้านเซไล”เป็นที่เหมาะสมผู้คนหนาแน่นพอที่จะตั้งเป็นเมืองได้จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ(บ้านทรายขาวบ้านนาดินดำบ้านน้ำภูประการที่สองประการแรกประวัติศาสตร์การขยายตัวของเมืองเลยนั้น-ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น (Local History) -ประวัติศาสตร์การขยายตัวของชุมชน (The History of the Expansion of the communities) -เขตเทศบาลเมืองเลย (Mueang Loei Municipality)ปัญหาด้านโครงเรื่องทางประวัติศาสตร์ที่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองเลยจำกัดอยู่กับโครงเรื่องประวัติศาสตร์แห่งชาติปัญหาด้านหลักฐานและการตีความหลักฐานเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่เหนือสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานเป็นเรื่องราวที่เมืองเลยมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์แห่งชาติไปสู่ทางด้านทิศใต้ในบริเวณตำบลกุดป่องผลที่ตามมาอีกประการก็คือพื้นที่เมืองเริ่มขยายจากพื้นที่บ้านแฮ่ซึ่งเป็นที่ตั้งผู้ปกครองท้องถิ่นเดิมพร้อมกันนั้นจะพยายามทำความเข้าใจกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองเลยอย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้นพร้อมกับโปรดเกล้าฯพระยาท้ายน้ำออกมาสำรวจเขตแขวงเมืองต่างๆพ.ศ.2396พ.ศ.2396-2450พ.ศ.2450พ.ศ.2479พ.ศ.2500-2520พ.ศ.2520(พิสิฐพื้นฐานการปกครอง“พื้นที่กายภาพ”ของประเทศขนานใหญ่พื้นที่ตลอดริมฝั่งแม่น้ำเลยพื้นที่เมืองเลยก็ปรากฏมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างต่อเนื่องตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันภาพเขียนสีที่วัดถ้ำผาปู่(ภิญญพันธุ์มปพ)มาขึ้นกับเมืองเลยหลายเมืองเมื่อกล่าวถึงการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองเลยที่ผ่านมาเมืองก็มีการขยายตัวตามเมืองเล็กๆ“เมืองเลย”เมืองเลยเริ่มขยายตัวทุกทิศทางจนกระทั่งต้องมีการขยายเขตพื้นที่เทศบาลเพิ่มขึ้น“เมืองแห่งทะเลภูเขา”เมื่อเทียบกับพื้นที่เมื่อมีการพัฒนาเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานโดยเฉพาะการเข้ามาของถนนมะลิวัลย์แม้ว่าจะมีผู้บุกเบิกผลิตงานเขียนเอาไว้จำนวนไม่น้อยยังปรากฏว่ามีชุมชนโบราณหลายแห่งรวมทั้งการเมือง(ราชกิจจานุเบกษาเริ่มจากลัทธิความเชื่อเล่มที่98“เลย”แล้วเห็นว่าที่และการขาดกระบวนการวิพากษ์หลักฐานอย่างจริงจังและโครงสร้างเศรษฐกิจและช่วงหลังและบริเวณด้านทิศใต้และเพื่อรับกับการขยายตัวของเมืองวังสะพุงวิภากย์พจนกิจวิภาคย์พจนกิจส่งผลให้การตั้งถิ่นฐานของผู้คนในยุคเริ่มแรกค่อนข้างเบาบางเมื่อเปรียบเทียบกับเมืองโบราณในอีสานอื่นๆส่งผลให้เมืองเลยมีขอบเขตการปกครองที่กว้างขวางขึ้นส่งผลให้เรื่องราวความเป็นมาของเมืองเลยค่อนข้างสับสนสามารถสรุปได้ว่า(สารสารทัศนานันท์สาระทัศนานันท์(สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเลยสำหรับเมืองเลยยุคปัจจุบันหน้า1318)หรือไม่ก็เป็นเรื่องราวของชนชั้นนำที่เน้นในส่วนกิจกรรมของผู้นำเป็นหลักไม่ใช่เรื่องราวของผู้คนธรรมดาสามัญหรือวัดห้วยห่าวแห่งนี้ได้พัฒนาการแปรเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขปัจจัยแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกอย่างหลากหลายและซับซ้อน(-แห่แหน)ให้ให้ยกอย่างไรก็ตามการรับรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของคนเมืองเลยเข้าใจร่วมกันว่าการตั้งเมืองเลยไม่ได้ตั้งขึ้นที่อย่างอุเทืองอ้างแล้ว:270-271)อ้างแล้ว:47-48)อ้างแล้ว:58-59)อาทิอำเภอวังสะพุงในปัจจุบัน)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

รูปแบบการปรับตัวของชุมชนรอบข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดจากผลกระทบของความเป็นเมือง

ชนาใจ หมื่นไธสง มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2560

การปรับตัวของชุมชนบนฐานสังคมและวัฒนธรรมเพื่อรับมือการขยายตัวของเมือง กรณี บ้านบางทรายใหญ่ หมู่ที่ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

ปุณิกา หงษ์อุดร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566

การก่อรูปของพื้นที่สาธารณะในย่านชุมชนเก่า :กรณีศึกษาชุมชนพาดสาย ย่านเยาวราช

จุฬาลักษณ์ ไพบูลย์ฟุ้งเฟื่อง มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2562

การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของเมืองด้วยข้อมูลการรับรู้จากระยะไกลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์: กรณีศึกษาพื้นที่ชุมชนเมืองหลัก จังหวัดขอนแก่น

ชัยพล กีรติกสิกร มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

การพัฒนารูปแบบความร่วมมือระหว่างภาคีเพื่อขับเคลื่อนผังแม่บทเมืองโบราณรัฐสุพรรณภูมิ จ.สุพรรณบุรี

ฉันทัส เพียรธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2561

สัณฐานวิทยาเมืองในการจัดรูปที่ว่างและองค์ประกอบของชุมชน ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่

สิทธิกานต์ สัตย์ซื่อ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2560

ย่านและชุมชนดั้งเดิมริมคลองแสนแสบในเขตกรุงเทพมหานคร

นราธิป ทับทัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2558

สภาพป?ญหาการดําเนินโครงการสํารวจความต?องการของชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนแม?คํามีอําเภอเมืองจังหวัดแพร?

ผณินทรา ธีรานนท์ มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2560

กระบวนการจัดทำแผนชุมชนพึ่งตนเอง กรณีศึกษา : เปรียบเทียบระหว่างชุมชนต้นแบบในแถบภาคกลาง กับชุมชนนำร่องในเขตกรุงเทพมหานคร

เขมภัทท์ เย็นเปี่ยม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต พ.ศ. 2552

การพัฒนาแผนชุมชนอย่างมีส่วนร่วมเทศบาลตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ผานิตย์ ถิรพลงาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2558