พลวัตการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนในจังหวัดน่าน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยพลวัตการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนในจังหวัดน่าน มีวัตถุประสงค์หลัก ๒ ประการคือ เพื่อศึกษาพัฒนาการของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนในจังหวัดน่าน และกระบวนการปรับตัวของชุมชนในจังหวัดน่าน ในการฟื้นฟูสภาพป่าในบริบทที่มีพลวัตและความซับซ้อนสูง โดยมีพื้นที่เป้าหมาย ๓ พื้นที่ได้แก่ อำเภอภูเพียง สันติสุข และท่าวังผา ซึ่งเป็นพื้นที่เครือข่ายการทำงานร่วมกับมูลนิธิฮักเมืองน่านและมีการดำเนินกิจกรรมของภาคประชาคมที่เข้มแข็งวิธี โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสังเกตการณ์ การสัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) การสนทนากลุ่ม (focus group discussion) การบันทึกข้อมูลภาคสนาม (field note) รวมถึงการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผลการวิจัยพบว่า ทรัพยากรธรรมชาติ (ทรัพยากรป่าไม้ น้ำ และดิน) ของชุมชนมีลักษณะของการเข้าถึงที่แตกต่างกันกล่าวคือ ทรัพยากรป่าไม้ เป็นทรัพยากรที่มีลักษณะความเป็นสาธารณะสูง จึงสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนและรวดเร็ว มีขอบเขตที่ชัดเจนและแน่นอน กระบวนการปรับตัว การฟื้นฟูและใช้ประโยชน์ของชุมชนจึงแตกต่างจากทรัพยากรน้ำและดิน แนวการปรับตัวของชุมชนจึงมีลักษณะที่เป็นพลวัตมากกว่า ขณะที่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (ป่าไม้) ของชุมชนในพื้นที่เป้าหมายแบ่งออกเป็น ๓ ยุค คือ ยุคที่ ๑ ช่วงที่ชุมชนตั้งถิ่นฐานหรือก่อนการสัมปทานป่า เป็นช่วงที่ชุมชนมีรูปแบบความสัมพันธ์กับป่าแบบพึ่งพาอาศัย ชุมชนปฏิบัติต่อป่าด้วยความเคารพและมีกฎเกณฑ์ในการดูแลที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต จารีต และประเพณีของชุมชน ยุคที่ ๒ ชุมชนช่วงขยายตัว เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน เนื่องจากเป็นช่วงที่รัฐบาลมีนโยบายการเปิดสัมปทานป่าให้เอกชน ประกอบกับการดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อปราบปรามพรรคคอมมิวนิสต์ ในขณะที่การผลิตทางเกษตรมีการเปลี่ยนแปลงมุ่งสู่การผลิตเชิงเดี่ยว เมื่อทรัพยากรของชุมชนถูกทำลายอย่างหนักชุมชนจึงเริ่มหาแนวทางในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน โดยยังอาศัยรูปแบบจารีตประเพณี วัฒนธรรมในท้องถิ่นประยุกต์ใช้กับการจัดการมนุษย์และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ได้อาศัยความมีส่วนร่วมของคนในชุมชนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และยุคที่ ๓ หรือชุมชนยุคปัจจุบัน เป็นช่วงที่ชุมชนยังคงยึดหลักหรือกฎเกณฑ์ที่ร่วมกันสร้างขึ้น นอกจากนี้ชุมชนได้ขยายเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนมากขึ้น ภายใต้การดำเนินโครงการต่างๆ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มพื้นป่าและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน