กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ชื่อโครงการวิจัย : การมีส่วนร่วมของชุมชนในการวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดการ การทำ เกษตรแนวอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ชื่อผู้วิจัย : นายปิยพงศ์ บางใบและคณะ หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ ปีที่ทำการวิจัย : ปี พ.ศ. 2553 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการการทำเกษตรแบบผสมผสาน กับสภาพพื้นที่อาศัชน้ำฝนจังหวัดพชรบูรณ์ 2.เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการการอนุรักษ์ทรัพยากร ป้าไม้ ปาสงวนแห่งชาติ "ป่าห้วยทินและป้าคลองตีบ" จังหวัดเพชรบูรณ์ และ3.เพื่อพัฒนาการ จัดการดินด้วยวิถีธรรมชาติตามภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดเพษรบูรณ์ โดยการมีส่วนร่วม วิธีดำเนินการเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยมีความร่วมมือระหว่างชุมชนและ คณะผู้วิจัยตลอดจนหน่วยงานต่งๆที่เกี่ยวข้องมีการใช้ระเบียบวิธีวิจัยหลากหลายวิธีร่วมกันได้แก่ การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่าม การสนทนากลุ่ม การประชุมเชิงปฏิบัติการ การฝึกปฏิบัติจริง ซึ่งปรากฎผลการวิจัย ดังนี้1.การพัฒนารูปแบบการจัดการการทำเกษตรแบบผสมผสานกับสภาพพื้นที่อาศัยน้ำฝน พบว่า ชุมชนมีการทำเกษตรแบบผสมผสาน โดขยึดกิจกรรมพืชเป็นหลัก ซึ่งเป็นการทำการเกษตร โดยมีพืชเป็นรายได้หลัก ได้แก่ 1.การปลูกข้าวนาปีเป็นพืชหลัก เป็นการผสมผสานในรูปแบบของ พืชกับพืช ได้แก่ การปลูกพืชตระกูลถั่ว พืชผัก ก่อนฤดูกาลทำนาปี และ2.มีการปลูกข้าวโพดอาหาร สัตว์เป็นพืชหลักได้แก่ กรปลูกพืชตระกูลถั่ว พืชผัก ก่อนฤดูกาลปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ 2.การพัฒนารูปแบบการจัดการการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ "ป่าห้วยทิน และป้าคลองตีบ" พบว่า พบว่า ชุมชนบ้านท่าเมี่ยงมีการพัฒนารูปแบบการจัดการมีการจัดการป้า ชุมชนโดย เน้น "วิธีการป้องกัน การอนุรักษ์ และการฟื้นฟูสภาพป่า" ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีของชุมชน เช่น ประเพณีการบวชป้า (ต้นไม้) การปลูกป่าในวันพ่อแห่งชาดิ และกิจกรรมการทำแนวเขตป้าชุมชน กิจกรรมการทำป้ขแสดงการใช้ประโยชน์จากป้า กิจกรรม การจัดทำแผนชุมชนพึ่งปา และการศึกยาคูงาน ที่สำคัญจำเป็นที่ต้องทำให้ป่ามีคุณค่ต่อการดูแล รักษาเพื่อให้ทรัพยากรป่าไม้มีใช้ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป3.การพัฒนาการจัดการดินด้วยวิถีธรรมชาติตามภูมิปัญญาท้องถิ่น พบว่า เกษตรกรชุมชน บ้านท่าเมี่ยงมีการทำการเกษตร ได้แก่ การทำนาปี ปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ ผักสวนครัว ไม้ผล เช่น ถั่วเขียวมัน มะม่วง มะขามหวาน เลี้ยงปลา เลี้ยงเปีด เลี้ยงไก่พื้นเมือง และโคเนื้อ พบว่า โดยมี รูปแบบการจัดการดินด้วยวิถีธรรมชาติตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ปรับปรุงดินหลังการทำนาและหลัง การปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ดังต่อไปนี้ 1.ปลูกถั่วเขียวมันหลังการทำนา 2.ปล่อยน้ำเข้านาเพื่อทำให้ ตอซังเปื่อยยุ่ยแทนการเผาตอซัง 3.ลดการใ ช้ปุ๊ยเคมี โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากมูลสัตว์(มูลโค เนื้อ มูลกระบือ และมูลแพะ ในท้องถิ่น 4.มีการใช้แรงงานคนและสัตว์แทนการใช้เครื่องทุ่นแรง จากเครื่องจักรกลทางการเกษตร ร.ปลูกพืชหมุนเวียนสลับกับการปลูกข้าวและข้าวโพคอาหารสัตว์ ผู้วิจัยและคณะเสนอแนะว่าในการทำวิจัยครั้งต่อไป ควรมีการศึกษาวิจัยในเรื่องการทำ การเกษตรผสมผสาน โดยไม่อาศัชน้ำฝน และควรมีการศึกษาวิจัยในเรื่องเปรียบเทียบดั้นทุนและ ผลผลิตที่ได้จากการการทำนาปีที่อาศัชน้ำฝนและการทำนาปรังที่ ไม่อาศัน้ำฝน และเปรียบเทียบ ผลผลิตของรูปแบบการปรับปรุงดินหลังการปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์กับรูปแบบการทำนาและการ ปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ที่ได้กับรูปแบบของการใ ช้ปุ๊ขและสารเคมีในการปรับปรุงดิน และควรมี การศึกษาเรื่อง การรวมกลุ่มของเยาวชน ในหมู่บ้าน รวมถึงเพิ่มองค์ความรู้ และอบรมปลุกจิตสำนึก รักข์สิ่งแวดล้อมให้กับเขาวชนต่อไป