กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแนวใหม่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 2) ศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแนวใหม่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 3) ประเมินและยืนยันรูปแบบการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแนวใหม่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และ 4) นำเสนอนวัตกรรมการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแนวใหม่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผลการศึกษาบริบทชุมชนต้นแบบทุกแห่งมีอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เน้นการมีส่วนร่วมและส่งเสริมกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ สำหรับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแนวใหม่ของชุมชนบ้านหนองแม่นา ควรเริ่มจากกลุ่มผู้นำ และให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน โดยการเปิดเวทีชาวบ้าน ประชุมสร้างเครือข่าย และประชุมเชิงปฏิบัติการ ก่อให้เกิดการรวมกลุ่มคณะกรรมการการท่องเที่ยว นำไปสู่การแบ่งส่วนงานออกเป็น 5 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายฐานการเรียนรู้ ฝ่ายมัคคุเทศก์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอาหาร และสินค้าที่ระลึก ฝ่ายที่พัก และยานพาหนะ รวมทั้งร่วมจัดทำแผนปฏิบัติการการท่องเที่ยวทำให้เกิดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแนวใหม่ขึ้น และประเมินผลการจัดท่องเที่ยวนำร่องเพื่อตรวจยืนยันถึงผลสะท้อนที่เกิดขึ้น ซึ่งในท้ายสุดได้รูปแบบ Every Green Model ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับกลุ่มสมาชิกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบนฐานการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าตามบริบทของชุมชน เพื่อความยั่งยืนต่อการนำไปใช้สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนบ้านหนองแม่นา
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area
เมื่องานวิจัยเสร็จสิ้นจะได้นวัตกรรมการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแนวใหม่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการของนักเที่ยว โดยคณะผู้วิจัยได้ถอดบทเรียนและคืนข้อมูลแก่ชุมชน โดยการส่งมอบคู่มือการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแนวใหม่ ฯ นี้ให้แก่ชุมชน เพื่อนำมาเป็นแนวทางการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการจัดรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนได้อย่างยั่งยืน
อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นอำเภอที่อยู่บนภูเขา ที่ได้รับการขนานนามว่า “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” เนื่องจากมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น ธรรมชาติ ภูเขา วิวทิวทัศน์ และร้านกาแฟ วัด และประวัติศาสตร์ ทว่า ต่อเมื่อเวลาผ่านไป “เอกลักษณ์” ของเขาค้อกลับเริ่มค่อย ๆ หดหาย แต่สิ่งที่หายไปอย่างชัดเจนคือสีสันของพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาว แต่การท่องเที่ยวจริง ๆ เราไม่เคยเจอดอกไม้เลย ถึงเจอก็เป็นดอกไม้เมืองหนาวที่สั่งมาจากนอกพื้นที่ จากเชียงใหม่ จากภูเรือ โดยเฉลี่ยแต่ละโรงแรมใช้เงินกับส่วนนี้ไปอย่างน้อย 10,000 – 15,000 บาท ทั้งที่จริงๆ มีศักยภาพที่จะปลูกเองได้ แต่กลายเป็นว่า ภาพเขาค้อปัจจุบันเด่นชัดที่สุดคือ ไร่สตรอว์เบอร์รี่กับผักออแกนิก (ผักอินทรีย์) ซึ่งเจ้าของส่วนใหญ่ไม่ใช่คนในพื้นที่ ดังนั้นหากชุมชนในอำเภอเขาค้อ สามารถดึงศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงเกษตรมาพัฒนาในด้านต่าง ๆ โดยการใช้ประโยชน์จากทุนทางเศรษฐกิจ ทุนทางสังคม ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ ขนบธรรมเนียมและประเพณีและวัฒนธรรมชุมชน เพื่อแก้ปัญหา สร้างรายได้ และพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว แม้วาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรจะเน้นในเรื่องสิ่งแวดล้อมทางการเกษตร แต่ในแง่ของการบริหารจัดการไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะต้องจัดเตรียมความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน โดยต้องมีปัจจัยเบื้องต้นต่าง ๆ ได้แก่ แรงจูงใจ ความพร้อม ความต้องการของคนในชุมชน การได้รับความร่วมมือจากชุมชน องค์กรธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งช่วยกระจายรายได้ ในทุกระดับ ลดปัญหาการวางงานและเกิดผลตอบแทนที่เป็นธรรมแก่คนในพื้นที่อีกด้วย