การใช้สารสกัดจากเปลือกส้มโอในการควบคุมการเกิดโรคแอนแทรคโนสในมะม่วงน้ำดอกไม้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดจากเปลือกส้มโอต่อการยับยั้งการ เจริญเติบโตของเชื้อรา Colletotrichum sloeosporioides โดยการสกัดเปลือกส้มโอใช้ตัวทำละลาย 4 ชนิด ได้แก่ เอทานอล เฮกเชน ไดคลอโรมีเทน และ เอทิลอะซิเทต วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของ สารสกัดจากเปลือกส้มโอด้วยเทคนิค GC-MS และ HPLC และทดสอบการยับยั้งการเจริญเติบโตของ เชื้อรา C. gloeosporioides ด้วยการใช้อาหารเลี้ยงเชื้อ PDA จากผลการทดลองพบว่า limonene เป็น องค์ประกอบหลักของสารสกัดจากเปลือกส้มโอ (79.55-89.91%) C-Phellandrene และ 2,6- octadien -1-0l, 3,7-dimethy ตรวจพบเฉพาะในสารสกัดจากเปลือกส้มโอที่ใช้เอทิอะซิเทตเป็นตัวทำ ละลายเท่านั้น และการสกัดเปลือกส้มโอด้วยเอทิลอะซิเทตนั้นตรวจพบปริมาณสารประกอบ flavonoids ได้แก่ nobiletin และ 3-hydroxy-7,3,4,5 - tetramethoxyflavone, สูงกว่าการสกัด ด้วยตัวทำละลายอื่นๆ การยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา C.gloeosporioides ของสารสกัดจาก เปลือกส้มโอที่สกัดด้วยตัวทำละลาย ไดคลอโรมีเทน เอทานอล เฮกเซน และเอทิลอะซิเทต เท่ากับ 19.16, 52.81, 65.58 and 95.61% ตามลำดับ ดังนั้นสารสกัดจากเปลือกส้มโอที่สกัดด้วยเอทิลอะซิ เทตจึงมีประสิทธิภาพในการควบคุมการเจริญของเชื้อรา C.gloeosporioides สาเหตุหลักของโรคแอน แทรคโนสได้ (p S 0.05)