กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ในปัจจุบันการบำบัดโรคด้วยพืชหรือการใช้สมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า มีการนำสมุนไพรธัญพืชและผลไม้หลายชนิดมาบริโภคเพื่อบำรุงสุขภาพและป้องกันโรคต่างๆ มีรายงานการใช้ธัญพืชเช่นข้าวกล้องงอกที่มีส่วนประกอบทางเคมี เช่นกรดไฟติก วิตามินอี วิตามินซี และกาบา ในการบำบัดโรคที่เกี่ยวกับสมองส่วนกลาง แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการรายงานการใช้ข้าวกล้องงอกในการบำบัดโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการตายอย่างเฉียบพลันทั่วโลก การศึกษาในครั้งนี้เป็นการศึกษาหาสารออกฤทธิ์ในข้าวกล้องหอมมะลิงอกและข้าวกล้องหอมแดงงอก พันธุ์ 105 เพื่อนำไปใช้ในการควบคุมโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยการนำข้าวกล้องหอมมะลิและข้าวกล้องหอมแดง พันธุ์ 105 มาเพาะงอก และวิเคราะห์หาปริมาณสารออกฤทธิ์ ได้แก่สารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด ฟลาโวนอยด์ แอลฟา-โทโคฟีรอล แกรมมา-ออริซานอล กรดแกรมมา-อะมิโนบิวทิริก (กาบา) และกรดไฟติก ซึ่งพบว่าสารสกัดจากข้าวกล้องหอมมะลิงอกมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด ฟลาโวนอยด์และแกรมมา-ออริซานอลสูงกว่าข้าวกล้องหอมแดงงอก ในขณะที่สารสกัดจากข้าวกล้องหอมแดงงอกจะมีปริมาณแอลฟา-โทโคฟีรอล และกาบาสูงกว่าสารสกัดจากข้าวกล้องหอมมะลิงอก และทดสอบความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ โดยวิธี DPPH radical scavenging capacity และวิธี reducing power พบว่าสารสกัดจากข้าวกล้องหอมแดงงอกมีความสามารถในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าสารสกัดจากข้าวกล้องหอมมะลิงอก และจากการแยกกลุ่มสารออกฤทธิ์โดยวิธีคอลัมน์โครมาโทกราฟี พบสารสำคัญที่เหมือนกันทั้งในข้าวกล้องหอมมะลิงอกและข้าวกล้องหอมแดงงอก ซึ่งสารเหล่านี้ที่มีคุณสมบัติที่จะนำไปใช้เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้ การศึกษาในครั้งนี้พบว่า สารต้านอนุมูลอิสระในข้าวกล้องงอกสามารถใช้ในการป้องกันการเกิดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือดในกรณีการเกิดหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เช่น ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ลดขนาดเนื้อตายที่กล้ามเนื้อหัวใจในกรณีการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างถาวร ซึ่งคุณสมบัตินี้มีประโยชน์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ของข้าวกล้องงอกเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้