ความรุนแรงในการก่อโรคในปลาน้ำจืดของเชื้อ Ranavirus ที่แยกได้จากกบป่วย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
Ranavirus เป็นเชื้อไวรัสสกุลหนึ่งในครอบครัว Iridoviridae มีสมาชิกจำนวนมาก และสามารถก่อให้เกิดโรคทั้งในสัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหลายชนิด โดยเฉพาะกบ นอกจากนั้นยังพบไวรัสนี้ในปลาน้ำจืด เช่น ปลาทอง ปลาหางนกยูง นั่นแสดงว่าปลาน้ำจืดเหล่านี้ไวต่อการติดเชื้อ Ranavirus แต่ยังไม่มีผลการศึกษาว่าปลาชนิดดังกล่าวไวต่อการรับเชื้อ Ranavirus สายพันธุ์ที่แยกได้จากกบหรือไม่ การศึกษาครั้งนี้จึงนำเชื้อ Ranavirus ที่แยกได้จากกบป่วยจากจังหวัดสุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และสระแก้ว มาทดสอบเพื่อศึกษาค่า LD50 (ปริมาณไวรัสที่ทำให้กบตาย 50 เปอร์เซ็นต์โดยวิธีการฉีด และโดยวิธีการแช่) ที่อุณหภูมิ 22 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิห้องประมาณ 29 องศาเซลเซียส พบว่า LD50 โดยวิธีการฉีดที่อุณหภูมิ 22 องศาเซลเซียส ของเชื้อ Ranavirus ทั้ง 3 Isolates มีค่าน้อยกว่าที่อุณหภูมิ 29 องศาเซลเซียส อย่างมีนัยสำคัญ (P0.05) จากนั้นจึงนำเชื้อไวรัสดังกล่าวที่ระดับ LD80 ทั้งโดยวิธีการแช่และวิธีการฉีดไปทดสอบการก่อโรคในกบ ปลาทอง ปลาหางนกยูง และปลาแรดโดยวิธีการแช่และฉีดเข้าช่องท้อง พบว่ากบทดลองมีการตายตั้งแต่ 2-15 วันหลังจากได้รับเชื้อไวรัส โดยสามารถแยกเชื้อกลับจากกบที่ตายทั้งหมดได้ นอกจากนั้นกบที่รอดจนถึงวันสิ้นสุดการทดลองยังสามารถแยกเชื้อกลับได้เช่นเดียวกัน ในขณะที่ปลาน้ำจืดทั้ง 3 ชนิด ไม่ว่าจะได้รับเชื้อโดยวิธีการฉีดหรือวิธีการแช่ไม่แสดงอาการป่วย ไม่ตาย และไม่สามารถแยกเชื้อกลับได้