Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2551

การสกัดคอนเด็นส์แทนนินเพื่อศึกษาคุณสมบัติทางชีวภาพ ขนาดโมเลกุลและโครงสร้างทางเคมี

บดี คำสีเขียว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2551

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ประการแรกเพื่อศึกษาคุณลักษณะคอนเด็นส์แทนนินของกระถิน กระถินเทพาและทางปาล์มน้ำมันที่มีผลต่อศักยภาพการผลิตแก๊ส และการย่อยได้ในหลอดทดลอง วัตถุประสงค์ประการที่สอง เพื่อเปรียบเทียบวิธีการการอบแห้งที่แตกต่างกันต่อคุณลักษณะของคอนเด็นส์แทนนินโดยวัดค่าศักยภาพการผลิตแก๊สและการย่อยได้ในหลอดทดลอง ส่วนวัตถุประสงค์ประการสุดท้ายเพื่อศึกษาความ สามารถในการจับโปรตีนและขนาดโมเลกุลของคอนเด็นส์แทนนินส์ที่สกัดจากพืชตัวอย่าง จากผลการทดลองที่ 1 เกี่ยวกับข้อมูลจากพืชตัวอย่างจำนวน 15 ชนิด พบว่าปริมาณโปรตีนหยาบพบมากที่สุดในตัวอย่างกระถินและพบน้อยที่สุดในทางปาล์มน้ำมัน เท่ากับ 21.1 และ 4.3 กรัมต่อ 100 กรัม DM ตามลำดับ ปริมาณคอนเด็นส์แทนนินพบมากที่สุดในตัวอย่างยอดของสะเดา ตามด้วย กระโดนและกระถินณรงค์ มีค่าเท่ากับ 15.5 14.3 และ 13.1 กรัมต่อ 100 กรัม DM ตามลำดับ ศักยภาพการผลิตแก๊ส (potential gas production) ของตัวอย่างทางปาล์มน้ำมัน (19.8 มิลลิลิตรต่อกรัม DM) มีค่าน้อยกว่ากระถิน (26.4 มล. ต่อกรัม DM) และกระถินเทพา (28.7 มิลลิลิตรต่อกรัม DM) หลังการบ่มแช่ในหลอดทดลอง 24 ชั่วโมง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p0.05) ต่อค่าเฉลี่ยแอมโมเนียไนโตรเจนและกรดไขมันสายสั้น ของตัวอย่างกระถิน กระถินเทพาและทางปาล์มน้ำมัน จากการศึกษานี้พอจะกล่าวได้ว่าสำหรับการวิเคราะห์และการสกัดคอนเด็นส์แทนนิน ในกรณีที่ไม่มีเครื่องอบแห้งฟริซดราย ผู้วิจัยสามารถประยุกต์ใช้การอบแห้งแบบตู้อบที่อุณหภูมิไม่เกิน 50 องศาเซลเซียสได้ ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยในส่วนสุดท้าย พบว่าค่าเฉลี่ยปริมาณโปรตีนที่จับกับพีนอลิกส์ของกระถิน (0.151) มีค่าสูงกว่ากระถินเทพา (0.178) และทางปาล์มน้ำมัน (0.076 มก.ต่อ มก. DM) ตามลำดับ คอนเด็นส์แทนนินที่สกัดได้จากกระถินมีความสามารถในการจับโปรตีนได้สูงที่สุด กล่าวคือเพื่อที่จะจับโปรตีน BSA ให้ได้ 10 ส่วน ต้องใช้คอนเด็นส์แทนนินจากกระถิน คิวแบรกโคแทนนิน กระถินเทพาและทางปาล์มน้ำมัน เท่ากับ 7.7 8.9 9.7 และ 13.6 ส่วนตามลำดับ ในการศึกษาขนาดโมเลกุลของคอนเด็นส์แทนนิน พบว่ามีโมเลกุลขนาดที่แตกต่างกันระหว่าง 3-5 ขนาด ผสมรวมอยู่ด้วยกันในคอนเด็นส์แทนนินของพืชตัวอย่างหนึ่งชนิด ดังนั้นจึงพอสันนิฐานได้ว่าทางปาล์มน้ำมันมีโมเลกุลของคอนเด็นส์แทนนินขนาดใหญ่อยู่มากที่สุด ในขณะที่กระถินมีโมเลกุลของคอนเด็นส์แทนนินขนาดเล็ก กลาง และใหญ่กระจายอยู่ทั่วไป ส่วนกระถินเทพามีโมเลกุลคอนเด็นส์แทนนินขนาดกลางอยู่มากที่สุด

คำสำคัญ

การจับโปรตีนขนาดโมเลกุลคอนเด็นส์แทนนินโครงสร้างทางเคมี

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาคุณลักษณะคอนเด็นส์แทนนินจากกระถิน กระถินเทพาและทางปาล์มน้ำมันต่อศักยภาพการผลิตแก๊ส การย่อยได้ คุณสมบัติการจับโปรตีนและขนาดโมเลกุล

บดี คำสีเขียว คณะวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม พ.ศ. 2554

องค์ประกอบทางเคมีและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากพะยอม

กรรณิการ์ พิมพ์รส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2558

ผลกระทบของเจลแทนนินต่อกระบวนการหมักขยะแบบไร้อากาศ

นภวรรณ รัตสุข มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2561

การปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียยางแผ่นเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

อุษา อ้นทอง มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2555

ขบวนการผลิตพอลิ(กลีเซอรอล-ซัคซิเนต)โอลิโกเอสเตอร์จากสารชีวมวล

จิรดา สิงขรรัตน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2560

การศึกษาประสิทธิภาพในการดูดซับสารระเหยเบนซีนโดยเทคนิคการเก็บตัวอย่าง แบบพาสซีฟ

ชลดา ธีรการุณวงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2558

การวิจัยสมบัติทางกระแสวิทยา และสมบัติทางกลของพอลิออกซิเมทิลีนโดยการสร้างระบบร่างแหเพื่อใช้ในงานวิศวกรรม

อนุชิต คงฤทธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2560

การดูดซับแก๊สแอมโมเนีย ซีเอ็น ซีอาร์และซีเอสบนโครงสร้างนาโนซิลิกอนคาร์ไบด์สำหรับการประยุกต์ใช้เป็นตัวตรวจจับ: การศึกษาด้วยวิธีดีเอฟที

ฌาณุกรณ์ ทับทิมใส มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2565

การสกัด Cordycepine ออกจากถั่งเช่าโดยใช้ระบบเยื่อแผ่นเหลว

ประกร รามกุล มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

โครงการการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีจากรากของต้นเลือดแรด

อุไรวรรณ ศรีพนา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2559