Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การใช้ประโยชน์จากสารประกอบฟีนอลิกจากข่าลิงและขมิ้นชัน เป็นสารต้านออกซิเดชันในผลิตภัณฑ์เนื้อไก่

ผศ. จรีพร เชื้อเจ็ดตน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี สกัดสารประกอบฟีนอลิกและวิเคราะห์ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของข่าลิงและขมิ้นชัน ศึกษาผลและอิทธิพลของความเข้มข้นต่อประสิทธิภาพในการเป็นสารต้านการเกิดออกซิเดชันของการใช้สารประกอบฟีนอลิกที่สกัดจากข่าลิงและขมิ้นชันในระดับที่แตกต่างกันในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ที่อุณหภูมิต่ำที่มีผลต่อคุณภาพและการเกิดออกซิเดชัน และศึกษาผลและอิทธิพลของความเข้มข้นต่อประสิทธิภาพของการใช้แผ่นฟิล์มต้านการออกซิเดชันของสารประกอบฟีนอลิกที่สกัดได้จากข่าลิงและขมิ้นชันในผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ เมื่อนำข่าลิงและขมิ้นชันมาทำการอบที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 14 ชั่วโมง (ความชื้นไม่เกินร้อยละ 10) มีผลได้เท่ากับร้อยละ 18.25 และ 18.92 ตามลำดับ เมื่อทำการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี พบว่า ข่าลิง มีปริมาณความชื้น ไขมัน เถ้า โปรตีน เยื่อใย คาร์โบไฮเดรต และ พีเอช ร้อยละ 11.70, 1.09, 8.26, 7.28, 19.72, 71.58 และ 4.53 ตามลำดับ ขมิ้นชันมีปริมาณความชื้น ไขมัน เถ้า โปรตีน เยื่อใย คาร์โบไฮเดรต และ พีเอช เท่ากับร้อยละ 11.25, 0.83, 3.89, 5.20, 5.78, 78.80 และ 5.71 ตามลำดับ และเมื่อผ่านการบดและคัดร่อนขนาด 250 ไมโครเมตร เพื่อสกัดสารประกอบฟีนอลิกและวิเคราะห์ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของข่าลิงและขมิ้นชัน พบว่า ข่าลิง มีค่าสารต้านอนุมูลอิสระ (DPPH) และมีปริมาณฟีนอลิกทั้งหมด (TPC) เท่ากับ 43.33 mg vitamin C/g DW และ 3.02 mg gallic /g DW ตามลำดับ ส่วนขมิ้นชัน มีค่าสารต้านอนุมูลอิสระ (DPPH) และมีปริมาณฟีนอลิกทั้งหมด (TPC) เท่ากับ 41.18 mg vitamin C/g DW และ 2.38 mg gallic /g DW ตามลำดับ นําสารสกัดจากข่าลิงและขมิ้นชันที่ระดับความเข้มข้นร้อยละ 0.1, 0.2 และ 0.3 ผสมในเนื้อไก่บด และนำมาเป็นส่วนผสมในการผลิตแผ่นฟิล์มเพื่อใช้สำหรับห่อเนื้อไก่บด นําไปเก็บรักษาที่ อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เปรียบเทียบกับเนื้อไก่บดที่เติมสาร BHT ร้อยละ 0.3 ศึกษาคุณภาพทางกายภาพ คุณภาพทางประสาทสัมผัสและปริมาณจุลินทรีย์ทุกวันที่ 0, 7, 14, 21 และ 28 พบว่า ระดับความเข้มข้นของสารสกัดจากข่าลิงและขมิ้นชันให้ค่าสี L*, a*, b* มีแนวโน้มลดลงตามระยะเวลาในการเก็บรักษาเนื้อไก่บดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (P > 0.05) เมื่อศึกษาคุณภาพทางประสาทสัมผัสทางด้านคุณลักษณะปรากฏ สี กลิ่น เนื้อสัมผัส และความชอบรวมของเนื้อไก่บดที่เติมสารสกัดจากข่าลิงและขมิ้นชันที่ระดับความเข้มข้นต่าง ๆ กัน พบว่า การยอมรับของผู้บริโภคจะลดลง ตามระยะเวลาในการเก็บรักษาที่เพิ่มขึ้น และพบว่าระดับความเข้มข้นของสารสกัดจากข่าลิงมีผลต่อ การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดและสามารถลดปริมาณการเจริญเติบโตได้ดีกว่าการเติม BHT คําสําคัญ: สารประกอบฟีนอลิก การสกัด สารต้านออกซิเดชัน ข่าลิง ขมิ้นชัน ........................................................................................................................................................................................... 1,3,4คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช 2คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

คำสำคัญ

ExtractionPhenolic compoundการสกัดสารประกอบฟีนอลิกขมิ้นชันantioxidationสารต้านออกซิเดชันJoint-whip Gingerข่าลิง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ประสิทธิภาพเบนโทไนท์จากแหล่งดินในประเทศไทยเสริมฤทธิ์ด้วยขมิ้นชันในการลดพิษอะฟลาทอกซินปนเปื้อนในอาหารไก่เนื้อ

ปิยวัฒน์ สายพันธุ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

ผลของการใช้ไคโตซานและสารสกัดจากขิงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านเชื้อจุลินทรีย์ในเนื้อวัวบด

ทานตะวัน พิรักษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2554

การศึกษาเปรียบเทียบความชุกและการต้านยาของเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ที่แยกได้จากไก่เนื้อและไก่ไทยที่เลี้ยงด้วยอาหารผสมและไม่ผสมสารเสริมชีวนะหรือสมุนไพร

ธราดล เหลืองทองคำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2555

การศึกษาเปรียบเทียบความชุกและการต้านยาของเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ที่แยกได้จากไก่เนื้อและไก่ไทยที่เลี้ยงด้วยอาหารผสมและไม่ผสมสารเสริมชีวนะหรือสมุนไพร

ธนาดล เหลืองทองคำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2555

การใช้สารสกัดคอนเดนส์แทนนินจากเปลือกเงาะต่อการย่อยได้ในไก่เนื้อ

พิเชษฐ ศรีบุญยงค์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2553

การศึกษาการสะสมกรดคอนจูเกตเตตลิโนเลอิค (CLA) ในร่างกายไก่พื้นเมืองของไทย จังหวัดสกลนคร

ศศิพันธ์ วงศ์สุทธาวาส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2552

ผลการใช้ซีโอไลต์ธรรมชาติเสริมในอาหารไก่เนื้อและการใช้ซีโอไลต์ผสมในวัสดุรองพื้นรอกไก่ต่อระดับแอมโมเนีย ไฮโดรเจนซัลไฟด์และสมรรถภาพการผลิตและผลการใช้ซีโอไลต์ธรรมชาติเสริมในอาหารสุกรต่อระดับแอมโมเนียไฮโดรเจนซัลไฟด์และสมรรถภาพการผลิตของสุกร

อาภรณ์ ส่งแสง คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2553

การใช้สารทดแทนฟอสเฟตต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ไก่ยอพร้อมรับประทานที่บรรจุในรีทอร์ทเพาช์

กรรวี พิสันเทียะ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2561

ผลของการเสริมบีเทนแอนไฮดรัสในน้ำดื่มของไก่เนื้อต่อสมรรถภาพการผลิตการย่อยได้ของโภชนะ ลักษณะเลือด ลักษณะซาก และคุณภาพเนื้อ

มนัสนันท์ นพรัตน์ไมตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

ศักยภาพต้านออกซิเดชันของสารสกัดจากใบมะรุมและเปลือกมังคุดบนฟิล์มเจลาติน จากปลา และการประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์อาหารทอด

พีรยา โชติถนอม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2554