ผลของน้ำหนักโมเลกุลของสารประกอบคอนเดนซ์แทนนินส์จากพืชในท้องถิ่น ต่อจุลินทรีย์ในรูเมน, ผลผลิตและองค์ประกอบน้ำนม, conjugated linoleic acid และกรดไขมันในน้ำนม ของแพะนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของน้ำหนักโมเลกุลของคอนเดนซ์แทนนินส์ที่แตกต่างกันต่อกระบวนการหมักในรูเมนและการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำนมของแพะนม การทดลองที่ 1 เป็นการศึกษาองค์ประกอบของแทนนินส์ น้ำหนักโมเลกุล และความสามารถในการจับโปรตีนของคอนเดนซ์แทนนินส์ในพืชเขตร้อนที่มีศักยภาพในการนำมาใช้เป็นแหล่งของสารแทนนินส์สำหรับปรับเปลี่ยนกระบวนการหมักในกระเพาะรูเมนได้ โดยได้ศึกษาในใบมันสำปะหลัง Manihot esculenta, Cranzt) ใบกระถิน (Leucaena leucocephala) ใบสะเดา Siamese neem (Azadirachta indica A. Juss. var. Siamensis Valeton) เปลือกมังคุด (Garcinia mangostana) และสารคอนเดนซ์แทนนินส์สกัดจากคิวบราโช (quebracho) พบว่า ตัวอย่างจากใบพืช ใบกระถิน มีความเข้มข้นของคอนเดนซ์แทนนินส์ต่ำที่สุด (1.2% สิ่งแห้ง) ในขณะที่ใบสะเดามีสารคอนเดซ์แทนนินส์สูงที่สุด (5.0% สิ่งแห้ง) ส่วนเปลือกมังคุดและสารสกัดคิวบราโช มีระดับแทนนินส์ที่สูงกว่าในใบพืชที่ศึกษา สารคอนเดนซ์แทนนินส์ในพืชตัวอย่างมีน้ำหนักโมเลกุล 2,964 3,222 3,409 3,539 และ 3,612 ดาลตัน (Da) ในเปลือกมังคุด ใบกระถิน ใบมันสำปะหลัง สารสกัด คิวบราโช และใบสะเดา ตามลำดับ นอกจากนี้ ความสามารถของคอนเดนซ์แทนนินส์ในการจับกับโปรตีนสูงขึ้นสัมพันธ์กับน้ำหนักโมเลกุลที่สูงขึ้นด้วย การทดลองที่ 2 เป็นการศึกษาถึงผลของน้ำหนักโมเลกุลของคอนเดนซ์แทนนินส์ที่แตกต่างกัน ต่อการผลิตแก๊ส และกระบวนการหมัก (ในหลอดทดลอง) โดยใช้สารสกัดคอนเดนซ์แทนนินส์จากใบพืช 2 ชนิดคือ 1) กระถิน สำหรับใช้เป็นแหล่งของสารคอนเดนซ์แทนนินส์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ และ 2) สะเดา สำหรับใช้เป็นแหล่งของสารสกัดคอนเดนซ์แทนนินส์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง โดยแต่ละชนิดใช้เสริมในระดับ 2, 4 และ 6 กรัม ทำการวัดผลผลิตแก๊ส มีเทน และวัดความเข้มข้นของกรดไขมันระเหยได้ พบว่า การเสริมสารสกัดคอนเดนซ์แทนนินส์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงจากใบสะเดาทั้ง 3 ระดับมีผลยับยั้งการผลิตแก๊สและการสร้างมีเทน ในขณะที่การเสริมสารสกัดคอนเดนซ์แทนนินส์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำจากใบกระถินมีผลยับยั้งการผลิตแก๊สเฉพาะเมื่อเสริมในระดับสูงสุดเท่านั้น การทดลองที่ 3 เป็นการศึกษาถึงผลของการเสริมแหล่งของสารคอนเดนซ์แทนนินส์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลแตกต่างกันต่อปริมาณการกินได้ การย่อยได้ของโภชนะ กระบวนการหมักในรูเมน และการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำนม โดยศึกษาในแพะรีดนมพันธุ์ลูกผสมซาเนน และวางแผนการทดลองแบบสุ่มบล็อคสมบูรณ์ ทรีตเมนต์ที่ศึกษาประกอบไปด้วย 1) กลุ่มควบคุม 2) เสริมเปลือกมังคุด เป็นแหล่งแทนนินส์ 3) เสริมเปลือกมังคุด เป็นแหล่งแทนนินส์ และมีเสริมสาร PEG ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของแทนนินส์ (กลุ่มควบคุมของ T2), 4) เสริมสารสกัดคิวบราโช เป็นแหล่งแทนนินส์ 5) เสริมสารสกัดคิวบราโช เป็นแหล่งแทนนินส์ และเสริมสาร PEG ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของแทนนินส์ (กลุ่มควบคุมของ 4) พบว่า น้ำหนักโมเลกุลของแทนนินส์ไม่มีผลต่อปริมาณการกินได้ การย่อยได้ของโภชนะ กระบวนการหมักในรูเมน ปริมาณน้ำนม ตลอดจนองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำนมแพะ