การผลิตยีสต์โปรตีนเซลล์เดี่ยวเสริมแคโรทีนอยด์จากยีสต์ Rhodotorula sp. ด้วยผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลอ้อยโดยการหมักแบบแห้ง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แคโรทีนอยด์เป็นสารทุติยภูมิในกลุ่มของ isoprenoidพบได้ทั้งในพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ แคโรทีนอยด์ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างมากทั้งในด้านอุตสาหกรรมอาหาร เช่น การนำมาใช้เป็นสารสีผสมอาหาร (food colorants) นิยมมาผสมในขนมและเครื่องดื่มประเภทต่างๆ และมีประโยชน์ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ งานวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกจุลินทรีย์ที่สามารถสร้างสารแคโรทีนอยด์ได้และศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตสารแคโรทีนอยด์ของจุลินทรีย์ ปริมาณ แคโรทีนอยด์รวม ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH และ ABTS สารประกอบฟีโนลิกรวมและความสามารถในการต้านจุลินทรีย์ก่อโรคพบว่าคัดแยกจุลินทรีย์ได้ทั้งหมด 2 ไอโซเลท คือ KKU-YG ได้จากองุ่นแดงและ KKU-YP ได้จากฟักทอง เมื่อนำมาจัดจำแนกโดยวิธีวิเคราะห์ข้อมูลลำดับนิวคลีโอไทล์ของดีเอ็เอบริเวณ ITS สามารถจำแนกไอโซเลท KKU-YG และ KKU-YP ได้เป็น Rhodotorula mucilaginosa สามารถผลิตแคโรทีนอยด์ได้ดีที่สุดเมื่อเลี้ยงในอาหาร 5%YPM โดยมีปริมาณ 17.76 ?g/ml และ 2%YPM โดยมีปริมาณ 23.08 ?g/ml ตามลำดับ จากการวิเคราะห์ปริมาณแคโรทีนอยด์ด้วยระบบ HPLC พบว่า สารสกัด KKU-YG และ KKU-YP พบแคโรทีนอยด์ทั้งหมด 3 ชนิดได้แก่ ?–carotene Anhydrorhodovibrin และ Toruleneการวิเคราะห์ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระทั้ง 2 วิธี ได้แก่ DPPH, ABTS พบว่า สารสกัดจาก KKU-YG มีค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระมากกว่า KKU-YP ในส่วนของการวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบ ฟีนอลิกรวมพบว่าสารสกัดของ KKU-YG และ KKU-YP มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมที่ใกล้เคียงกัน และมีปริมาณโปรตีนที่มากโดยเฉพาะ KKU-YG และพบว่า สารสกัดจาก KKU-YP มีความสามารถในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ (E. coli) ได้ ดังนั้น อาจมีความเป็นไปได้สูงที่จะนำเชื้อทั้ง 2 ไอโซเลทมาประยุกต์ใช้ในด้านอาหาร โภชนาการ เภสัชกรรม และทางการแพทย์ได้ในอนาคต