Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การพัฒนาสารฆ่าพยาธิจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร

อรภัค เรี่ยมทอง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โรคพยาธิเป็นปัญหาสุขภาพสัตว์ที่สำคัญอย่างหนึ่ง เนื่องจากโรคพยาธิส่วนมากมีลักษณะเรื้อรัง การรักษาโรคพยาธิมีค่าใช้จ่าย และสัตว์ใช้เวลานานในการฟื้นตัว ก่อความสูญเสียต่อการทำปศุสัตว์และทางเศรษฐกิจมาก รวมถึงพยาธิบางชนิดสามารถติดต่อสู่คนได้ นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) และสหภาพยุโรป ยังควบคุมเกี่ยวกับประเด็นสารตกค้างจากการใช้ยาในปศุสัตว์ ทำให้การควบคุมโรคพยาธิโดยใช้ยาปริมาณมากเพื่อควบคุมโรค อาจไม่สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว การผลิตยางของพืชเป็นกลไกตามธรรมชาติที่พืชใช้ในการป้องกันแมลงและหนอนศัตรูพืช โดยยางพืชมักประกอบด้วยเอนไซม์โปรตีเอส (Protease) และเอนไซม์ไคติเนส (Chitinase) มีรายงานการประยุกต์ใช้เอนไซม์กลุ่มนี้ในการกำจัดพยาธิตัวกลมในระบบทางเดินอาหารของคนและสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผิวของหนอนพยาธิตัวกลมประกอบด้วยคิวติเคิลซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับแมลงและหนอนศัตรูพืช วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรของพืชมียางเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นดีที่อาจนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รักษาโรคพยาธิทดแทนการใช้ยาถ่ายพยาธิ ในการทดลองนี้ ได้สกัดโปรตีนจากเปลือกมะม่วง เปลือกมะละกอ เปลือกมังคุด เปลือกกล้วยหอม เปลือกกล้วยน้ำว้า ลูกยอดิบ ลูกกะทกรกดิบ ลูกน้อยหน่าดิบ เปลือกสาเก เปลือกขนุน ต้นรัก ลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ดิบ ลูกละมุดดิบ พบว่าสารสกัดโปรตีนจากต้นรัก เปลือกขนุน เปลือกสาเก เปลือกกล้วยน้ำว้าดิบ และเปลือกมะละกอ มีประสิทธิภาพในการฆ่าหนอนตัวกลม Caenorhabditis elegans เมื่อนำสารสกัดโปรตีนของพืชดังกล่าวมาแยกด้วย Ion exchange chromatography และระบุชนิดโปรตีนที่ออกฤทธิ์ด้วยวิธีแมสสเปคโทรเมตรีพบโปรตีเอสเป็นโปรตีนที่ออกฤทธิ์หลักในการฆ่าหนอนตัวกลม โดยโปรตีเอสที่ได้จากต้นรัก เปลือกขนุน เปลือกสาเก เปลือกกล้วยน้ำว้าดิบ และเปลือกมะละกอโดยมีค่าการทำงานของเอนไซม์อยู่ที่ 56 57 40 21 และ 32 หน่วยต่อมิลลิกรัม นอกจากนี้ยังพบไคติเนสจากเปลือกมะละกอมีค่าการทำงานของเอนไซม์อยู่ที่ 0.02 หน่วยต่อมิลลิลิตร ร้อยละการรอดชีวิตของ C. elegans เมื่อใช้โปรตีเอสที่ถูกทำให้บริสุทธิ์บางส่วนจากต้นรัก เปลือกขนุน เปลือกสาเก เปลือกกล้วยน้ำว้าดิบ และเปลือกมะละกอปริมาณ 1 ?g/ml คือ 44.90 37.13 48.08 70.18 56.57 ตามลำดับ จากผลการทดลองนี้พบว่าของเหลือทิ้งทางการเกษตรมา สามารถนำมาใช้ในการสกัดโปรตีนที่มีคุณสมบัติในการฆ่าหนอนตัวกลม ซึ่งอาจนำไปสู่การนำไปใช้ควบคู่ หรือทดแทนยาฆ่าพยาธิต่อไป

คำสำคัญ

anthelmintic substancesสารฆ่าพยาธิ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ความหลากหลาย และบทบาทของเห็บในการนำเชื้อในธรรมชาติ

สนธยา เตียวศิริทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2564

การปนเปื้ออนและป้องกันการเสื่อมเสีย ของกาละแมจากเชื้อรา

กฤช ตรองจิตต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2559

การเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันการส่งผ่านโรคลัมปี สกินจากโคเลี้ยงไปสู่วัวแดงในเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี

สุภาเพ็ญ ศรีพิบูลย์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

ระบบการผลิตข้าวแบบอาหารปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

พยอม โคเบลลี่ กรมการข้าว พ.ศ. 2565

โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตสละ

ยุทธศักดิ์ เจียมไชยศรี กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อควบคุมระดับฮีสตามีนในจิ้งหรีด

ชมดาว สินธุวณิชย์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยโรคหลังการเก็บเกี่ยวและสารพิษที่เกิดจากเชื้อราในผลิตผลเกษตร

อมรา ชินภูติ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2553

สารสกัดสมุนไพรไทยยับยั้งเชื้อราน้ำสำคัญในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

จิราพร โรจน์ทินกร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2556

การถ่ายทอดองค์ความรู้จากการวิจัยเพื่อยกระดับผลผลิตกระบือไทยอย่างยั่งยืน

พยุงศักดิ์ อินต๊ะวิชา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การควบคุมแบคทีเรียก่อโรคพืชโดยน้ำหมักชีวภาพและสารสกัดจากใบเถาวัลย์กรด (Combretum tetralophum Clarke) และฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน

ศศิมา วรหาญ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563