การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปสู่อาหารปลอดภัยเพื่อส่งเสริมการตลาดในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดชุมพร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการชุดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปสู่อาหารปลอดภัยเพื่อส่งเสริมสู่การตลาดในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดชุมพร มีโครงการย่อยทั้งหมด 4 โครงการ โครงการแรก การสกัดสารประกอบฟินอลิกจากสาหร่ายทะเลเพื่อยับยั้งจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแห้ง เมื่อเพาะเลี้ยงเชื้อบน Nutrient agar พบว่าอาหารตากแห้งทั้ง 3 ชนิดคือ ปลาแห้ง หมึกแห้ง และ กุ้งแห้ง จะได้แบคทีเรียในกลุ่ม Halobacterium และ กลุ่ม Streptococcaceae เลี้ยงบนอาหาร TCBSพบเชื้อ Vibrio sp. โดยพบว่าสารสกัดฟินอลิกสามารถยับยั้งเชื้อที่พบในอาหารทะเลตากแห้งได้ในระดับหนึ่งคือมีการยั้งยั้งได้แต่หลังจาก 16 ชั่วโมงพบว่าการยับยั้งลดลง โครงการย่อย ที่ 2-การศึกษาการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นในห้องปฏิบัติการด้วยความเค็ม 30 ส่วนใน1,000 ส่วน ประกอบด้วย ชุดการทดลองที่ 1 น้ำหมักสาหร่าย ชุดการทดลองที่ 2 น้ำฉี่ไส้เดือน และชุดการทดลองที่ 3 น้ำเอ็มร้อยห้าสิบร่วมกับน้ำหมักมังคุด เมื่อเลี้ยงไป 15 วัน จะเติมน้ำหมักฉี่ไส้เดือน น้ำหมักสาหร่าย และเอ็มร้อยห้าสิบร่วมกับน้ำหมักมังคุด ที่ 10 มิลลิลิตร ทุก ๆ 15 วันเป็นเวลา 3 เดือน พบว่าทั้ง 3 ชุดมีการเจริญเติบโตมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเฉลี่ย แสดงให้เห็นว่าน้ำหมักสามารถเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นให้เจริญเติบโตทั้งรามูลัส และทัลลัส พร้อมทั้งการเลี้ยงในภาคสนาม ให้ผลการทดลองที่เหมือนกันแสดงให้เห็นว่าน้ำหมักสามารถเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นให้เจริญเติบโตแบบอินทรีย์ทั้งรามูลัส ทัลลัสได้ โครงการย่อย ที่ 3 การดำเนินการวิจัยในการพัฒนาและออกแบบเครื่องบดโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้พลังงานไฟฟ้า และสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต ได้ทำการออกแบบเครื่องบดให้ง่ายต่อการนำไปใช้งาน โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากชุดโซล่าร์เซลล์ในการผลิตไฟฟ้าผลการผลิตชุดเครื่องบดโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (A.C.) 220 Vขนาด 250 Wโดยมีความเร็วรอบ 2800 รอบต่อนาที และเลือกใช้เครื่องบด ขนาด 2 ลิตร สามารถทำการบดได้ละเอียดและเหมาะสมที่จะมาใช้ในการบดเนื้อปลาพร้อมสามารถลดต้นทุนการผลิตในเรื่องของค่าไฟฟ้า วันละ 2.5 บาทต่อวัน คิดเป็น 75 บาทต่อเดือน การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่อวันในการใช้เครื่องบด พบว่า หากใช้ระบบของการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จะมีค่าใช้จ่ายเพียงค่าบำรุงรักษาเครื่อง ในทางกลับกันถ้าเปลี่ยนมาใช้ระบบไฟฟ้าในครัวเรือนก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า กล่าวคือ จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โครงการย่อยที่ 4 ผลการศึกษาพบว่า การพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์และตราสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าอาหารทะเลแปรรูปและส่งเสริมการตลาดในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดชุมพร ผลการศึกษาการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์และตราสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป พบว่า กลุ่มผู้บริโภคผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปมีความพึงพอใจต่อบรรจุภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป แบบที่ 2 โดยรวมอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.54 และมีความพึงพอใจต่อตราสินค้าอาหารทะเลแปรรูป แบบที่ 3 มากที่สุด โดยรวมอยู่ในระดับความพึงพอใจปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 2.91 มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมการตลาดของร้านจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูปโดยรวมอยู่ในระดับให้ความสำคัญมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.36 มีความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับให้ความสำคัญมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.47 โครงการย่อยที่ 5 การศึกษาเรื่อง มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารทะเลแปรรูป มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาถึงอันตรายจากพลาสติกในการนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารทะเลแปรรูป 2) วิเคราะห์กฎหมายที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์เพื่อกำหนดมาตรการทางกฎหมายสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กับอาหารทะเลแปรรูป งานวิจัยเรื่องนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research Method) ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) เป็นการเก็บข้อมูล ผลการศึกษาอันตรายจากพลาสติกในการนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารทะเลแปรรูป การนำพลาสติกมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อทำหีบห่อในการห่อหุ้มอาหารนอกจากจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ซึ่งอาจถึงแก่ชีวิต เนื่องจากสารเคมีที่ปนเปื้อนมากับพลาสติกชนิดต่าง ๆ นั้นแล้วยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ผลการวิเคราะห์กฎหมายที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์เพื่อกำหนดมาตรการทางกฎหมายสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กับอาหารทะเลแปรรูป หลักเกณฑ์ของกฎหมายที่มีอยู่ไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติใดกำหนดในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ที่จะนำมาใช้กับบรรจุภัณฑ์อาหารทะเลแปรูป เป็นกรณีศึกษาโดยมุ่งเน้นและให้ความสำคัญในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาควรตราเป็นพระราชกฤษฎีโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับอาหารทะเลแปรรูป