การวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตกล้วยหอมทองภาคใต้ของไทย โดยวิธีการมีส่วนร่วม เพื่อลดความสูญเสียของผลผลิตจากระบบการปลูกแบบยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตกล้วยหอมทองภาคใต้ของไทยโดยวิธีการมีส่วนร่วม เพื่อลดความสูญเสียของผลผลิตจากระบบการปลูกแบบยั่งยืน การศึกษาลักษณะความสูญเสียของผลผลิตเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ปลูกกกล้วยหอมทองในเขตพื้นที่จังหวัดพัทลุงและจังหวัดชุมพร 3 กลุ่ม ซึ่งได้แก่ กลุ่มเกษตรกรเพื่อการส่งออก เกษตรกรที่ปลูกเพื่อการค้าภายในประเทศ และเกษตรกรปลูกเพื่อการค้าท้องถิ่น โดยใช้การสำรวจและบันทึกข้อมูลใบตรวจสอบ โดยนำข้อมูลเข้าสู่การประชุมแบบมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำสวนทุ่งคาวัด บริษัทเจเฟรช เซกะ จำกัด บริษัท เอ-เบสท์ จำกัด พ่อค้าคนกลาง และ ตัวแทนข้าราชการ และ ตัวแทนเกษตรกร โดยร่วมกำหนดมาตรฐานคุณภาพและการคัดเกรด พบว่า การสูญเสียผลผลิตระหว่างการเติบโต ของกลุ่มเกษตรกรทุ่งคาวัด 48.03 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่า กลุ่มเกษตรกรบางแก้ว 64.67 เปอร์เซ็นต์ โดยสาเหตุความสูญเสียของกลุ่มเกษตรกรเกษตรกรเพื่อการส่งออก คือ หน่อตายหลังจากปลูก 10.96 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการสูญเสียผลผลิตระหว่างการเก็บเกี่ยวในแปลงเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรทุ่งคาวัด สูญเสีย 39.47 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่า กลุ่มเกษตรกรบางแก้ว 62.02 เปอร์เซ็นต์ โดยการสูญเสียหลัก คือ ผลผลิตไม่มีคุณภาพและผลแก่และอ่อนเกินไป 14.54 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การสูญเสียจากขนส่งและการคัดบรรจุ กลุ่มเกษตรกรทุ่งคาวัด สูญเสีย 38.47 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่า กลุ่มเกษตรกรบางแก้ว 76.90 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุหลักการสูญเสีย คือ รอยช้ำจากการขนส่ง 16.08 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณคงเหลือผ่านโรงคัดบรรจุของกลุ่มเกษตรกรทำสวนทุ่งคาวัด 193.2 กิโลกรัม แต่กลุ่มเกษตรกรบางแก้วคงเหลือผลผลิต 11 กิโลกรัม เป็นมูลค่าของผลผลิตของกล้วยหอมทอง 100 ต้น กลุ่มเกษตรกรทำสวนทุ่งคาวัดมีมูลค่า 4,115.94 บาท มากกว่า กลุ่มเกษตรกรบางแก้วจังหวัดพัทลุงที่มีมูลค่าผลผลิต 1,638.26 บาท ในขณะที่การสูญเสียของของผลผลิตกล้วยหอมทองจากการผลิตเพื่อการค้าภายในประเทศระหว่างการเติบโต สูญเสียมากที่สุดคือ การขาดน้ำสูญเสียผลผลิต การหน่อตายหลังปลูก และภัยพิบัติพายุ (18, 16.4 และ 12.4 เปอร์เซ็นต์) โดยรวมสูญเสียของต้นกล้วยในปลูกสูงถึง 64.2 เปอร์เซ็นต์ สูญเสียระหว่างการเก็บเกี่ยว 43 เปอร์เซ็นต์ สูญเสียระหว่างการขนส่งและการคัดบรรจุ ณ จุดรวบรวมผลผลิตขอพ่อค้าคนกลาง พบว่า ผลผลิตที่มีการอ่อนหรือแก่มากเกินไป ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และ ผลที่มีความผิดปกติสูญเสีย (14.3 10.4 5.56 เปอร์เซ็นต์) และการสูญเสียจากการขนส่งและการคัดบรรจุ ณ บริษัทตัวแทนค้าปลีก สูญเสียจาก ผลผลิตที่มีการอ่อนหรือแก่มากเกินไป รอยช้ำจากการขนส่งและผิวลาย (12.3, 9.8 และ 8.7 เปอร์เซ็นต์) และเหลือเพียง 65.81 กิโลกรัม ที่สามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานของบริษัทค้าปลีกได้ คิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 1,949.42 บาท การสูญเสียของของผลผลิตกล้วยหอมทองจากการผลิตเพื่อการค้าท้องถิ่น ระหว่างการเติบโตจาก หน่อตายหลังปลูก ภัยพิบัติพายุ และขาดแรงงานตัดหญ้า (17.06, 7.84 และ 5.88 เปอร์เซ็นต์) โดยรวมการสูญเสีย 42.82 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การสูญเสียระหว่างการเก็บเกี่ยวในแปลงเกษตรกร โดยพ่อค้าคนกลางมีสูญเสียจาก ที่มากที่สุดได้แก่ คุณภาพต่ำ เปอร์เซ็นต์ รองลงมาก็คือ ผลมีขนาดเล็กและ ผลอ่อนหรือแก่เกิน (41.14, 6.24 และ 5 เปอร์เซ็นต์) โดยรวมการสูญเสียเฉลี่ย 58.16 เปอร์เซ็นต์ เมื่อคำนวณปริมาณการสูญเสียของกล้วยหอมทองในระหว่างปลูก 358 กิโลกรัมต่อผลผลิต 1,000 กิโลกรัม และ สูญเสียในช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยู่ที่ 332.56 กิโลกรัม เป็นมูลค่าของกล้วยหอมทองที่สามารถผลิตได้มีมูลค่าอยู่ที่ 1,949.42 บาท เมื่อทำการตรวจวิเคราะห์และพัฒนามาตรฐานในการผลิตหรือวิธีการเชิงระบบจัดการการสูญเสียแบบมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของผลผลิตของกลุ่มเกษตรกรผลิตเพื่อการส่งออกมีสาเหตุหลัก คือ ผลผลิตไม่ได้มาตรฐานและผลผลิตมีผิว จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาเกษตรกรความรู้ด้านการให้ปุ๋ยและการกำจัดวัชพืช เคร่งครัดการจดบันทึกการกิจกรรมแปลง และปรับปรุงกระบวนการขนส่ง และกลุ่มเกษตรกรผลิตเพื่อการค้าภายในประเทศและผลิตเพื่อการค้าท้องถิ่น มีการสูญเสียของผลผลิตมีสาเหตุหลักคือผลผลิตไม่ได้มาตรฐานเช่นกัน และต้นกล้วยเสียหายเนื่องจากการขาดน้ำ เป็นจึงต้องพัฒนาด้านการให้ปุ๋ยและการกำจัดวัชพืช การเคร่งครัดการจดบันทึกการปลูก จัดหาแหล่งน้ำที่เพียงพอและการปรับปรุงระบบการให้น้ำกับต้นกล้วยหอมเพื่อลดการสูญเสียต้นด้วยข้อมูลดังกล่าวนี้นำไปสู่การพัฒนากิจกรรมเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตต่อไป