กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ทำการสำรวจ รวบรวม และคัดเลือกสายพันธุ์กล้วยหินในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง จำนวน 10 แหล่งปลูก ได้แก่ จังหวัดยะลา จำนวน 8 แหล่งปลูก (ธารโต 1, ธารโต 2, ถ้ำทะลุ 1, ถ้ำทะลุ 2, บันนังสตา 1, บันนังสตา 2, บาเจาะ 1 และบาเจาะ 2) จังหวัดปัตตานี จำนวน 1 แหล่งปลูก (มะกูด) และจังหวัดสงขลา จำนวน 1 แหล่งปลูก (ควนลัง) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของแป้งกล้วยหินจากแหล่งประกอบต่างๆ พบว่า แหล่งปลูก บันนังสตา 1 มีค่าความหนืดของแป้ง (Setback) สูงสุด คือ 231.00 รองลงมา คือ แหล่งปลูกมะกูด ควนลัง ธารโต 1 และบาเจาะ 1 มีค่าความหนืด (Setback) 216.00 157.00 156.50 และ 114.00 ตามลำดับ การศึกษาผลของการไว้หน่อต่อผลผลิตกล้วยหิน ผลการทดลองพบว่า การไว้หน่อ 3 หน่อต่อกอ ทำให้กล้วยหินมีน้ำหนักเครือ น้ำหนักหวี และน้ำหนักผลสูงสุด การศึกษาวัสดุห่อเครือกล้วยหินต่อผลผลิตและคุณภาพผลผลิต ผลการทดลองพบว่า การห่อเครือด้วยถุงพลาสติกสีฟ้า ถุงกระดาษ และกระสอบสีขาวมีน้ำหนักเครือสูงสุดคือ 16.26 16.45 และ 16.86 กิโลกรัม ตามลำดับ โดยมีความแตกต่างทางสถิติกับการไม่ห่อเครือ จำนวนหวีต่อเครือ น้ำหนักหวี และน้ำหนักผลในแต่ละกรรมวิธี ไม่มีความแตกต่างทางสถิติ การห่อเครือด้วยถุงพลาสติกสีฟ้า ถุงกระดาษและกระสอบสีขาว ไม่พบการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืช ขณะที่การไม่ห่อ ผลพบการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืช