การจัดการเพื่อรักษาคุณภาพและความหอมของข้าวหอมมะลิในห่วงโซ่การผลิต (ปีที่ 3)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการ การจัดการเพื่อรักษาคุณภาพและความหอมของข้าวหอมมะลิในห่วงโซ่การผลิต มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตและลดความสูญเสียคุณภาพและความหอมของข้าวหอมมะลิตั้งแต่ระดับไร่นา การจัดการหลังเก็บเกี่ยว การขนส่ง และแปรสภาพเป็นข้าวสาร ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ในปีที่ 3 ประกอบด้วย 2 กิจกรรม กิจกรรมที่ 1 การสาธิตการจัดการธาตุอาหารในการเพิ่มผลผลิตและรักษาความหอมของข้าวหอมมะลิ เป็นการสาธิตกรรมวิธีการจัดการปุ๋ยที่ดีที่สุดจากการดำเนินโครงการในปีที่ 1 และ 2 ที่มีการจัดการแบบเกษตรที่ดีและเหมาะสม เปรียบเทียบกับการจัดการปุ๋ยและการจัดการด้านอื่นๆ ตามวิธีของเกษตรกร แบบ Technology-verification experiment เพื่อศึกษาผลผลิต คุณภาพข้าว ความหอม และผลตอบแทน โดยดำเนินการในพื้นที่แปลงเกษตรกรในจังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ นครราชสีมา อุดรธานี และเชียงราย ผลการศึกษาพบว่า พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและสุรินทร์ ที่ไม่มีปัญหาแล้งและน้ำท่วมขังระหว่าง ฤดูปลูก ผลผลิตและกำไรสุทธิจากกรรมวิธีสาธิตสูงกว่ากรรมวิธีของเกษตรกร ผลผลิตข้าวแปลงสาธิตในพื้นที่เพิ่มขึ้น 18.53 และ 9.34 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับแปลงเกษตรกร ส่วนจังหวัดนครราชสีมา อุดรธานี และเชียงราย ผลผลิตไม่แตกต่างกัน แต่ด้วยต้นทุนของกรรมวิธีสาธิตที่มากกว่าทำให้กำไรสุทธิของกรรมวิธีสาธิตต่ำกว่ากรรมวิธีของเกษตรกร ความหอม (ปริมาณสาร 2AP) ในแปลงสาธิตพื้นที่จังหวัดอุดรธานีเพิ่มขึ้น 15.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับแปลงเกษตรกร ในขณะที่ไม่พบความแตกต่างในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ นครราชสีมา และเชียงราย ในสภาพนาน้ำฝน แปลงเกษตรกรที่จะนำเทคโนโลยีนี้ไปถ่ายทอดควรเป็นแปลงที่มีปัจจัยเรื่องน้ำเอื้อต่อการจัดการปุ๋ย กิจกรรมที่ 2 การศึกษาสาเหตุการสูญเสียคุณภาพและความหอมในระดับโรงสี ดำเนินการศึกษากระบวนการลดความชื้นและกระบวนการแปรสภาพของโรงสีที่มีผลต่อการสูญเสียคุณภาพความหอม โดยคัดเลือกโรงสีจากผลการดำเนินงานปีที่ 2 จำนวน 4 โรงสี คือ โรงสีที่มีการสูญเสียปริมาณสารหอม 2AP ระดับมาก จำนวน 2 โรง และสูญเสียปริมาณสาร 2AP ระดับน้อย จำนวน 2 โรง ผลการศึกษาพบว่า ในกระบวนการลดความชื้นของโรงสี ปัจจัยที่มีผลต่อการสูญเสียปริมาณสาร 2AP ในข้าวหอมมะลิ มาจากอุณหภูมิที่ใช้ในกระบวนการลดความชื้นข้าวเปลือก วิธีการลดความชื้น และการเก็บรักษา ซึ่งปัจจัยที่เหมาะสมคือ การลดความชื้นที่มีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม (เฉลี่ยไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส) ลดความชื้นข้าวเปลือกแบบต่อเนื่อง (Continue batch drying) รวมไปถึงไม่มีการพักข้าวที่ความชื้น 18 เปอร์เซ็นต์ และระบบการเก็บรักษาข้าวแห้งที่ความชื้น 14 เปอร์เซ็นต์ในไซโลที่มีการควบคุมอุณหภูมิข้าวเปลือกไม่ให้เกิน 19-20 องศาเซลเซียส ในกระบวนการแปรสภาพของโรงสี ปัจจัยที่มีผลมาจากกระบวนการกะเทาะข้าวเปลือกและการขัดขาว โดยในกระบวนการขัดขาวคือ อุณหภูมิภายในห้องขัดขาว ควรมีอุณหภูมิในห้องขัดขาวเฉลี่ยไม่เกิน 35 องศาเซลเซียส เพื่อคงคุณภาพความหอม ส่วนระบบทำความสะอาด การแยกหิน กระบวนการแยกแกลบ การขัดมัน การคัดขนาด และการยิงสีไม่มีผลต่อการสูญเสียปริมาณสาร 2 AP ข้อมูลที่ได้นำไปจัดทำเป็นคำแนะนำในการปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมในการใช้เครื่องลดความชื้นข้าวเปลือกและการแปรสภาพในโรงสีต่อไป