กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ การศึกษานี้ประเมินลักษณะทางลำต้น และหัวของแก่นตะวัน เพื่อคัดเลือกพันธุ์แก่นตะวันที่มี น้ำหนักต้น น้ำหนักหัว และสารอัลลิโลเคมิคอลสูง ณ แปลงพืชไร่ คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ วางแผนการทดลองแบบสุ่มบล็อกสมบูรณ์ (Randomized Complete Block Design, RCBD) จำนวน 4 ซ้ำ ทดสอบแก่นตะวัน 21 สายพันธุ์ ในฤดูแล้ง (ธันวาคม 2564 - เมษายน 2565) และฤดูฝน (พฤษภาคม - สิงหาคม 2565) จำนวน 2 อายุเก็บเกี่ยว คือ 100 และ 110 วันหลังปลูก ในฤดูแล้ง เก็บข้อมูลอายุเก็บเกี่ยว ความสูง น้ำหนักสดต้น น้ำหนักสดหัว น้ำหนักแห้งต้น น้ำหนักแห้งหัว จำนวนหัวต่อต้น ความกว้างหัว ความยาวหัว มวลชีวภาพ ดัชนีเก็บเกี่ยว ค่าบริกซ์ ปริมาณอินูลินในต้น ปริมาณอินูลินในต้นและหัว และปริมาณสาร อัลลีโลเคมิคอล (ปริมาณฟีนอลิกทั้งหมด และปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมด) และในฤดูฝน เก็บข้อมูล อายุเก็บเกี่ยว ความสูง น้ำหนักสดต้น น้ำหนักแห้งต้น ปริมาณอินูลินในต้น และปริมาณสารอัลลีโลเคมิคอล พบว่าในฤดูแล้ง แก่นตะวันที่อายุเก็บเกี่ยว 100 วันหลังปลูก มีทุกลักษณะแตกต่างกันทางสถิติ (p ? 0.01) ยกเว้นความกว้าง ความยาวหัว และปริมาณอินูลินในหัว แต่แก่นตะวันที่อายุเก็บเกี่ยว 110 วันหลังปลูก มีทุกลักษณะแตกต่างกันทางสถิติ (p ? 0.05) โดยทั้ง 2 อายุเก็บเกี่ยว แก่นตะวันที่มีน้ำหนักต้นสด และ น้ำหนักหัวสดสูง ได้แก่สายพันธุ์ HEL 248 HEL 231 HEL 65 และ JA 76 และแก่นตะวันที่มีปริมาณ สารอัลลีโลเคมิคอลสูง ได้แก่สายพันธุ์ JA 67 HEL 308 JA 76 และ HEL 231 และในฤดูฝน แก่นตะวันที่ อายุเก็บเกี่ยว 100 วันหลังปลูก มีทุกลักษณะแตกต่างกันทางสถิติ (p ? 0.05) แต่แก่นตะวันที่อายุเก็บเกี่ยว 110 วันหลังปลูกส่งผลให้ทุกลักษณะมีความแตกต่างกันทางสถิติ (p ? 0.05) ยกเว้นปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมด โดยทั้ง 2 อายุเก็บเกี่ยว แก่นตะวันที่มีน้ำหนักต้นสดสูง ได้แก่สายพันธุ์ JA 89 HEL 308 และ HEL 248 และแก่นตะวันมีปริมาณสารอัลลีโลเคมิคอลสูง ได้แก่สายพันธุ์ HEL 280 HEL 69 และ HEL 246 ดังนั้นแก่นตะวันสายพันธุ์ HEL 231 JA 67 HEL 308 และ HEL 248 มีแนวโน้วในการนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการสกัดสาร อัลลีโลเคมิคอล เพื่อผลิตสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพสูงร่วมกับสารลดแรงตึงผิวทางชีวภาพในการควบคุมวัชพืชต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
1. การทดสอบในสภาพไร่ เพื่อคัดเลือกพันธุ์แก่นตะวันที่มีสารอัลลีโลเคมิคอลสูง สารออกฤทธิ์สูง และมีลักษณะทางการเกษตรที่ดี เพื่อใช้ต่อยอดในการปรับปรุงพันธุ์แก่นตะวันให้มีสารอัลลีโลเคมิคอลสูง และสารออกฤทธิ์สูง หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากต้นแก่นตะวัน 2. จากการศึกษานี้จะได้ข้อมูลในการสกัดสารอัลลีโลเคมิคอลที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชทดสอบ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ 1) นักวิจัยสามารถคัดเลือกพันธุ์แก่นตะวันและตัวทำละลายที่เหมาะสมในการสกัดสารอัลลีโลเคมิคอล ตลอดจนตรวจสอบการเลือกทำลายของสารที่มีฤทธิ์ทางอัลลีพาทีในการยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชในวัชพืชกลุ่มใบกว้างและใบแคบ และความเป็นพิษต่อพืชปลูก 2) นักวิจัยสามารถระบุสารสำคัญที่มีฤทธิ์ทางอัลลีโลเคมิคอลเพื่อใช้ประโยชน์ในการคัดเลือกพันธุ์และสกัดสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ 3) ข้อมูลด้านการออกฤทธิ์ของสารกำจัดวัชพืชชีวภาพและสารลดแรงตึงผิวชีวภาพในสภาพโรงเรือน เพื่อที่จะสามารถขยายผลในการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของสารสำหรับใช้ในสภาพแปลงต่อไป 3. เมื่อดำเนินงานวิจัยนี้เสร็จสิ้นจะได้สูตรอาหาร สภาวะการผลิต และกระบวนการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพจากแบคทีเรี
1. การศึกษางานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าแก่นตะวันมีคุณสมบัติทางอัลลีโลพาที 2. คณะเกษตรศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร มีความพร้อมทางเทคโนโลยี ในด้าน 1) มีข้อมูลการพัฒนาการตรวจสอบฤทธิ์ทางอัลลีโลพาทีในพืชในระดับห้องปฏิบัติการ 2) มีอุปกรณ์เครื่องมือในการสกัดและวิเคราะห์ชนิดสารอัลลีโลเคมิคอลในแก่นตะวัน ได้แก่ ตู้ควบคุมการเจริญเติบโตของพืช เครื่องระเหยแห้ง โครมาโตกราฟีแบบเยื่อบาง (TLC) 3) มีห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ผล 4) มีพื้นที่โรงเรือนทดลองเพื่อศึกษาการออกฤทธิ์ของสารสกัด และ 5) มีบุคลากรและที่ปรึกษาโครงการที่มีความเชี่ยวชาญ 3. จากงานวิจัยก่อนหน้าได้ทดลองใช้วัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรมาเป็นสารตั้งต้นสำหรับผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพโดยแบคทีเรียชอบด่าง นั่นคือ Brevibacterium casei NK8 โดยพบว่าสามารถใช้วัสดุได้หลากหลายโดยยังคงประสิทธิภาพการผลิตได้สม่ำเสมอ จึงมีแนวโน้มที่จะนำเศษเหลือทิ้งจากการปลูกแก่นตะวันมาใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ อย่างไรก็ตามเมื่อทดสอบคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการลดแรงตึงผิวเบื้องต้นพบว่ามีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับสารลดแรงตึงผิวเคมีบางชนิด ดังนั้นเพื่อให้ส
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
1. การศึกษาวิจัยและทดสอบแนวทางแก้ไขปัญหา โดยใช้ชีวมวลเหลือทิ้งจากแก่นตะวันเป็นสารกำจัดวัชพืชและสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ จนสามารถพัฒนาสูตรสารชีวภาพกำจัดวัชพืชต้นแบบได้เพื่อใช้ในการพัฒนาต่อยอดไปจนได้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้และขายได้จริง 2.เมื่อสามารถพัฒนาการนำเศษเหลือทิ้งจากการปลูกแก่นตะวันไปใช้เป็นสารตั้งต้นสำหรับผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพจากแบคทีเรียได้แล้ว เกษตรกรสามารถต่อยอดกระบวนการหมักให้สามารถทำได้เองอย่างง่ายแล้วนำไปใช้เป็นสารเสริมประสิทธิภาพ (สารจับใบ) ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการปลูกแก่นตะวัน หรือจำหน่ายต่อเกษตรกรรายอื่นซึ่งเป็นรายได้ทางอ้อมได้อีกด้วย นอกจากนี้การที่สามารถพัฒนากระบวนการสกัดแยก ทำบริสุทธิ์ และทำสารลดแรงตึงผิวชีวภาพให้เข้มข้นขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานนั้น เป็นแนวทางที่มีประโยชน์ต่อบริษัทเอกชนที่สนใจพัฒนาเป็นตัวอย่างสินค้าเชิงนวัตกรรมทางชีวภาพสำหรับการเกษตร และส่งเสริม SMEs Start-ups & Social Enterprises ต่อไปได้อีกด้วย
1. สามารถวิเคราะห์ปัญหาเรื่องการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ซึ่งเกิดจากประสิทธิภาพของสารชีวภาพกำจัดวัชพืชที่ยังมีไม่เพียงพอ และต้นทุนการนำเข้าสารชีวภาพกำจัดวัชพืช และมีการกำหนดแนวทางแก้ไขโดยการใช้ชีวมวลเหลือทิ้งจากแก่นตะวันเป็นสารกำจัดวัชพืชและสารลดแรงตึงผิวชีวภาพสำหรับส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ 2. ปัจจุบันได้มีการปลูกแก่นตะวันอย่างแพร่หลายโดยระหว่างการปลูกจะนำส่วนหัวใต้ดินไปใช้เพียงอย่างเดียวจึงมีส่วนเหลือทิ้งเหนือพื้นดินถูกกำจัดต่อไป โดยอาจไถกลบ เผากำจัด หรือนำไปประยุกต์ใช้เป็นปุ๋ยซึ่งไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มมากนัก ดังนั้นการเกษตรกรจึงมีความต้องการเพิ่มรายได้ทางอ้อมจากการนำเศษเหลือทิ้งจากการปลูกแก่นตะวันที่อยู่เหนือดินเหล่านี้ไปเพิ่มมูลค่า