การวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าลูกเดือยสู่การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของกลุ่มเกษตรกรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครื่องมือและกระบวนการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ลูกเดือย จากการสำรวจข้อมูลสภาวะการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกลูกเดือย ในพื้นที่อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ก่อนการดำเนินโครงการวิจัย พบว่าเกษตรกรผู้ปลูกลูกเดือยมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)เท่ากับ 35.03 สำหรับการพัฒนาเครื่องคัดขนาดลูกเดือย ได้ถูกออกแบบให้มีถังคัดแยกวางในแนวตั้ง เนื่องจากต้องการให้มีความประหยัดพื้นที่สำหรับจัดวางเครื่อง และพื้นที่ในการทำงาน หลักในการทำงานเครื่องจะใช้วิธีการหมุนของมอเตอร์ทดความเร็วรอบให้มีความเร็วลดลง หมุนตะแกรงคัดแยกคัดแยก การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากลูกเดือย ได้แก่ เครื่องดื่มลูกเดือย อาหารว่างจากลูกเดือย และอาหารว่างจากการลูกเดือย พบว่า สูตรมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ลูกเดือยกล้องพองกรอบผสมธัญพืช ประกอบด้วย เดือยพอง ร้อยละ 60.61 ถั่วและผลไม้อบแห้ง ร้อยละ 15.15 และน้ำเชื่อมร้อยละ 24.24 ด้านคุณค่าทางโภชนาการ พบว่า ผลิตภัณฑ์ลูกเดือยกล้องพองกรอบผสมธัญพืช 1 หน่วยบริโภคให้พลังงาน 110 กิโลแคลอรี โดยมีโปรตีน 3 กรัม ไขมัน 1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 23 กรัม โดยจะเห็นได้ว่าพลังงานต่อ 1 หน่วยบริโภค เหมาะสมที่จะนำมารับประทานเป็นอาหารมื้อว่าง นอกจากนี้ ผลการผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มลูกเดือยในรูปแบบของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ พบว่า ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 สูตร ได้แก่ เครื่องดื่มลูกเดือยสูตรมาตรฐาน (น้ำตาลร้อยละ 5) เครื่องดื่มลูกเดือยที่ทดแทนน้ำตาลด้วยวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล (สารสกัดหญ้าหวานและอินูลิน ร้อยละ 5) และสูตรที่มีการใช้สารให้ความคงตัว Carboxymethyl Cellulose ร้อยละ 1 มีคะแนนการยอมรับทางประสาทสัมผัสสูงที่สุด ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มลูกเดือยกล้อง 1 หน่วยบริโภค ให้พลังงานรวม 80 กิโลแคลอรี โดยมีโปรตีน 3 กรัม ไขมัน 1.5 กรัม และคาร์โบไฮเดรต 14 กรัม มีต้นทุน 10 บาทต่อหน่วยบริโภค นอกจากนี้ ในการใช้ประโยชน์จากกากลูกเดือยที่เป็นส่วนเหลือจากการผลิตน้ำลูกเดือยมาเพิ่มมูลค่าในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ขนมทรายทองพบว่า ปริมาณกากลูกเดือยที่เหมาะสม คือ 50 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ผู้ทดสอบทางประสาทสัมผัสสูงที่สุด โดยผลิตภัณฑ์ขนมทรายทอง 1 หน่วยบริโภค ให้พลังงานรวม 100 กิโลแคลอรี โดยมีโปรตีน 1 กรัม ไขมัน 4 กรัม และคาร์โบไฮเดรต 14 กรัม มีต้นทุนของผลิตภัณฑ์ เท่ากับ 3.33 บาทต่อชิ้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของชุมชน จึงมีการพัฒนานวัตกร โดยจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร นวัตกรรมเพื่อยกระดับด้วยการเพิ่มมูลค่าลูกเดือย และคัดเลือกนวัตกรชุมชนที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด จำนวน 6 คน รวมถึงสร้าง Learning and innovation platform ในรูปแบบของคู่มือนวัตกรรมเพื่อยกระดับด้วยการเพิ่มมูลค่าลูกเดือย และใช้พื้นที่การเรียนรู้ของสหกรณ์อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นแหล่งการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการถ่ายทอดนวัตกรรมระหว่างนักวิจัย นวัตกรชุมชน และเกษตรกร นอกจากนี้มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เท่ากับ 46.85 ภายหลังการดำเนินโครงการ