คุณสมบัติของคัพภะ รำ และแป้งลูกเดือยเพื่ออาหารสุขภาพ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาโครงสร้างของเมล็ดลูกเดือยด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอและแบบส่องกราด พบว่ามีรูปร่างลกั ษณะค่อนขา้งกลมและรีส่วนของคพั ภะถูกลอ้ มรอบด้วยส่วนเอนโดสเปิ ร์มและมีขนาดประมาณ 1 ใน 3ของเมล็ดแป้งลูกเดือยเต็มเมล็ดมีปริมาณโปรตีน 13.54% ไขมัน 4.86% และมีช่วงอุณหภูมิการเกิดเจลาทิไนเซชันอยู่ในช่วง 66 –81.1 องศาเซลเซียส แป้งลูกเดือยที่แยกคัพภะลูกเดือยถูกแยกออกเพื่อศึกษาโครงสร้างและคุณสมบัติเชิงหนา้ที่ของแป้งลูกเดือยที่แยกคพั ภะออก พบวา่ มีปริมาณโปรตีน 13.18% ไขมัน 0.91% และ มีช่วงอุณหภูมิการเกิดเจลาทิไนเซชนัแคบลง (66.4 ถึง 79.8 องศาเซลเซียส)การแยกคัพภะลูกเดือยด้วยมือเป็ นวิธี การที่ สามารถแยกคัพภะได้ดี และมีประสิทธิภาพ แต่เป็นวิธีการที่ใช้เวลานานเมื่อต้องคดัแยกในปริมาณมาก การพัฒนาการแยกคพั ภะโดยการแช่น้า อุ่นตามด้วยการลดขนาดด้วยเครื่องกะเทาะเปลือกหรือเครื่องขัดขาวและคดัขนาดเป็นวิธีที่ควบคุมง่ายและรวดเร็ว แต่มีประสิทธิภาพในการแยกคพั ภะต่า กว่า วิธีการแยกด้วยมือ ปริมาณไขมนั ในแต่ละขนาดอนุภาคมีปริมาณ 3-8% แสดงให้เห็นถึงมีคพั ภะปนอยใู่ นปริมาณมากองค์ประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของคัพภะลูกเดือย พบวา่ มีปริมาณโปรตีน 24.34 % ไขมัน 40.19% เถ้า 11.88% และใยอาหาร 37.17% คุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระของคัพภะลูกเดือย ไดแ้ก่ สารประกอบฟีนอลิกท้งัหมด, สารประกอบฟลาโวนอยด์ท้ังหมด, DPPH (IC50), Ferric reducing antioxidant power และ Metal chelating activity มีปริ มาณ 2.75 mgGAE/g, 12.46 mgCE/g, 120.00 mg/ml, 6.0 ?mol FeSO4/g และ 3.74 mgEDTA/g ตามลำดับรำลูกเดือย ประกอบด้วยโปรตีน 16.9%, ไขมัน 21.5%, เถ้า 6.8% และใยอาหาร 20.2% คุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระของร าลูกเดือย มีสารประกอบฟีนอลิกท้ังหมด 11.94 mgGAE/g, สารประกอบฟลาโวนอยด์ท้ังหมด 15.79 mgCE/g, Ferric reducing antioxidant power 29.0?mol FeSO4/gและ Metal chelating activityและ 56.14 mgEDTA/g รำลูกเดือยนา มาสกดัด้วยน้ าและสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์สามารถแยกเป็ นส่วนที่สามารถสกดัดว้ยน้า และไม่สามารถสกดัดว้ยน้า ท้งัสองส่วนประกอบด้วยโปรตีน เถ้าและกรดยูโรนิก อตัราส่วนอะราบิโนสต่อไซโลสในร าลูกเดือยอยู่ระหว่าง 0.93-1.17 ร าลูกเดือยส่วนที่สามารถสกดัดว้ยน้า ประกอบด้วยอะราบิโนไซแลนและอะราบิโนกาแลกแตน ส่วนที่ไม่สามารถสกดัดว้ยน้า ประกอบดว้ยอะราบิโนไซแลนน้า หนกัโมเลกุลเฉลี่ย 488,000 ดาลตัน จากการศึกษาอายุการเก็บร าลูกเดือยโดยการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงค่าความเป็นกรด(AV), ค่าเปอร์ออกไซด์(PV), ค่า TBA และการประเมินทางประสาทสัมผสั พบว่าค่าAV,ค่าPVและค่า TBA เพิ่มข้ึนเมื่อระยะเวลาการเก็บรักษาเพิ่มข้ึน เมื่อเก็บรักษาร าลูกเดือยไว้ เป็ นระยะเวลา 133 วนั พบว่าร าลูกเดือยมีกลิ่นเหม็นหืนในระดับที่ไม่เป็นที่ยอมรับของผู้ทดสอบ