กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
แม้สหกรณ์โคขุนดอกคำใต้จังหวัดพะเยาจะเริ่มดำเนินการผลิตเนื้อโคคุณภาพตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 เป็นต้นมาจวบจนปัจจุบัน นับระยะเวลาโดยรวมประมาณ 6 ปีแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามสินค้าและผลิตภัณฑ์ของโคเนื้อคุณภาพจังหวัดพะเยากลับยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างสำหรับผู้บริโภคภายในพื้นที่ ดังนั้นโครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของสถานประกอบการผลิตเนื้อโคคุณภาพปลายน้ำจังหวัดพะเยาจำนวน 2 แห่ง คือ สหกรณ์โคขุนดอกคำใต้และวิสาหกิจชุมชนพะเยาบีฟ โดยหนุนเสริมให้สินค้าและผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักในวงกว้างรวมทั้งหนุนเสริมกระบวนการทำงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น เริ่มด้วยการสกัดหาปัญหาที่ต้องการแก้ไขเร่งด่วนของสถานประกอบการ (Pain Point) จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์และสังเคราะห์ปัญหาเหล่านั้นเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขต่างๆ ด้วยการเติมเต็มช่องว่าง (Gap fulfillment) และหนุนเสริม (Capacity Building) ศักยภาพและขีดความสามารถของสถานประกอบการด้วยการพัฒนาทักษะเดิม (Up Skill) และเพิ่มทักษะใหม่ (New Skill) ผ่านกิจกรรมในการดำเนินโครงการทั้งหมด 6 กิจกรรม ได้แก่ การสำรวจความต้องการของตลาดภายในพื้นที่ การพัฒนาแผนที่นำทางเทคโนโลยี การออกแบบและพัฒนาแบรนด์อัตลักษณ์สินค้าและผลิตภัณฑ์โคเนื้อคุณภาพจังหวัดพะเยา การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ตัดสต๊อก การขายหน้าร้านและบัญชี ระบบพรีออเดอร์ และการออกรายงานต่างๆ รวมถึงการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโคเนื้อคุณภาพเมืองพะเยาและการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับสถานประกอบการทั้ง 2 แห่ง โดยมีผลของการดำเนินโครงการ คือ ข้อมูลความต้องการของตลาดเพื่อใช้ในการวางแผนเพิ่มจุดจำหน่ายและกระจายสินค้า ได้แผนที่นำทางเทคโนโลยีสำหรับสถานประกอบการทั้ง 2 แห่ง ได้แบรนด์อัตลักษณ์สำหรับผลิตภัณฑ์จากเนื้อโคคุณภาพเมืองพะเยา 1 แบรนด์อัตลักษณ์ แบรนด์อัตลักษณ์พร้อมยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับสหกรณ์โคขุนดอกคำใต้ 1 แบรนด์อัตลักษณ์ บรรจุภัณฑ์ต้นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์โคเนื้อจำนวน 8 ผลิตภัณฑ์ แอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ตัดสต๊อก การขายหน้าร้านและบัญชี ระบบพรีออเดอร์ และการออกรายงานต่างๆ 1 แอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมีผลการประเมินผลตอบแทนด้านการลงทุน (ROI) และผลตอบแทนทางสังคมสำหรับสถานประกอบการทั้ง 2 แห่ง คือ 21.95122355,-4.464403555 และ 7,142,853.48 บาท , 3,079,067.05 บาท ตามลำดับ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. Operational use of deliverable
ได้แบรนด์อัตลักษณ์กลาง บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับเนื้อโคและผลิตภัณฑ์จากเนื้อโค และระบบการบริหารจัดการสินค้าสำหรับกลุ่มพะเยาบีฟและสหกรณ์โคขุนดอกคำใต้
สร้างแนวคิดในการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างด้าน วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ การสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม และบริหารจัดการสินค้า เพื่อรองรับการเพิ่มช่องทางด้านการตลาดโดยการยกระดับการผลิต แปรรูป และตลาดโคเนื้อจังหวัดพะเยา เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชนและกระจายรายได้สู่เกษตรกรผู้ผลิตด้วยการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากสู่มูลค่าเชิงพาณิชย์
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. actual project solution (s) proven in relevant environment
ทำให้ทราบข้อมูลห่วงโซ่อุปสงค์และอุปทาน (Demand and Supply Chain) ของกลุ่มลูกค้าผู้บริโภคเนื้อโคในจังหวัดพะเยา เพื่อนำไปพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ (New Value Chain) ด้วยแผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Roadmap) สำหรับตลาดโคเนื้อจังหวัดพะเยา โดยมีแอปพลิเคชันบริหารจัดการสินค้าสำหรับกลุ่มพะเยาบีฟและสหกรณ์โคขุนดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา รวมถึงการสร้างแบรนด์อัตลักษณ์กลาง การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดพะเยาสู่การเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
จากการลงพื้นที่สำรวจ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่จังหวัดพะเยา มักประสบปัญหาในหลายด้าน เช่น ประสิทธิภาพของแม่พันธุ์ แม่โคมีวงรอบการให้ลูกนานมากกว่า 1 ปี ลูกโคมีลักษณะลำตัวเล็ก อัตราการเจริญเติบโตช้า เป็นผลมาจากการขาดการวางแผนการผสมพันธุ์ ส่งผลให้จำนวนลูกไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ขาดความรู้เกี่ยวกับการขุนโค การขุนใช้ต้นทุนสูง ระยะเวลาในการขุนนาน ส่งผลให้คุณภาพซากและเกรดซากไม่ดีเท่าที่ควรและสุดท้ายขาดการแปรรูปเนื้อโคเพื่อเพิ่มมูลค่า ช่องทางการจำหน่ายมีน้อย และขาดการสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ การประชาสัมพันธ์ จากปัญหาดังกล่าวคณะผู้จัดทำจึงมีแนวคิดที่จะยกระดับการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ด้วยการสร้างแบรนด์อัตลักษณ์กลาง พัฒนาบรรจุภัณฑ์ สร้างระบบบริหารจัดการสินค้าสำหรับกลุ่มพะเยาบีฟและสหกรณ์โคขุนดอกคำใต้ เพื่อสนับสนุนการเพิ่มช่องทางทางการตลาดสำหรับเนื้อโคคุณภาพจังหวัดพะเยา อีกทั้งเป็นการสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชน จากเศรษฐกิจฐานรากสู่มูลค่าเชิงพาณิชย์