การศึกษาผลของสมุนไพรบัวบก(ECa233)ร่วมกับยาดีเฟอริโพรนต่อการสะสมของเหล็กและการทำงานของสมองในหนูธาลัสซีเมียสูงอายุโดยใช้เครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภาวะเหล็กเกินในสมองส่งผลต่อการเกิดความผิดปกติที่สมองอย่างช้าๆจนเรื้อรัง มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดโรคทางระบบประสาทตามมาได้ ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียมีอายุยืนยาวขึ้นจากการได้รับยาขับเหล็ก และมีเทคนิคการตรวจติดตามวัดระดับเหล็กในร่างกายที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด ได้แก่การใช้เครื่องตรวจด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) แต่อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ป่วยได้รับยาขับเหล็กไปนานๆ ก็อาจเกิดผลข้างเคียงตามมาได้ อีกครั้งเมื่ออายุมากขึ้นก็อาจทำให้เกิดโรคทางระบบประสาทตามมาได้ การศึกษาวิจัยนี้เป็นการศึกษาผลของสารสกัดมาตรฐานบัวบก ECa233 และศึกษาผลของยาขับเหล็กดิเฟอริโพนต่อการสะสมของเหล็กและการทำงานของสมองในหนูธาลัสซีเมียสูงอายุโดยใช้เครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยหนูธาลัสซีเมียที่มีภาวะเหล็กเกิน จะได้รับ ECa233 โดยการฉีด i.p. ขนาด 20 mg/kg น้ำหนักตัว เป็นเวลา 10 วัน แล้วทดสอบการทำงานของสมอง การเรียนรู้และความจำ วัดระดับเหล็กในสมองด้วยเครื่องตรวจด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า และใช้โปรแกรม cardiovascular magnetic resonance (CMR) ช่วยในการคำนวณค่า T2* ซึ่งเป็นค่าที่บอกถึงระดับเหล็ก รวมทั้งวัดตัวชี้วัดของภาวะออกซิเดทีฟ ได้แก่ระดับของไลปิดเปอร์ออกซิเดชัน และวัดระดับของแอนตีออกซิแดนซ์เอนไซม์ ได้แก่ กลูต้าไทโอน กลูต้าไทโอนเปอร์ออกซิเดส คะตะเลส และดูพยาธิสภาพของสมองด้วย ผลการศึกษาพบว่าหนูที่ได้รับ สารสกัดมาตรฐานบัวบก ECa233 มีระดับเหล็กในสมองลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระดับไลปิดเปอร์ออกซิเดชันลดลง ระดับของแอนตีออกซิแดนซ์เอนไซม์ ได้แก่ กลูต้าไทโอน กลูต้าไทโอนเปอร์ออกซิเดส คะตะเลส มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงมีแนวโน้มช่วยฟื้นฟูการทำงานของสมอง ช่วยให้มีการเรียนรู้และความจำดีขึ้น พยาธิสภาพของสมองเสียหายน้อยลง ผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าการที่ ECa233 ลดระดับเหล็กในสมองได้นั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากกลไกการลดออกซิเดทีฟสเตรสภายในเซลล์ แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องศึกษากลไกให้แน่ชัด ผลของ ECa233 ในการวิจัยครั้งนี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย และผู้สูงอายุที่มีแนวโน้วเกิดโรคทางระบบประสาท ข้อมูลที่ได้นำไปสู่การช่วยวินิจฉัยระดับเหล็กในสมอง ติดตาม พยากรณ์การเกิดโรคทางสมองเป็นประโยชน์ต่อการรักษา และช่วยลดภาวะโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้