ความเป็นพิษเรื้อรังของสารสกัดมาตรฐานบัวบกอีซีเอ 233
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาความเป็นพิษเรื้อรังของสารสกัดมาตรฐานบัวบก ECa233 ในหนูแรทสายพันธุ์วิสตาร์ จำนวน 14 ตัวต่อกลุ่มต่อเพศ ประกอบด้วยกลุ่มสัตว์ทดลองได้รับสารเป็นเวลาติดต่อกัน 180 วัน โดยป้อนทางปากในขนาด 10, 100 และ 1,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แล้วทำการตรวจวัดผลทางพิษวิทยา และกลุ่ม recovery ที่สัตว์ทดลองได้รับสารขนาด 1,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน เป็นเวลาติดต่อกัน 180 วันแล้วหยุดให้สาร 4 สัปดาห์ก่อนการวัดผลทางพิษวิทยา เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับน้ำกลั่นซึ่งเป็นน้ำกระสายยา ผลการศึกษาในหนูแรททั้งสองเพศที่ได้รับสารสกัดมาตรฐานบัวบก ECa233 ทั้ง 3 ขนาด พบว่าไม่ทำให้เกิดอาการป่วยพิษสะสม ไม่ส่งผลต่อความผิดปกติทางโลหิตวิทยา หรือค่าพารามิเตอร์ทางชีวเคมีในซีรัมและปัสสาวะ ไม่มีผลต่อค่าน้ำหนักอวัยวะสัมพัทธ์และไม่พบความผิดปกติทางมหกายภาพของอวัยวะภายในจากการผ่าซาก น้ำหนักตัวและการเจริญเติบโตเป็นไปตามปกติตลอดการศึกษา ส่วนการตรวจสอบทางจุลพยาธิวิทยา พบลักษณะปอดอักเสบ การเสื่อมและการอักเสบของเซลล์ตับ การอักเสบและการสะสมตะกอนในท่อไต แต่ไม่พบว่าอุบัติการณ์ดังกล่าวมีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่ได้รับสารสกัดและกลุ่มควบคุม อีกทั้งไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของค่าซีรัมชีวเคมี ALT, Creatinine และ BUN ที่จำเพาะกับตับและไตตามลำดับ แสดงว่าการได้รับสารสกัดมาตรฐานบัวบก ECa233 ทั้ง 3 ขนาดนั้นไม่ทำให้เกิดความผิดปกติของปอด ตับและไตในหนูแรททั้งสองเพศ พบการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญทางสถิติของค่าซีรัมอิเล็กโทรไลต์ของแคลเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมในหนูแรททั้งสองเพศที่ได้รับสารสกัดมาตรฐานบัวบก ECa233 ที่ขนาด 100 และ 1,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แต่ค่าที่เปลี่ยนแปลงไปยังอยู่ในช่วงใกล้เคียงกับค่าปกติ ดังนั้น แม้พบว่าการได้รับสารสกัดมาตรฐานบัวบก ECa233 ในระยะนานถึง 180 วัน ไม่ทำให้เกิดความผิดปกติหรือเกิดพยาธิสภาพที่ตรวจพบได้ แต่ในกรณีที่มีการใช้สารสกัดอย่างต่อเนื่อง อาจพิจารณาตรวจติดตามวัดค่าซีรัมอิเล็กโทรไลต์ของผู้ที่มีความผิดปกติทางด้านการควบคุมสมดุลของอิเล็คโทรไลต์ในร่างกาย