Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การศึกษาประสิทธิภาพและแนวทางการประเมินความเสี่ยงของการได้รับสัมผัสสารลดแรงตึงผิวในการทำความสะอาดผัก

กฤษกมล ณ จอม สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการล้างและปริมาณการตกค้างของสารลดแรงตึงผิวจำนวน 3 กลุ่มสารบนผัก 2 ชนิด ภายหลังการนำมาใช้ล้างผักตามวิธีการล้างผักของผู้บริโภค เพื่อประเมินการได้รับสัมผัสสารลดแรงตึงผิวจากการใช้งานในลักษณะดังกล่าว เมื่อทำการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ พบข้อมูลปริมาณสารตํ่าสุดที่ไม่เกิดอันตรายในสัตว์ทดลอง ของสารลดแรงตึงผิวชนิดอัลคิลโพลีไกลโคไซด์ คือ 1,000 mg/Kg BW/day, ชนิดโซเดียมลอริลซัลเฟต คือ 100 mg/Kg BW/day, และชนิดโคคามิโดโพรพิลเบตาอีน คือ 30 mg/Kg BW/day แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย (อย.) มีการกำหนดปริมาณสูงสุดที่อนุญาตเมื่อเตรียมในสภาพพร้อมใช้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อสำหรับอาหารของสารลดแรงตึงผิวชนิดอัลคิลโพลีไกลโคไซด์คือ 5,000 mg/L แต่ยังไม่มีข้อกำหนดด้านปริมาณการตกค้าง รวมถึงปริมาณการใช้สารอีก 2 ชนิดที่ศึกษาในงานวิจัยนี้ นักวิจัยจึงทำการศึกษาผลจากการใช้สารลดแรงตึงผิวทั้ง 3 ชนิดที่ความเข้มข้น 0.5 และ 1% ในพริกแดงจินดา และผักคะน้า พบว่า (1) ปริมาณการตกค้างของอัลคิลโพลีไกลโคไซด์ในนํ้าที่คงเหลือบนผิวพริกแดงจินดาและคะน้า คือ 467.01 - 674.20 และ 626.51 - 1371.16 mg/kg ตามลำดับ สำหรับโซเดียมลอริลซัลเฟตและโคคามิโดโพรพิลเบตาอีนมีการตกค้างน้อยกว่าค่าตํ่าสุดที่สามารถวัดได้ (LOD) คือ 500 และ 200 mg/kg ตามลำดับ (2) สารทั้งสามชนิดไม่สามารถลดปริมาณสารกำจัดศัตรูพืชทุกชนิดในผักที่ศึกษาได้ อย่างไรก็ตามสามารถลดปริมาณสารกำจัดศัตรูพืชในพริกแดงจินดาได้ดีกว่าในคะน้า และสามารถชะจุลินทรีย์ออกจากผิวผักได้ดีเทียบเท่ากับนํ้าเปล่า (3) เมื่อประเมินความเสี่ยงทั้งหมดจากการได้รับสัมผัสสารลดแรงตึงผิวที่ใช้ล้างพริกแดงจินดาและคะน้าพบว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคประชากรไทย จากผลการศึกษางานวิจัยนี้และการนำเสนอผลงานวิจัยต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทางโครงการวิจัยเห็นควรเสนอเงื่อนไขการใช้สารลดแรงตึงผิวที่ความเข้มข้น 0.5% โดยมีแนวปฏิบัติในการตรวจวิเคราะห์และประเมินความปลอดภัยสารลดแรงตึงผิวตกค้างในผักตามวิธีการที่ระบุในงานวิจัยนี้

คำสำคัญ

ผักwashing with cleaning product

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การวิเคราะห์เพื่อประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นและฆ่าเชื้อโรคที่ใช้ทั่วไปตามบ้านเรือน

สิรินันท์ ไทยตระกูลพาณิช กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พ.ศ. 2557

ประสิทธิภาพของน้ำยาล้างผักต่อชนิดของสารกำจัดศัตรูพืชและปริมาณฟอร์มาลีนตกค้างในผัก

Pattama Senthong มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2561

การวิเคราะห์ต้นทุนโลจิสติกส์ของผักปลอดสารพิษในจังหวัดอุบลราชธานี

ฐชาดา โคตมงคล มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2560

การตรวจสอบคุณภาพความสดของผักด้วยเทคโนโลยีโมบายแอพพลิเคชั่น

นภัสวรรณ เลี่ยมนิมิตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2565

การศึกษาสารพิษตกค้างในผัก พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวทางลดสารเคมีเพื่อปรับเปลี่ยนการบริโภค ผักปลอดสารพิษ

วันปิติ ธรรมศรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2561

การเปรียบเทียบผลของสารตกค้างจากน้ำยาทำความสะอาดต่อการทดสอบเชื้อจุลินทรีย์

เมธี ศรีประพันธ์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2562

การศึกษากระบวนการทำแห้งแบบพ่นฝอยของผักพื้นบ้าน

วิจิตรา เหลียวตระกูล คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาเขตพระนครศรีอยุธยา หันตรา พ.ศ. 2553

การประยุกต์ใช้น้ำทิ้งจากการหมักเศษเหลือทิ้งจากการแปรรูปปลา เพื่อลดปริมาณไนเตรดสะสมในการปลูกผักไร้ดิน

ดร. นิรมล จันทรชาติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2562

เครื่องล้างผักและผลไม้ระบบน้ำไหลวนและฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวีระดับครัวเรือน

มงคล ธุระ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2560

การวิเคราะห์ออกซาเลตในตัวอย่างผักโดยใช้ขั้วไฟฟ้าต้นทุนต่ำด้วยวิธีโพเทนชิโอเมทริกไมโครไทเทรชัน

อภิชาติ บุญมาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2562